ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ ในศตวรรษที่ ๒๑

คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจสั่งการ จึงต้องทำงานโดยการประสานงาน สื่อสาร ทำความเข้าใจ และที่สำคัญ ชื่นชม ผลงานที่มีการเคลื่อนไปในทิศทางของเป้าหมาย ๕ ข้อข้างบน ภารกิจสำคัญจึงน่าจะเป็นการมีทีม/เครือข่าย เสาะหาผลงานที่น่าชื่นชมเหล่านั้น นำมาทำความเข้าใจคุณค่า ต่อระบบสุขภาพในศตวรรษที่ ๒๑ และหาทางสนับสนุนให้พัฒนางานนั้นได้ยิ่งๆ ขึ้นไป

ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ ในศตวรรษที่ ๒๑

เช้าวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๘ ผมไปทำหน้าที่ประธาน ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ สำหรับพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ ในศตวรรษที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๑) กรรมการชุดนี้ แต่งตั้งโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีการประชุมไปแล้ว ๒ ครั้ง ดังบันทึกนี้ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่ ๓

กล่าวโดยย่อ คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ ขับเคลื่อนสังคม และภาคีต่างๆ เพื่อให้บรรลุแผนยุทธศาสตร์ฯ ซึ่งมีเป้าหมาย ๕ ประการคือ

  • 1.Equity : มีความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาและการจัดการศึกษา
  • 2.Integration : มีความร่วมมือระหว่างระบบการจัดการศึกษา กับระบบสุขภาพ
  • 3.Innovation : มีนวัตกรรมและการวิจัย ทั้งในด้านการจัดการศึกษาและการบริการ
  • 4.Responsiveness and relevancy : มีแหล่งข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น และสอดคล้องกับวิถีแห่งสุขภาพ และความต้องการของประชาชน (ปริมาณ คุณภาพ คสอดคล้อง คุณลักษณะ การปรับตัวกับลักษณะสังคมท้องถิ่น
  • 5.Humanistic health care : มีการจัดบริการสุขภาพด้วยจริยธรรมและหัวใจความเป็นมนุษย์

ผมตีความว่า คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจสั่งการ จึงต้องทำงานโดยการประสานงาน สื่อสาร ทำความเข้าใจ และที่สำคัญ ชื่นชม ผลงานที่มีการเคลื่อนไปในทิศทางของเป้าหมาย ๕ ข้อข้างบน ภารกิจสำคัญจึงน่าจะเป็นการมีทีม/เครือข่าย เสาะหาผลงานที่น่าชื่นชมเหล่านั้น นำมาทำความเข้าใจคุณค่า ต่อระบบสุขภาพในศตวรรษที่ ๒๑ และหาทางสนับสนุนให้พัฒนางานนั้นได้ยิ่งๆ ขึ้นไป

ในการทำงานจริง น่าจะต้องมีการตีความเป้าหมาย ๕ ข้อข้างบน ออกเป็น operational objective ที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น สำหรับใช้ทำงานด้วยยุทธศาสตร์เชิงบวก โดยการประสานงาน เสาะหาผลงานมาชื่นชม เรียนรู้ และขยายผล

หัวใจคือ ขับเคลื่อนด้วยการตีความ และสื่อสารคุณค่า ของผลงาน และหาทางสนับสนุนให้ขยาย หรือลงลึกยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนั้น คือการใช้เครื่องมือ KM ในการขับเคลื่อน ใช้เครื่องมือ SSS / SST

ข้างบนนั้น พิมพ์ก่อนการประชุม

ต่อไปนี้ พิมพ์หลังการประชุม ซึ่งมี ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา มาร่วมประชุม ทำให้เกิดมุมมองที่น่า ตื่นตาตื่นใจ และสำหรับผม น่าตื่นเต้นมาก ที่จะช่วยกันสร้างสารพัดนวัตกรรมให้แก่ระบบสุขภาพ และระบบการศึกษาของบุคลากรด้านสุขภาพ

การประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจาก องค์การอนามัยโลก สำนักงานประเทศไทย, JICA สำนักงานประเทศไทย และธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย มาร่วมด้วย ในฐานะที่ปรึกษา องค์การนานาชาติเหล่านนี้สนใจว่า เมืองไทยเขาทำอะไรกัน

จากคำแนะนำของ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา ทำให้ผมได้แก้ว หรือกล่องดวงใจในการทำงาน พัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ (HPER – Health Professional Education Reform) คือ "New PHC – HPER Model" คือทำงานพัฒนาระบบสุขภาพมูลฐานแบบใหม่ ร่วมไปกับ HPER มีฐานการทำงานหลักอยู่ที่ ระดับอำเภอ มี โรงพยาบาลอำเภอเป็นฐาน โดยที่ขณะนี้ รศ. นพ. อานุภาพ เลขะกุล แห่งคณะแพทยศาสตร์ มอ. บอกว่ามีเครือข่ายโรงพยาบาลอำเภออยู่แล้ว ๒ เครือข่าย ในจังหวัดยะลา และสงขลา

