สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ EADP รุ่น 11 ทุกท่าน
เช้าวันนี้ (วันอังคารที่ 28 มกราคม 2558 ) จะเป็นพิธีเปิดหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 11 (ปี 2558) หรือEGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2014
แม้ว่าจะเป็นการทำงานต่อเนื่องเรื่องคนให้กับ กฟผ. มาปีนี้เป็นปีที่ 11 แต่ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และพยายามจะแสวงหาความรู้ที่สด และทันสมัยมาแบ่งปันกับลูกศิษย์ของผมเสมอ
จากการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารของ กฟผ. ในระดับผู้อำนวยการ 3 รุ่น และในระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอีก 7 รุ่นที่ผ่านมา ผมมีความภาคภูมิใจในลูกศิษย์ของผมที่วันนี้หลายคนเติบโต และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของสังคม
"ทุนมนุษย์" ใน กฟผ. นั้นเข้มแข็งและมีศักยภาพอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยทำหน้าที่จุดประกาย สร้าง Inspiration ให้พวกเขามีพลัง มี Ideas ใหม่ ๆ มีความเข้าใจสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและพยายามเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการทิ้งผลงานหรือสิ่งที่มีคุณค่าไว้สำหรับสังคมไทยของเรา
สิ่งที่ผมและคน "กฟผ." ต้องระลึกถึงเสมอ คือ ผู้นำของเรา ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าการ กฟผ. และอดีตผู้ว่าการฯ ทุกท่าน น่าชื่นชมที่มีปรัชญาและความเชื่อว่า "คนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร" สูตรสำเร็จของการพัฒนาทุนมนุษย์ในองค์กรในยุคนี้ คือ ผู้นำหรือ CEO+SMART HR+ Non-HR และผมเชื่อว่าการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ใน กฟผ. อย่างต่อเนื่องจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้ กฟผ. เติบโตอย่างยั่งยืนได้แน่นอน
สำหรับการพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 11 ในปีนี้ ผมก็หวังว่าจะมีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการทำงานของ กฟผ. และเป็นการสร้างที่สร้างความสุขให้แก่คนไทยต่อไป และผมขอให้ทุกท่านใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเรา และแบ่งปันความรู้เหล่านี้ไปสู่สังคมของเราครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
พิธีเปิด
นายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์
รองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)
28 มกราคม 2557
นายสืบพงษ์: รู้สึกยินดีที่ได้มาในพิธีเปิดโครงการในวันนี้ เป็นโครงการที่ผู้ว่าการให้ความสำคัญเพราะเป็นหลักสูตรที่พัฒนาระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่า เป็นการเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด การบรรลุวิสัยทัศน์ต้องขับเคลื่อนเรื่องคน เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในอนาคตต้องคิดว่าลู่วิ่งของแต่ละท่านจะไปไหนทางไหนได้บ้าง เพื่อรองรับภารกิจใหม่ๆด้วย
ผู้บริหารต้องภาพอย่างมีวิสัยทัศน์ ต้องมีมุมมองอย่างกว้างไกลขึ้น ต้องมีการนำเอาองค์ความรู้มาใช้ เพื่อให้ขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า
ผู้บริหารต้องใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ในการทำงานในชีวิตประจำวัน พบว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลต่อการดำเนินงานของกฟผ. การจัดอบรมเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้รับข้อมูลจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อปรับใช้ในการทำงานต่อไป
วันนี้กฟผ.ต้องมองเรื่องการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ถึงจะเกิดความยั่งยืน และต้องมีการสร้างเครือข่าย สร้างความสัมพันธ์อันดีกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นโอกาสอันดีของท่าน
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณท่านศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่ดำเนินการหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง และให้เกียรติบรรยายกับพวกท่าน
ขอเปิดการอบรม EADP 11 และขอให้บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ
ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
และ ประธาน Chira Academy
28 มกราคม 2558
ศ.ดร.จีระ: ก่อนการเริ่มหลักสูตรต้องรู้ว่าหลักสูตรนี้คืออะไร สิ่งที่ทำอยู่ถ้าสำเร็จจะเป็นความสุข ลูกศิษย์ทั้ง 10 รุ่นที่ผ่านมา ได้ขึ้นมาเป็นระดับรองผู้ว่าและผู้ว่าหลายคน ซึ่งเป็นจุดที่ทุกท่านในห้องนี้จะเป็นผู้นำในอนาคต ข้อดีของหลักสูตรนี้ คือต่อเนื่อง
ถ้าเราไม่มีคนการไฟฟ้าและเน้นเฉพาะเรื่องวิศวกรองค์กรก็จะไปไม่รอด ความรู้ที่เกิดขึ้นในห้องนี้เกิดจากความรู้ที่เกิดในห้องและนอกห้องด้วย
มนุษย์ต้องมีความ Respect และ Dignity
การทำหลักสูตรให้สำเร็จ ต้องมีความแตกต่างจากคนอื่น หลักสูตรนี้ไม่ได้เป็นการ Transfer knowledge เน้นไปที่ 2R's คือ ต้องมีความ Reality และ Relevance ต้องมีการผนึกกำลังเพื่อหา Solution
ความใฝ่รู้ คือ ต้องมีการถามคำถามเยอะๆ ต้องมีการจับประเด็นว่าสภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในเป็นอย่างไร
จุดแข็ง คือ ความต่อเนื่อง และต้องคำนึงว่าแก่นของมันคืออะไร สิ่งทีค้นพบคือ Chira way เป็นแนวทางที่เราจะกระตุ้นให้คนในห้องนี้รวมพลังหาความรู้ใหม่ๆเพื่อแก้ปัญหา คือ Do what you know ต้อง Turn Idea to action และ Turn action into success
ต้องเข้าใจเรื่องการเมือง และต้องรู้ว่าข้อดีของกฟผ. คือ ธรรมาภิบาลของกฟผ.
