ชีวิตที่พอเพียง : ๒๒๙๓. ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพในศตวรรษที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๑)


การประชุมครั้งที่ ๑

การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพในศตวรรษที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๑) ครั้งนี้ เป็นการประชุมครั้งที่ ๒ ประชุมเมื่อเช้าวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๗

การประชุมครั้งนี้ สองอาจารย์ใหญ่ คือ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา และ ศ. นพ. ประเวศ วะสี เข้าร่วม ประชุมด้วย ในฐานะที่ปรึกษา ทั้งสองท่านได้ให้คำแนะนำที่มีค่ามาก

คณะกรรมการชุดนี้ มีผู้แทนมาจากทุกวิชาชีพ รวมทั้งจากกระทรวงสาธารณสุขที่ดูแลระบบสุขภาพ ด้วย ถือว่าคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่กำกับดูแลขบวนการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของบุคลากร ด้านสุขภาพ โดยไม่ใช่เฉพาะการศึกษาเพื่อปริญญาหรือใบประกาศเท่านั้น ยังดูแลการศึกษาตลอดวิชาชีพหรือ ตลอดชีวิตด้วย

ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา แนะนำให้ปรับเปลี่ยนจาก "การศึกษาแบบตั้งรับ" อยู่ในสถาบันการศึกษา เปลี่ยนไปเป็น "การศึกษาแบบรุก" ออกไปในชุมชน ในพื้นที่ (Area-Based Education) เพราะระบบสุขภาพในอนาคตที่เน้นการ ดำเนินการแบบตั้งรับ และเน้นการบำบัดโรค จะอยู่ไม่ได้ ต้องรุกออกไประดมให้ประชาชนสร้างเสริมสุขภาพ ของตนเอง รวมทั้งการป้องกันโรค การแก้ไขปัจจัยก่อโรค และ early detection ของโรค และบุคลากรในระบบสุขภาพต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม ที่เรียกว่า ทีมสุขภาพ (health team) จึงต้องจัดการศึกษาเป็นทีมในพื้นที่ด้วย และพื้นที่ที่เหมาะสมคือ ระดับอำเภอ

เป้าหมายคือ การฝึกนักศึกษาให้มีนิสัยเรียกหาหลักฐาน (evidence-based) ในการตัดสินใจ และการทำงานประจำตามปกติ ซึ่งก็คือหลักฐานจากระบบสุขภาพ การศึกษาของบุคลากรในวิชาชีพสุขภาพ จึงต้องพัฒนา เป็น Systems-based Development โดยพัฒนา ๒ ด้าน คือลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ ให้เกิด Health Equity กับพัฒนาการทำงานเป็นทีมในระบบสุขภาพ

โดยประเด็นสำคัญในเรื่องระบบสุขภาพที่มี Health Equity คือ Cost Containment ซึ่งหมายถึงการมีหลักฐานข้อมูลในการเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ/การบำบัดรักษา ที่คุ้มค่าและสู้ค่าใช้จ่ายไหว บุคลากรสุขภาพต้องเป็นผู้นำ และสื่อสารกับสังคม ให้เห็นความพอเหมาะพอดี และการศึกษาต้องสร้างทักษะ และท่าทีที่ถูกต้องเหมาะสมในเรื่องนี้ ให้แก่บุคลากรสุขภาพ

แต่เฉพาะ cost containment ซึ่งเป็นเรื่อง financial management ไม่เพียงพอสำหรับให้เกิด Health Equity ยังต้องการ "โครงสร้างพื้นฐาน" ด้านบริการสุขภาพ (Health Infrastructure) ที่เป็นเครือข่ายกระจายลงไปในพื้นที่อย่างทั่วถึง ซึ่งเรื่องนี้ประเทศไทยทำได้ดีมาก เวลานี้เรามี รพ.สต. กระจายอยู่ทั่วทุกตำบล และมี อสม. ทั่วประเทศเกือบล้านคน

ศ. นพ. ประเวศ วะสี แนะนำให้ปรับปรุงวิธีทำงานขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดผลได้จริง โดยใช้สูตร (๑) มีหน่วยงานเล็กๆ (๒) มีคนทำงานเต็มเวลา ใช้ความคิด ใช้ข้อมูล และใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์ คนทำงานมี ๒ กลุ่มคือ ระดับวิชาชีพ (professional) กับเจ้าหน้าที่ หนุนด้วยคณะกรรมการ

ท่านแนะนำว่า การทำงานโดยใช้คณะกรรมการ ที่มีคณะเลขานุการกิจที่คนระดับวิชาชีพทำงานบางเวลา ไม่เต็มเวลา จะไม่สามารถทำงานที่ยากและซับซ้อนขนาดนี้ให้สำเร็จได้

ท่านชี้ให้เห็นภาพใหญ่ของระบบสุขภาพ ที่เมื่อกว่า ๓๐ ปีมาแล้ว องค์การอนามัยโลกขับเคลื่อนด้วย HFA (Health for All) ซึ่งได้ผลดีในระดับหนึ่ง และเวลานี้ก้าวหน้าเป็น Health Equity แต่จะให้ได้ผลจริงจัง ต้องมีการขับเคลื่อน AFH (All for Health) คือทุกคนใส่ใจและดำเนินการเพื่อสุขภาพ การศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพต้องเป็นไปเพื่อการขับเคลื่อนนี้ ต้องไม่หยุดอยู่แค่ HPFH (Health Professional for Health) ซึ่งจะไม่สามารถบรรลุ Health Equity ได้

เป็นเช้าของการทำงาน ทำหน้าที่ประธานการประชุมที่ประเทืองปัญญายิ่งนัก สำหรับผม


วิจารณ์ พานิช

๘ ต.ค. ๕๗


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)