แนวความคิดหลักมาจากบทความ "หนทางข้างหน้าของวิชาชีพสุขภาพ" ที่ได้ลงบันทึกไปเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ ที่ท่านอาจารย์หมอจรัสได้ชี้ให้เห็น "ชิ้นส่วน" ของการริเริ่มสร้างสรรค์ดีๆ ในระบบบริการสุขภาพ ในพื้นที่ ที่เป็นทุนปัญญาสำหรับนำมาเชื่อมโยงพัฒนาเป็น "New PHC – HPER Model" ได้ ในหลากหลายรูปแบบ

ศ. นพ. จรัส เล่า "Trang Model" ของ New PHC – HPER Model ที่จะมีการจัดหลักสูตรใหม่ของคณะ แพทยศาสตร์ มอ. รับนักศึกษาจากจังหวัดตรัง มีแผนเปิดรับนักศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๙ เป็นปีแรก ๑๘ คน (ผมยุให้รับนักศึกษาจากคนที่จบปริญญาตรี และทำงานแล้วในพื้นที่จังหวัดตรัง ๖ คน เพื่อให้นักศึกษาเหล่านี้ เป็นตัวเชื่อมระหว่างระบบบริการกับระบบการศึกษา) มีการทำข้อตกลงกับกระทรวงสาธารณสุข มีการลงนามความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง นักศึกษาจะเรียน ๓ ปีแรกที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หาดใหญ่ ฝึกงานทางคลินิกชั้นปีที่ ๔ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ชั้นปีที่ ๕ ที่โรงพยาบาลตรัง และชั้นปีที่ ๖ ในฐานะผู้ทำงาน ที่โรงพยาบาลห้วยยอด ผมเติมเองว่า ในระบบ New PHC – HPER Model ที่จะมีการพัฒนาร่วมกัน

กรรมการจากสภาวิชาชีพต่างๆ ตื่นเต้นและเห็นด้วยกับ New PHC – HPER Model ที่จะเป็นฐานของการ ฝึกงานของนักศึกษาในวิชาชีพนั้นๆ และเห็นว่าเป็นช่องทางให้เกิด HPER และ IPE (Interprofessional Education) ในพื้นที่ ฝึกการทำงานในฐานะ Health Team เพื่อจัดการระบบสุขภาพมูลฐานแบบใหม่ ในพื้นที่

อีกวาระของการประชุม คือปรึกษาหารือ เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิรูปการศึกษาของวิชาชีพสุขภาพ ครั้งที่ ๒ ซึ่งกำหนดจัดวันที่ ๕ - ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ ซึ่งที่ประชุมเสนอแนะให้จัดแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ หรือความรู้จากการปฏิบัติเป็นหลัก (ผมใส่ตัวเลข ๘๐%) ส่วนที่เป็นการนำเสนอหลักการหรือทฤษฎีให้เป็นส่วนแถม (๒๐%) โดยมาตรงกับแนวคิดข้างบน ก่อนการประชุมพอดี

คำแนะนำในช่วงนี้ทำให้เลือดนัก KM ของผมเดือดพล่าน หวนรำลึกถึงตอนเตรียมจัดมหกรรม การจัดการความรู้แห่งชาติ ของ สคส. ที่เราออกแบบเวที นิทรรศการ และการประชุมแบบใหม่หมด การประชุมแบบนี้ มีภาคีหน่วยงาน และผู้เข้าร่วมจัดประชุม เป็นเจ้าของงาน ร่วมกับ สคส. ไม่ใช่ สคส. ผูกขาดความเป็นเจ้าของ

ตรงกับเป้าหมายการทำงาน HPER ที่เราต้องการให้ภาคีทั้งหลายเป็นเจ้าของขบวนการนี้ทั้งหมด รวมทั้งเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฯ ครั้งที่ ๒ นี้

เกือบลืมบอกว่า เวทีฯ ครั้งที่ ๒ เน้นเรื่อง Instructional Reform (ครั้งที่ ๑ เน้นเรื่อง Institutonal Reform) ซึ่งผมคิดว่า ควรจะเป็นเวทีเชื่อม instructional reform เข้ากับการเปลี่ยนแปลงส่วนอื่นๆ ของ HPE ด้วย

วิจารณ์ พานิช

๘ มกราคม ๒๕๕๘

580130, HPER, New PHC – HPER Model, Trang Model, การศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ, การศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพในศตวรรษที่ ๒๑, KM วันละคำ, KM_วันละคำ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)