จุดอ่อน คือ ความสำเร็จไปกระจุกตัวอยู่ในผู้นำมากเกินไป แต่ความจริงคือต้องกระเด้งไปสู่ลูกน้องด้วย
ควรจะทำเป็น Training for Trainer มากขึ้น
การจะพัฒนาตัวเองให้สำเร็จคือ ต้องไม่ทำตัวเป็น Silo
โลกเราขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลง 3 อย่าง คือ
1. การเปลี่ยนแปลงเร็ว
2. การเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน
3. การเปลี่ยนแปลงทำนายไม่ได้
สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ ทำอย่างไรให้ชุมชนยอมรับเรา ต้องมีการกระจายความรู้ และต้องไม่มองข้างบนอย่างเดียว ต้องมองข้างล่าง และมองข้างๆบ้าง เช่น มองชุมชน เช่น ท่านครูบาสุทธินันท์ กล่าวว่า EGAT ต้องสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ สามารถไปอ่านได้ที่ www.chiracademy.com
หลักสูตรนี้เป้าหมายคือต้องทะลาย Silo
หลักสูตรนี้ต้องกระจาย ไม่กระจุกมากเกินไป
หลักสูตรนี้ต้องเน้นเรื่อง 2R's เพื่อให้ปฏิบัติได้
Relevance ต่อ EGAT ไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง และต้องมีความใฝ่รู้ อ่านหนังสือเยอะๆ แต่ข้อเสียคือเมื่อจบไปแล้วไม่เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้
นอกจากคิด วิเคราะห์ แล้วต้องอ่านหนังสือ แล้วแชร์เยอะๆ
ต้องมีการส่งการบ้านในแต่ละวันว่าได้อะไรจากการเรียนรู้ในแต่ละวิชา
กลุ่มเป้าหมายและคุณสมบัติ
บุคลากรระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของ กฟผ. ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ที่มีสมรรถนะความสามารถที่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในอนาคต จำนวน 43 คน
กฟผ. 36 คน
กระทรวงการคลัง 2 คน
กระทรวงพลังงาน 2 คน
บริษัท ราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 1 คน
บริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) 1 คน
บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 1 คน
วิธีการเรียนรู้ของ ดร.จีระ เพื่อ HR เป็นเลิศ
4L's
Learning Methodologyมีวิธีการเรียนรู้ที่ดี
Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
Learning Opportunitiesสร้าง/เกิดโอกาสจากการเรียนรู้
Learning Communities สร้าง/เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้
2I's
Inspiration – จุดประกาย
Imagination - สร้างแรงบันดาลใจ
3L's
Learning from pain เรียนรู้จากความเจ็บปวด
Learning from experiences เรียนรู้จากประสบการณ์
Learning from listening เรียนรู้จากการรับฟัง
C – U – V
•Copy
• Understanding
• Value Creation/Value added
Learning How to Learn.. ทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
คุณพิชญ์ภูรี: รุ่นที่ 11 น่าจะเป็นรุ่นที่รับความรู้ได้มากที่สุด และโชคดี เพราะมีส่วนผสมเหมาะกับงาน ต้องผ่านการเจ็บปวดของการเป็นผู้นำ
ต้องเดินทางในแนวทางที่ถูกต้อง เรื่องทุนมนุษย์ต้องผ่านกระบวนการต่างๆมากมาย
ศ.ดร.จีระ: ในอดีตมีการดูถูกเรื่องการบริหารงานบุคคล EGAT ต้องมีการคิดนอกกรอบถึงจะชนะชุมชน เรื่องทุนมนุษย์เป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ ที่มีการลงทุน
Human Capital เป็นการเรียนรู้ และต้องพร้อมที่จะจัดการกับปัญหาต่างๆ
ศ.ดร.จีระ: หลักสูตรนี้ต้องเพิ่ม Soft skill หรือ ทฤษฎี Intangible นักวิศวะต้องรู้เรื่องเศรษฐกิจสังคมมากขึ้น
หลักสูตรนี้ต้องมีการ Learn share และ Care มีความเอื้อเฟื้อ และยอมรับความหลากหลายมากขึ้น
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.
Leadersที่ดีต้องมองที่ภาพใหญ่
ดังเรื่องต่อไปนี้
Information Technology เทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ เช่น Nanotechnology , Biotechnology
เรื่องการค้าเสรี , WTO , FTA, AEC 2015, ฯลฯ
เรื่องการเงินเสรี อัตราแลกเปลี่ยน
บทบาทของจีน อินเดีย และละตินอเมริกา
เรื่องอิทธิพลของประชาธิปไตย และ human right
เรื่อง Global warming , ภัยธรรมชาติ
เรื่องสงคราม และการก่อการร้าย
เรื่องน้ำมันหมดโลก และพลังงานทดแทน
เรื่องโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก เอดส์ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
จากยุคที่ 1 ยุคเกษตรกรรม สู่ยุคอุตสาหกรรม สู่ยุค Information Technology ปัจจุบันเรากำลังก้าวสู่ยุคที่ 4 หรือ Fourth Wave ซึ่งในอนาคตเราจะต้องเน้น
§sustainability+
§wisdom+
§creativity+
§Innovation+
§intellectual capital.
