วันที่หก-จิตเชื่อครูบาอาจารย์ก็มีพลัง จิตไม่เชื่อก็เป็นจิตดึงรั้ง

วันที่หก-จิตเชื่อครูบาอาจารย์ก็มีพลัง จิตไม่เชื่อก็เป็นจิตดึงรั้ง

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

วันนี้วันศุกร์ สิ่งที่ต้องทำคือ ภารกิจหารองเท้าจากที่พลาดหวังเมื่อวานหาไม่เจอ ตามโอกาสที่ครูมอบหมาย และซื้อของตาม order สิ่งเหล่านี้ครูไม่ใช้หนูก็ได้ แต่ภารกิจที่ครูมอบให้นี่แหละ คือ แรงดึงจากความเมตตาของท่าน สู่ใจหนูให้ "เข้ามาวัด" ประเด็นนี้ปรากฏชัดกับตนเอง พอลงมือทำแล้วเป็นยังไง ของที่ซื้อตามรายการได้ แต่รองเท้า หาอยู่ถึงสองห้างก็ยังไม่เจอ ถ้าเป็นเมื่อ...ก่อนก็อาจจะส่งข้อความถ่ายภาพไปให้ท่านดู แต่วันนี้หยุดคิดว่า
"ถ้าไม่ใช่ จะส่งข้อความไปรบกวนท่านทำไม"
กับหน้างานที่ทำ ตลอดเช้ามีประชุมศูนย์ มีหลายประเด็นที่ต้องแก้ไขกับตนเอง มีบางประเด็นที่ขอความคิดเห็นจากที่ประชุมเพื่อไปดำเนินการ เห็นข้างในของตนเองที่มัน "ผลักภาระ" รู้เลยว่า ทำได้ดีกว่านี้มาก แต่ก็ปล่อยผ่านไป นี่คือ คำว่า "ไม่รักษาโอกาส" เสียงข้างในนี่เอง ย้ำเตือนตนเอง

วันนี้ประทับใจอะไร ปิดบทคัดย่อแบบส่งได้ 3 งาน 2 ชิ้นงานตนเองชื่อแรก อีกหนึ่งชิ้นงานของพี่ ๆ แล้วก็รู้สึก มีพลังกับตนเองค่ะ แม้บทคัดย่อที่ต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษจะออกมาแบบว่า "ถูก ๆ ไถ" แต่ก็ให้กำลังใจตนเองว่า เอาน่า งานแรก ๆ น่าอายเสมอ ก็เขียนเองนี่เหนาะ เมื่อก่อนมีอาจารย์ท่านเมตตาดูให้สอนให้ ก็ไม่ตั้งใจลุยเอง ก็ต้องยอมรับ จะให้พี่ ๆช่วยดู ชิ้นงานก็ไฟลนก้น ดีที่มีพี่เพียง มาช่วยดู เติมเต็มกันและกันให้รู้สึกอุ่นใจ

อีกประเด็นที่เกินคาด จากความตั้งใจโทรไปขอข้อมูลเครือข่าย เพื่อจะเอามาเขียนงาน ComMedSci ก็ได้คุยกันยาว แล้วลองคุยหน้างาน มองผ่านมุม R2R เพราะตอนที่คุยใบหน้าของครูปรากฏขึ้นมากลางใจแบบให้กำลังใจ ร่วมกับเสียงที่ท่านเคยบอกไว้มาครบว่า
"เวลาที่ไปที่นั่นที่นี่ ก็ไปชวนเขาทำซิ R2R"

ท่านพูดกับหนูไว้นานมาก ๆ พึ่งมากล้าหาญลงล็อคกับใจตนเอง แล้วพี่พิมพ์ก็สอดรับมาก อาจเพราะพี่พิมพ์ทำอยู่แล้ว ทำงานเพื่อผู้ป่วยอย่างทุ่มเท แล้วสิ่งที่พี่เขาเล่าก็ คือ นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาการใช้ยาในผู้ป่วยเบาหวาน คุยกับแบบมองเห็น Action research 3 phrase คุยจบทบทวนกับตนเอง

