​'ธงแดง' แห่งการปวดหัว

neurotouch
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เอ๊ะ ปวดหัวของเรามีอันตรายหรือเปล่า

ตามสถิติ 90% ของผู้ที่มีอาการปวดหัวอย่างเดียว (ไม่มีชัก อ่อนแรง หรืออาการทางระบบประสาทอื่นๆ)

เป็นปวดหัวจาก ไมเกรน ปวดศรีษะตึงรัด หรือ ปวดจากเส้นประสารทเส้นที่ห้า

มีเพียง 10% ที่มีพยาธิสภาพ

สำคัญคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตกอยู่ในกลุ่มส่วนใหญ่ 90% หรือส่วนน้อย 10%

SNOOP ธงแดงแห่งการปวดหัว

S = systemic symptom ( มีสิ่งให้สงสัยภาวะมีไข้ติดเชื้อ โรคมะเร็ง)

N = neurologic finding (ความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น ชัก ,เห็นภาพซ้อน , อ่อนแรง)

O= onset at extreme age อายุน้อยกว่า 15 หรือมากกว่า 50 ปี

O = onset sudden severe ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน อาจเคยมีปวดเป็นๆ หายๆ แต่ปวดครั้งนี้ต่างออกไป

P = progression เป็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ประยุกต์จาก Dodick DW. Diagnosing headache: clinical clues and clinical rules. Adv Stud Med. 2003; 3(2): 87-92


ตำแหน่งการปวด ที่เรียกว่า 'Fixed side' คือปวดข้างเดียวตลอด เป็นอีกหนึ่งธงที่ต้องระวัง

ปวดหัวข้างเดียว แบบไมเกรนนั้นมักเป็นซ้ายบ้างขวาบ้างสลับกัน

แต่การปวดสลับข้าง ปวดทั้งสองข้าง ก็ไม่ได้แปลว่า ปวดหัวไม่มีพยาธิสภาพเสมอไป
เพราะการมีก้อน (เนื้อ/เลือด/หนอง)

ก่อให้เกิดการปวดศรีษะโดย 'ดึงรั้ง' เนื้อเยื่อที่ไว้ต่อความเจ็บปวดในสมอง

ตำแหน่งและลักษณะที่ปวด จึงขึ้นกับว่า มันดึงรั้งอะไร ดึงรั้งรอบๆ ตัวก้อนเอง หรือดึงรั้งอีกข้าง

ดึงรั้งเยื้อหุ้มสมอง -> ปวดทั่วๆ คล้าย เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

ดึงรั้งเส้นเลือด -> ปวดตุบๆ คล้าย ไมเกรน

ดึงรั้งเส้นประสาทคู่ที่ 5 ซึ่งเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากและขมับด้วย ( V1- Opthalamic br of Trigeminal nerve)
ทำให้มีอาการปวดตึงๆ คล้ายปวดศรีษะตึงรัด (Tension headache)

ดึงรั้งเส้นประสาทเลี้ยงคอ (cervical nerve) ที่เลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอย ทำให้มีอาการปวดคล้ายกระดูกคอเสื่อม (cervical spondylosis)

มีผู้ศึกษาพบว่า ก้อนเนื้องอก ที่อยู่ใน cerebellum ซึ่งทฤษฎีน่าจะปวดท้ายทอย
กลับมีอาการปวดหน้าผากถึง 60% อันอาจอธิบายได้จาก 'refered pain' ของเส้นประสาทรับความรู้สึกของ CN IX,X และ cervical n. ที่เข้า trigeminal nucleaus ของ CN V เช่นเดียวกัน ทำให้การบอกตำแหน่งปวดผิดที่

ภาพจาก Netter's Neurology, 2nd Edition,

โดยสรุป 'การพยายามมองหา' สาเหตุที่อันตรายของอาการปวดหัว เมื่อมี 'ธงแดง' จึงแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด

ดังมีผู้กล่าวว่า…
"The eye does not see what the mind does not know" : Anonymous

ขณะเดียวกัน การวิตกว่าจะเป็นโรคร้าย โดยไม่มีธงแดงใดๆ เลย

ก็ทำให้อาการปวดหัวรุนแรงขึ้น รักษายากขึ้นโดยไม่จำเป็น

ดังมีผู้กล่าวว่า

"The eye sees only what the mind is prepared to comprehend." Robertson Davies


เอาละ แล้วทำอย่างไรต่อดีค่ะ

เมื่อปรึกษาแพทย์
เล่าอาการตามจริง ใช้คำถามได้เต็มที่ค่ะ

หลีกเลี่ยงการเปิดฉากด้วยการ "ขอเอกซเรย์สมอง"

เพราะสร้างความอึดอัดใจระหว่างกัน (ความเห็นส่วนตัวค่ะ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว



ความเห็น (0)