ผู้นำและผู้จัดการแตกต่างกันอย่างไร
ผู้นำ
ผู้บริหาร
•เน้นที่คน
•Trust
•ระยะยาว
•What , Why
•มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์
•เน้นนวัตกรรม
•Change
•เน้นระบบ
•ควบคุม
•ระยะสั้น
•When , How
•กำไร/ขาดทุน ทุก 3 เดือน
•จัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ
•Static
ชนิดของผู้นำ
- Trust / Authority
- Charisma
- Situational
- Quiet Leader
Trust มี 3 ขั้นตอน
สร้าง (Grow)
ขยาย (Extend)
ดึงกลับ ถ้าหายไป (Restore)
Trust มีหลายประเภท
(1)Self -Trust – ตัวเองต้องมีก่อน สัญญาจะทำอะไรกับตัวเองต้องสำเร็จตามสัญญา
(2)Relationship Trust – ความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กร
(3)Organization Trust
(4)Social Trust
สิ่งแรก EGAT มี คือ การสร้าง Trust ของ EGAT คือ การมีธรรมาภิบาล
ต้องมีการปลูกฝังให้คนใน EGAT มีRespect กับ Dignity
วิธีการได้มาซึ่ง Trust ระหว่างบุคคล (Relationship Trust)
1)พูดจริงทำจริง ชัดเจน ไม่คลุมเครือ
2)ยกย่องนับถือเพื่อนร่วมงาน (Respect)
3)ทำงานด้วยความโปร่งใส
4)มีปัญหาที่ไม่ดี แก้ให้ดี ถูกต้อง
5)เน้น Results มากกว่าทำโดยไม่รู้ว่าผลสำเร็จคืออะไร
6)ต้องปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา
7)รับความจริงหรือรู้ศึกษาความจริง (Reality)
8)มีความชัดเจนต่อความคาดหวังของผู้ร่วมงาน และของตัวเอง
9)รับฟังอย่าสั่งการข้างเดียว
10)รักษาคำมั่นสัญญา (Commitment)
วิธีการได้มาซึ่ง Organization Trust ในที่นี้หมายถึงชุมชนของเรา
1)มี VISION – MISSION – Strategies + Core Value
2)ไปสู่ความสำเร็จด้วยทุกกลุ่ม (Alignment)
3)มี Shared Vision
วิธีการได้มาซึ่ง Social Trust หมายถึงสังคมวงกว้างออกไป ต้องมีบทบาทที่ดีต่อส่วนรวม สร้างความปรองดอง และ ความมั่นคงของคนในประเทศ
ในต่างประเทศ โดยเฉพาะตะวันตก มีหัวข้อวิจัยมากมายเกี่ยวกับผู้นำ สำหรับตะวันออกยังมีน้อยอยู่จึงมักจะใช้ Role Model เป็นหลัก
ผมได้วิเคราะห์ตัวอย่างผู้นำที่โลกกำลังให้ความสนใจในยุคปัจจุบัน และผู้นำที่สำคัญของไทยไว้ดังต่อไปนี้
คุณสมบัติของผู้นำของฮิลลารี คลินตัน
เรียนรู้ตลอดชีวิต
อย่าพอใจกับปริญญาเท่านั้น
อย่าพอใจกับการเรียนในห้อง (Formal Learning)
สนุกกับการคิดนอกกรอบ
สนุกกับการคิดข้ามศาสตร์
ถึงจะเก่งอย่างไร? ก็ต้องรับฟังคนอื่น
6 of the Dalai Lama's Leadership Principles
1.อย่าสั่งการ ต้องเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน
2.ถ้าต้องการเรียนรู้อะไรบางอย่าง ต้องฟัง และค้นคว้าหาข้อมูล
3.อย่าคิดว่าตัวเราคิดถูกทุกเรื่อง หากมีคนที่คิดไม่เหมือนเราซึ่งคุณคิดว่าไม่ถูกต้อง..ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้
4.มีอารมณ์ขัน อย่าโกรธง่าย รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
5.สอนให้คนรู้จักคิด หาคำตอบได้ด้วยตัวเอง อย่าบอกคำตอบหรือหาทางออกให้ทุกเรื่องทุกเรื่อง
6.มีความรับผิดชอบ
คุณสมบัติของผู้นำของท่านผู้ว่าฯ เกษม จาติกวณิช หรือ "Super K"
1. ผู้นำต้องมีความรู้
2. ผู้นำต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชารักและเคารพ
3. ผู้นำต้องสร้างจิตวิญญาณในการทำงานเป็นทีม
4. ผู้นำต้องรู้จักมอบหมายงาน
5. ผู้นำต้องฟังความเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ
6. ผู้นำต้องรู้จักให้เกียรติผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่โอ้อวดและยกตนข่ม
7. ผู้นำต้องมีความเมตตา โอบอ้อมอารีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
ทฤษฎีล่าสุดของ Jack Welch: ควรเป็นทั้งLeader / Teacher
Xi jinping
•พื้นฐานดี เรียนวิศวะ แล้วจึงมาเป็นผู้นำ คือ มีระบบความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่เหมือนผู้นำไทยส่วนใหญ่คิดไม่เป็นระบบ
•ชีวิตช่วงวัยรุ่น เจ็บปวด เพราะ มีปัญหาทางการเมืองในจีนจึงถูกส่งไปฝึกงานในชนบท คลุกคลีกับชาวบ้าน คือ ติดดิน เห็นความจริงของสังคม เปรียบเทียบกับอดีตนายกอภิสิทธิ์เป็นคนดี แต่ไม่รอบรู้สังคมและวิถีชีวิตไทยอย่างลึกซึ้ง