นี่คือสิ่งที่ ครูปลูกฝังมากนาน หนูไม่อาจจะมองหน้างานพี่เขา แบบเป็น R2R ได้แจ่มชัดขนาดนี้ หากครูไม่เคยสอน ไม่เคยพาไปดู ไม่ให้โอกาสได้ติดตามไปที่นั่นที่นี่ สิ่งที่หนูทำ ก็เอาอย่างครูเป๊ะเลยค่ะ

คือ ฟังพี่เขาเล่า แล้ว ชม ชี้ เชียร์ ช่วย เชื่อม
รู้กับตนเองเลยว่า "เป็นการบอกออกมาจากใจ"

มีความสุขด้วยตอนที่เอ่ยกับพี่เขา มีพลังด้วย แบบพูดไปขนลุกไปก็ว่าได้ เพราะใจมองเห็นอะไรบางอย่าง

แล้วบอกว่า เขียนมาก่อนเลยพี่ แล้วเรามาดูช่วยกัน เก็บข้อมูลไปเลยไม่ต้องรอเขียนโครงการ เพราะงานก็ทำอยู่แล้ว ถ้าพี่เขียนมาแล้วติดขัดอะไร เราถามครูก็ได้ท่านเมตตา

คำพูดเหล่านี้ คือ คำพูดของครูที่ฝังอยู่ภายในใจหนู สำนึกรู้กับตนเองอย่างนั้น
ทั้งหมดนี้ ไม่เคยมีในใจหนูมาก่อน จนกระทั่งมารู้จักครู แล้วท่านก็ค่อย ๆ เมตตาให้โอกาสและสอนสั่ง เคี่ยวเข็ญ หนูไม่ได้สอนง่าย ๆ เลย เกือบ ๆจะ 3-4 ปี จึงจะกล้าหาญพอที่จะลงมือทำอย่างวันนี้ แต่ก็รู้สึกประทับใจค่ะ

เข้ามาถึงวัด สำรวจกายใจตนเอง เหม็นเหนาะ คาวกิเลส แบบที่สัมผัสรู้กับตนเอง นี่ขนาดการรับรู้ของตนเองหยาบมาก ๆ ครูบาอาจารย์ท่าน ละเอียดและรวดเร็ว เต็มไปด้วยความเมตตา พระพี่ชายเคยชี้ประเด็นนี้ให้หนูได้ทบทวน คิดดูแล้วกันว่า "น้องเห็นกิเลสตนเองแค่นี้ รับรู้ได้แค่นี้ ยังรังเกียจบ้าง แค้นใจบ้าง"
ครูบาอาจารย์ท่านการรับรู้ละเอียดลึกซึ้งท่าน อดทนและเมตตาขนาดไหน กับการมองไปที่ไหน ๆ ในใจคนก็มีแต่กิเลสเกาะเต็มไปหมด ดำ ๆ เหม็นๆ แต่ท่านก็ เมตตาอดทนสอน
ณ ตอนนี้รู้สึกใจมีพลัง เพราะเรื่องนี้ทำตามที่ครูชี้แนะซินะ ว่าให้เชียร์ R2R ทำให้เกิดขึ้นในหน่วยงาน
กว่าจะมามีใจแบบนี้แบบยืนเริ่มต้นตั้งไข่ก็กินเวลาหลายปี แต่ก็เอาหล่ะ ลองเต็มที่กับต้นทุนที่มี ลองดู
แต่ก็ย้ำเตือนตนว่า "อย่าลำพอง โจทย์ขนมยังไม่ผ่าน แถมด้วยกรรมที่ทำผิดมหันต์อยู่ อย่าลำพอง"
See More



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ชีวิต



ความเห็น (0)