•เป็นคนมีหลักการ มีวิธีการที่ปฏิบัติดีที่ทำให้หลักการไปสู่ความสำเร็จ คือ หลักการไม่เคยเปลี่ยน คือ จีนเป็นสังคมนิยม กระจายรายได้เสมอภาคไม่ใช่รวยอย่างเดียว ต่างกับอุดมการณ์ของระบอบทักษิณ มีวิธีการอย่างเดียวคือรวย แต่ได้มาอย่างไรก็ได้
•ยกย่องเติ้งเสี่ยวผิงที่ให้ประเทศจีนมี 2 ระบบการเมืองและดึงทุนนิยมเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก
•เน้นคุณธรรมจริยธรรมก่อน ความรวย หนังสือของเขาชื่อ The Governance of China แปลว่าเป็นประเทศจีนโปร่งใส ไม่ยอมให้เกิดการโกงขึ้นในประเทศ จึงเป็นผู้นำที่น่ายกย่อง ยุคเขาจัดการผู้นำจีนใหญ่ๆหลายคนเข้าคุก ดำเนินคดีเป็นตัวอย่างโดยไม่กลัวอิทธิพลใดๆ
และที่ถูกใจผมมาก คือ เรื่องทุนมนุษย์ สรุปว่าเขาเน้น 2 อย่าง
•ทุนมนุษย์พื้นฐานคือ จริยธรรมต้องมาก่อนคล้ายๆ 8K's
•ต้องพัฒนาทุนมนุษย์ให้เป็นมืออาชีพ มีมาตรฐานเป็นเลิศ
ซึ่งผิดกับคนไทย ตกทั้ง 2 ด้าน ที่ไม่เน้นปัญญาและไม่เน้นการเรียนเพื่อมืออาชีพ
หนังสือเล่มนี้ควรอ่านด้วย
จากการทำ Expert Opinions Survey ของผมกับผู้เชี่ยวชาญอีก 15 ท่านได้ร่วมกันในโครงการปริญญาเอก ค้นหาคุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนบริบทของไทย มีหัวข้อที่สรุปได้ มีประโยชน์ต่อ EADP รุ่น 11 ที่จะนำไปปฏิบัติดังต่อไปนี้
11.1 Integrity Leadership Style คือ เน้นเรื่องความซื่อสัตย์และมีหลักการ เห็นถูกเป็นถูก เห็นผิดเป็นผิด หรือ ทำตาม "หลักการ" ไม่ใช่ "หลักกู"
11.2 Transparency Leadership Style
-โปร่งใส
-ตรวจสอบได้เสมอ
-ผู้อื่นคาดเดาได้ว่าทำอะไรอยู่
11.3 Grooming Future Leaders
-Jack Welch..ทำได้ดี
-Steve Jobs..กำลังถกเถียงกันว่า Apple หลังยุค Steve Jobs ยังมีผู้นำรุ่นใหม่แทนหรือไม่?
-ท่านเองมองไปข้างหน้าหรือมองสูงขึ้นว่าจะถึงรองผู้ว่าการฯ ไหมไม่พอ ต้องคิดจะสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Coaching หรือ Mentoring
-คนรุ่นใหม่ ๆ (ขาดมารยาท ขาดความสุภาพนอบน้อม ฯลฯ แต่เก่ง) มี Diversity แตกต่างกับคนรุ่นท่าน จะจัดการอย่างไร?
-มอบหมายงานให้คนอื่น ๆ ได้ทดลองทำ อย่าสอนงาน
-ถ้าลูกน้องผิดพลาด จะดูแลอย่างไรไม่ให้เขาตกรางหรือขาดกำลังใจ
-จะปกป้องลูกน้องให้กล้าทำงานยากหรืองานที่เสี่ยงได้อย่างไร?
-รับได้ไหมถ้าลูกน้องจะเก่งกว่าตัวเองหรือมีความไม่สุภาพต่อหน้า
11.4 Global Network Leadership
-ในทฤษฎี 8K's 5K's ของผมเน้นคุณสมบัติเรื่อง Networking
-Networking ในประเทศก็สำคัญ
-แต่งานวิจัยที่ผมได้พบ ก็คือ ผู้นำจะต้องเก่งเรื่อง Global Networking ซึ่งเหมาะกับ Theme ปีนี้ คือ รุ่นที่ 9 ต้อง Local / Global + ASEAN 2015
-คำถามคือทำอย่างไร?
§ภาษา
§รู้เขา (Know them)
§รู้มากกว่า "วิศวะ" ต้องข้ามศาสตร์ รู้เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ในภาวะผู้นำของคน กฟผ. ในยุคต่อไป
§ใช้ ICT ในการหาความรู้ แต่วิเคราะห์ให้เป็น มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ หิวความรู้ที่สด ข้ามศาสตร์
11.5 Balancing Style Leadership
-คล้าย ๆ เน้นความสมดุลย์
-เน้นการเป็นวิศวะอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความสุข (Happiness) ในการทำงาน (8K's+5K's)
-บทบาทสตรีใน กฟผ. ต้องมากขึ้นหรือเปล่า? เพราะจะได้สมดุลมากขึ้น
-เดินสายกลางแบบเศรษฐกิจพอเพียง
-WORK/LIFE Balance
-จากการวิจัยโดยเน้นปรัชญาของศาสนาพุทธ พรมวิหาร 4 คือ 1)เมตตา 2)กรุณา 3)มุทิตา 4)อุเบกขา
-สมดุลย์อย่างไรระหว่างมืออาชีพกับการเมืองแบบรุกคืบ
11.6 สุดท้ายผู้นำที่ดีต้องเป็น Leadership of Diversity and Innovations
-จะต้องบริหารความหลากหลายให้ได้
•ในประเทศ / ต่างประเทศ
•คนรุ่นใหม่ / คนรุ่นเก่า
•วิศวะ / สาขาอื่น ๆ
•แนวคิดที่ไม่เหมือนกัน
-มูลค่าเพิ่มจะมาจากความคิดใหม่ ๆ แตกต่างจากเดิม
-ผู้นำจะสร้างบรรยากาศให้เกิด Value Creation ได้อย่างไร?
การวิเคราะห์ของอาจารย์ที่ University of Washingtonผู้นำจะต้องมี 4 วิธี
1. Character หรือ คุณลักษณะ ที่พึงปรารถนา เช่น
- ชอบเรียนรู้
- มีทัศนคติเป็นบวก
- การมีคุณธรรม จริยธรรม
2.มี Leadership skill ที่สำคัญ คือ
- การตัดสินใจ
- การเจรจาต่อรอง
- การทำงานเป็นทีม
- Get things done
3. เรียกว่า Leadership process
คือ การมี Vision และมอง อนาคตให้ออก
4. คือ Leadership value
สำคัญที่สุดคือ
Trust ความศรัทธาในผู้นำนั้น ๆ
Leadership & 8K's+5K's
8 K's : ทฤษฎีทุน 8 ประเภทพื้นฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
Human Capital ทุนมนุษย์
Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม
Happiness Capital ทุนแห่งความสุข
Social Capital ทุนทางสังคม
Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน
Digital Capital ทุนทาง IT
Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
5 K's (ใหม่) : ทฤษฎีทุนใหม่ 5 ประการเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
คุณพิชญ์ภูรี: อ.จีระ จะกระตุ้นความเป็นเลิศ โดยใช้ทฤษฎีขั้นบันได ซึ่งการทำ Workshop เป็นบันไดขั้นที่ 1 โดยต้องดูจากความจริง เป็นขั้นที่ 2
ขั้นที่ 3 คือ วิธีการ Learn share care v
ขั้นที่ 4 คือ การมีความหลากหลาย โดยการมี networking และ
ขั้นที่ 5 ผู้นำต้องมองไปยังความเปลี่ยนแปลงด้วยไปยังปี 2020
ขั้น 6 คือ ต้องมีการนำเสนอ
ต้องทำให้เกิด Execution
Workshop กลุ่ม 1
(1)ถ้าจะทำให้การพัฒนาผู้นำของ EGAT ประสบความสำเร็จ ลองเสนอแนวทางการวิจัย โดยเน้น
- Hypothesis ที่น่าสนใจ: อยากได้ผู้ว่าอยู่นานจริงหรือไม่
- ควรตอบ Hypothesis ด้วยข้อมูลแบบใด ศึกษาภารกิจ วิสัยทัศน์ของกฟผ. โดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึก และ ทำ Focus group
- ข้อสรุปจะนำไปใช้อย่างไรใน EGAT ได้ออกมาเป็น Success profile ของผู้บริหาร ทำให้หมุนคนข้ามrole กันได้ และประเมินหา GAP
(2) เปรียบเทียบผู้นำ Xi Jinping และผู้นำคนต่อไปของ EGAT
- ปัจจัยท้าทายของจีน และ EGAT 3 เรื่อง คือ อะไร?
โลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ต้องมีผู้นำที่มีความรู้และมีความกล้าหาญ ผู้นำต้องมีความรู้ และกล้าหาญจัดการ เพื่อให้สิ่งที่ Stakeholder ต้องการ
-
Workshopกลุ่ม 2
(1)ถ้าจะทำให้การพัฒนาผู้นำของ EGAT ประสบความสำเร็จ ลองเสนอแนวทางการวิจัย โดยเน้น
- Hypothesis ที่น่าสนใจ : สเปคผู้นำของกฟผ.รุ่นใหม่เป็นอย่างไร และควรให้โอกาสหรือไม่
- ควรตอบ Hypothesis ด้วยข้อมูลแบบใด จัด Focus group ทุกระดับ และเปรียบเทียบกับ EGAT นานาชาติ
(2) เปรียบเทียบผู้นำ Xi Jinping และผู้นำคนต่อไปของ EGAT
- ปัจจัยท้าทายของจีน และ EGAT 3 เรื่อง คือ อะไร?
ปัญหาจีน คือ ระบบราชการเดิม ล่าช้า และมีเรื่อง Global change ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แต่มีผลกระทบการต่อต้านจากชุมชน
Workshopกลุ่ม 3
(1)ถ้าจะทำให้การพัฒนาผู้นำของ EGAT ประสบความสำเร็จ ลองเสนอแนวทางการวิจัย โดยเน้น
- Hypothesis ที่น่าสนใจ: การสื่อสารสาธารณะของกฟผ.ดีหรือไม่ ปัญหาคือ การยอมรับของชุมชน ชาวบ้านไม่รู้กฟผ.ที่แท้จริง ปัจจุบันมีการสร้างแบรนด์โดยการใช้ CEO
(2) เปรียบเทียบผู้นำ Xi Jinping และผู้นำคนต่อไปของ EGAT
- ปัจจัยท้าทายของจีน และ EGAT 3 เรื่อง คือ อะไร? การต่อต่านของชนกลุ่มน้อย ส่วนของ EGAT มีปัญหาเรื่องคนต่าง GEN และมีเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ ต้องคิดถึงอนาคตไม่ใช่มองไปวันๆ
- เฉพาะ EGAT ต้องการผู้นำแบบไหนที่จะจัดการกับปัจจัยท้าทายได้
ผู้นำต้องมองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ และมีคุณธรรม
Workshopกลุ่ม 4
(1)ถ้าจะทำให้การพัฒนาผู้นำของ EGAT ประสบความสำเร็จ ลองเสนอแนวทางการวิจัย โดยเน้น
- Hypothesis ที่น่าสนใจ : ทิศทางคัดและพัฒนาไปในทางเดียวกันดีหรือไม่
- ควรตอบ Hypothesis ด้วยข้อมูลแบบใด : สัมภาษณ์ผู้บังคับบัญชา และผู้บริหารทุกกระดับ
- ข้อสรุปจะนำไปใช้อย่างไรใน EGAT: โดยการนำมารวบรวมและสรุป
(2) เปรียบเทียบผู้นำ Xi Jinping และผู้นำคนต่อไปของ EGAT
- ปัจจัยท้าทายของจีน และ EGAT 3 เรื่อง คือ อะไร?
จีนมีคนมาก มีทุนมนุษย์มหาศาล และมีคนที่รอบริโภคมาก ทำอย่างไรให้คนมีคุณภาพมากขึ้น
- เฉพาะ EGAT ต้องการผู้นำแบบไหนที่จะจัดการกับปัจจัยท้าทายได้
เรื่องการออกไปหาทรัพยากรข้างนอก ปัญหาคือ จะบริหารอย่างไรให้รับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
จริยธรรมของกฟผ. ยังเป็นที่น่าสงสัยของชุมชน ชุมชนมองว่ากฟผ.จะเอาแต่ไฟฟ้า ไม่เคยดูว่าสังคมรอบข้างจะเป็นอย่างไร
อ.จีระ: เราต้องมีการบริหารความสมดุลให้ดี
เรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมต่างๆ กฟผ.ยังขาดเรื่องนี้อยู่มาก
Workshopกลุ่ม 5
(1)ถ้าจะทำให้การพัฒนาผู้นำของ EGAT ประสบความสำเร็จ ลองเสนอแนวทางการวิจัย โดยเน้น
- Hypothesis ที่น่าสนใจ: Networking ของ EGAT ยังดีหรือเปล่า
(2) เปรียบเทียบผู้นำ Xi Jinping และผู้นำคนต่อไปของ EGAT
- ปัจจัยท้าทายของจีน และ EGAT 3 เรื่อง คือ อะไร?
จีนต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
เน้นความเป็นมืออาชีพ และเป็นระบบ
สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
- เฉพาะ EGAT ต้องการผู้นำแบบไหนที่จะจัดการกับปัจจัยท้าทายได้
Workshopกลุ่ม 6
(1)ถ้าจะทำให้การพัฒนาผู้นำของ EGAT ประสบความสำเร็จ ลองเสนอแนวทางการวิจัย โดยเน้น
- Hypothesis ที่น่าสนใจ ต้องทำเรื่อง Focus group และพัฒนา Focus groupทุกระดับ และมีการทำ Cross culture ต้องมีการแลกเปลี่ยนผู้นำระหว่างประเทศ ต้องมีการทำกระบวนการ Successor โดยตั้งอยู่บน EGAT Policy
อ.จีระ: ความพึงพอใจระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าใน EGAT เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
ต้องตั้งสมมติฐานว่า ในอดีตนั้นการสร้างผู้นำเราสร้างเฉพาะกลุ่มจริงหรือไม่
(2) เปรียบเทียบผู้นำ Xi Jinping และผู้นำคนต่อไปของ EGAT
- ปัจจัยท้าทายของจีน และ EGAT 3 เรื่อง คือ อะไร?
- Good Governance เป็นสิ่งที่ EGAT ท้าทายมาก
- Politics เรื่องการเมือง
- การยอมรับของสังคม
- เฉพาะ EGAT ต้องการผู้นำแบบไหนที่จะจัดการกับปัจจัยท้าทายได้
- ผู้นำต้องมี Business mindset
- ต้องไม่ยึดแบบเดิมในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
- ต้องมีเครือข่ายในองค์กรต่างๆ
Workshopกลุ่ม 7
(1) ถ้าจะทำให้การพัฒนาผู้นำของ EGAT ประสบความสำเร็จ ลองเสนอแนวทางการวิจัย โดยเน้น
- Hypothesis ที่น่าสนใจ : ความศรัทธาของผู้นำใน EGAT ดีแล้วหรือยัง
- ควรตอบ Hypothesis ด้วยข้อมูลแบบใด
ทำ Focus group
(2) เปรียบเทียบผู้นำ Xi Jinping และผู้นำคนต่อไปของ EGAT
- ปัจจัยท้าทายของจีน และ EGAT 3 เรื่อง คือ อะไร?
จีน
EGAT
ประชาธิปไตย
ความมีส่วนร่วมของประชาชน
การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม
การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
สิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยี
- เฉพาะ EGAT ต้องการผู้นำแบบไหนที่จะจัดการกับปัจจัยท้าทายได้
- ต้องมี Trust
- ต้องมีการบริหารจัดการได้
- ต้องมีความคิดสร้างสรรค์
วันพุธที่ 28 มกราคม 2558
Learning Forum –Activities & Game Simulations
หัวข้อ Managing Self Performance
โดย อาจารย์อิทธิภัทร ภัทรเมฆานนท์
Executive Coach at Jimi The Coach Co., Ltd.
Founder, Director at 3Ls Coaching - Thailand
การประสบความสำเร็จ คนเป็นตัวจักรสำคัญนอกเหนือจากระบบ
การทำงานได้ดีต้องเข้าใจตนเองและเข้าใจคนอื่น
โลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงมาก องค์กรใช้ Coaching มาก
โค้ชกีฬา ทำหน้าที่โค้ชด้านอื่นๆ ด้วยนอกเหนือจากกีฬา โดยเฉพาะการใช้ชีวิต
การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่คนต้องการ
คนเราต้องปลุกตัวเองให้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ในตัวเอง
ก่อนเกษียณ ควรคิดว่า จะฝากผลงานอะไรให้แก่องค์กร
กิจกรรม ชมภาพยนตร์
บทเรียนที่ได้รับ
เรื่องที่ 1
คนคิดว่าตนถูกทำร้ายตลอด ทำให้เราตกอยู่ในวังวนนั้น
เรื่องที่ 2
ความโกรธทำให้งานไม่เดิน
เรื่องที่ 3
พบความผิดหวัง ก็ต้องรีบจากมัน จะได้ไม่ทุกข์
เรื่องที่ 4
อยากได้มาก หนี้ก็มาก ต้องรีบจากมัน
โค้ชต้องทำให้ผู้ได้รับการโค้ชอยู่ในภาวะสงบที่สุด ถ้าเครียด แกนกลางสมองเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก สั่งงานมาที่ร่างกายทำให้มึนและเบลอ
ลูกน้องที่ถูกด่ามากๆ มักมีอาการ
Fight ต่อสู้ ด่าว่า ทำร้ายคนอื่น
Freeze นิ่งเฉย สูญเสียประสิทธิภาพ
Flight หนี
พ่อแม่ต้องเป็นโค้ชคุยกับลูก ลูกสมัยนี้ทิ้งพ่อแม่ได้เลย เพราะไปพูดกับคนอื่นในสื่อสังคมออนไลน์
การโค้ชต้องให้ความสำคัญ Content และ Context คือทั้งเนื้อหาและบริบท
กิจกรรม Stop to think พยายามจำชื่อเพื่อนให้ได้ เรียกชื่อคนที่ไม่ได้อยู่ติดกับคุณ
บทเรียนที่ได้รับ
Stop to think เป็นเรื่องของ Mindfulness
ชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่เรียกว่า ยาก มีแต่ยังไม่คุ้นเคย
กิจกรรมนี้เป็นการฝึกสติ
เหมือนชีวิตการทำงานคือ ยังไม่ได้ทำงาน แต่มีคนมาทวงงานแล้ว
บางครั้งคิดเร็ว ทำให้ความคิดไปอยู่ในอนาคต ต้องกลับมาคิดถึงปัจจุบัน
เราต้องคิดสิ่งที่ดีแล้วจะนำชีวิตไปสู่ทางที่ดี
เนื้อหา (ต่อ)
อีก 6 ปี จะมีเด็ก Gen Y 60% ต้องรู้จักการโค้ชคนกลุ่มนี้
การเป็นโค้ช ต้องถามคำถามผู้รับการโค้ช ทำให้เกิดการคิด เป็นการดึงความเป็นเลิศออกมาด้วย
เวลาโค้ชเด็กมหาวิทยาลัย ทุกปี เด็กเปลี่ยนแปลงไป มีหลายประเภท
แรงบันดาลใจสำคัญ เจ้านายต้องสร้างแรงบันดาลใจ จะทำให้พนักงานทุ่มเททำงานให้ดี โดยเฉพาะการทำงานที่ต้องใช้ทักษะใหม่
การโค้ชทำให้คนเข้าใจกันและ Engage กันได้
เราสั่งให้คนทำงานไม่ได้ แต่ต้องทำอะไรเพื่อให้เขาอยากทำ แล้วเขาจะทำได้ดี
เวลาเลือกคน เราเลือกที่ความรู้และทักษะ แต่สิ่งที่สำคัญคือตัวพนักงานเอง ถ้าคนรู้จักบริหารศักยภาพตนเองได้ ก็จะประสบความสำเร็จไปไกล บางคนทำไม่ได้เพราะงานรุมเร้า
Competency ประกอบด้วย Skill, Knowledge, Attribute ตัวตนข้างใน
ต้องวิเคราะห์ค่านิยมส่วนบุคคลเปรียบเทียบกับค่านิยมองค์กร ต้องทำให้สอดคล้องกัน
คนเราใช้ศักยภาพแค่ 7% ส่วนที่เหลือซ่อนอยู่
การเรียนเป็นการค้นพบศักยภาพเพิ่มเติม
ควรมีเป้าหมายในการทำงานให้ชัดเจน แล้วจะหาวิธีการทำงานได้ง่าย
ต้องทราบว่าปัญหาของคุณคืออะไร พอคุยกับโค้ชแล้ว ต้องการให้สถานการณ์เป็นอย่างไร เป็นการสอนให้หาคำตอบด้วยตนเอง
ควรรับผิดชอบชีวิตของคุณเอง 100%
กิจกรรม ชมภาพยนตร์
บทเรียน คุณโจน จันได เคยไม่เชื่อมั่นในตนเองเหมือนคนอีสานทั่วไปที่รู้สึกว่าตนด้อย เมื่อเข้ากรุงเทพ ไม่กล้าซื้ออาหารกิน กลัวพูดไม่ชัด ไม่กล้าหางาน เรียนการศึกษานอกโรงเรียน จะคิดเปลี่ยนแปลงตนเอง โดยเผชิญกับความกลัวเพื่อที่จะได้อยู่กับมัน การหนีทำให้ไม่เข้าใจความกลัว การเผชิญทำโดยใส่ชุดชาวนา เผชิญการดูถูกเหยียดหยาม ทำให้คุ้นเคย ความกลัวลดลง และได้พัฒนาตนเองมากขึ้น ต้องเผชิญอารมณ์ตนเอง ให้สติปนใหญ่และใจเข้มแข็งขึ้นมา เราไม่ควรอายที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง เป็นความสว่างที่ทำให้อยากมีชีวิตต่อไป
เนื้อหา (ต่อ)
น่าเสียดายที่บางคนเก่งแต่ศักยภาพถูกกดทับไว้
เด็กบางคนชอบดนตรีแต่พ่อแม่ไม่ให้เรียน จึงไปคุยกับป้า ป้าให้เรียนแต่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ จึงเรียนจิตวิทยา แต่ก็ยังเล่นดนตรีไปด้วย เขามีเป้าหมายจะนำดนตรีมาบำบัดจิต เป็นการที่ไม่ทิ้งศักยภาพตนเอง แต่ก็ถูกใจพ่อแม่
เจ้านายต้องฝึกพนักงานให้ทำสำเร็จทีละขั้น
การรับผิดชอบต่อชีวิตคุณ 100%
เหตุการณ์+การตอบสนอง = ผลลัพธ์
คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกการตอบสนอง เป็น Stop to think ควรดูว่าเป้าหมายของเราว่าคืออะไรด้วย
เวลาอบรมลูก ให้อธิบายพฤติกรรม แทนที่จะบอกว่าไม่ดีเท่านั้น
อิทธิพลจากคำพูด 7% โทนเสียง 38% และท่าทาง 55% ควรอธิบายถึงเจตนาที่อยู่เบื้องลึกด้วย ติพฤติกรรม ไม่ใช่ตัวตนของคน
อย่าตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ เจ้านายควรเป็นผู้สังเกตการณ์ คอยให้คำแนะนำ จะได้ไม่ต้องเป็นหน่วยกู้ภัยตลอด
เข้าใจให้ชัดว่าทำไมคุณอยู่ตรงนี้
ชีวิตเรามี 3 คำ คือ Be, Do, Have
ต้องคุยกับลูกน้องเรื่องเป้าหมาย ถ้าเขาเข้าใจ ก็จะสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
วันที่ 28 มกราคม 2558
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ กลยุทธ์ เครื่องมือและเทคนิคการบริหารจัดการสมัยใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับการทำงานของ กฟผ.
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
ทุกราคาที่ลูกค้าเสียไปต้องชดเชยด้วยความแตกต่าง แม้ราคาถูก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคุณภาพ
เช่นอาหารต้องอร่อยตรงตามความต้องการลูกค้าและสมราคา
เราก็ยังมีคู่แข่ง เราต้องเข้าใจวิธีคิดว่าไม่มีอะไรขาวกับดำ ความสมดุลราคากับความแตกต่างดิ้นได้
คู่แข่งขายอาหารอร่อยเท่ากัน แต่ราคาถูกกว่า คนก็ไปซื้อที่ร้านคู่แข่ง
ร้านอาหารอร่อยราคาแพงกว่า คนก็ไปซื้อที่ร้านนี้มากกว่าร้านที่อร่อยน้อยกว่า ราคาถูกกว่า
บางทีร้านอาหารราคาและคุณภาพต่างกัน อยู่รอดทั้งหมดถ้าไม่อยู่ติดกัน
ถ้าอาหารอร่อย แต่บริการไม่ดี ก็อยู่ไม่รอด
บ้านไร่กาแฟเดิมกำหนดราคา 80 บาท รสชาติใช้ได้ แต่บริการไม่สุภาพ ใช้เวลาชงนานทั้งๆที่เป็นร้านในปั๊มที่คนมาแวะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ถือว่าวางตำแหน่งไม่ตรงตามความต้องการของลูกค้า
ร้านอเมซอน แพงกว่า แต่บริการเร็วกว่า
ราคาแพง รสชาติต้องอร่อยมาก ได้มาตรฐานคงเส้นคงวา
อย่ามองอะไรจากมุมตนเองเท่านั้น
ถ้าวางตำแหน่ง ต้นทุน ราคา สอดคล้องกับลูกค้า ก็จะรอด
สายโซ่แห่งคุณค่าสำคัญ สตาร์บัคมีการกำหนดอุณหภูมิชงกาแฟ และมีการตรวจสอบคุณภาพเพื่อให้ลูกค้าได้สินค้ามีคุณภาพ
ประเทศจะขายสินค้าได้ดีต้องกำหนดราคาและคุณภาพให้ตรงตำแหน่งของลูกค้า
เมื่อมีเขตการค้าเสรี ก็มีการแปลงสัญชาติสินค้าเพื่อเข้ามาขายในประเทศเลี่ยงภาษี
ประเทศเล็กแข่งขันลำบากต้องวางตำแหน่งใหม่ เช่นรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนเหมือนได้อีก 9 ประเทศฟรี
ตำแหน่งของประเทศเกิดจากตำแหน่งขององค์กรต่างๆในประเทศ ถ้าสินค้าตรงกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ประเทศเจริญ
มาเลเซียประสบความสำเร็จเพราะวิเคราะห์ SWOT ดี มองอนาคตเก่ง
ความสามารถในการจับประเด็นเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ชนะได้
จาก Balance Scorecard วัตถุประสงค์ได้แก่ การเงิน ลูกค้า ระบบ การเรียนรู้ (Learning Growth)
ในมุมมองลูกค้า การทำให้ลูกค้าพอใจสำคัญสุดเพราะมีอิทธิพลต่อการรักษาลูกค้า หาลูกค้าใหม่ หากำไร และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด
ลูกค้าอาจจะพอใจในสิ่งที่ต่างกันคือ ราคา คุณภาพ ภาพลักษณ์
ต้องมีการพัฒนาภาพลักษณ์ โดยพัฒนาระบบ ประชาสัมพันธ์ให้ตรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
ต้องมีการเพิ่มพูนสินค้าใหม่เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
เมื่อวางระบบ ต้องมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับลูกค้า
Balance Scorecard ช่วยป้องกันภัย เพราะช่วยจัดระบบโดยจัดการฝึกอบรม
ต่อมามี Balance Scorecard สำหรับรัฐวิสาหกิจ แต่เรื่องการเงิน เป็นการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
Competing for Core Competency เป็นความแตกต่างที่คนเลียนแบบยาก นี่คือที่มาของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อย่ามองแค่สินค้า จุดอ่อนที่แก้ได้ ทำได้โดยไปหาพันธมิตร
วันนี้อย่ามองแค่ Core Competency แต่ให้มองตนเป็น Strategic Resources
Strategic Resources ประกอบด้วย Core Competencies, Strategic Asset, Core Processes
สมัยนี้ การขายไม่อาศัยเนื้อที่ แทนที่จะเป็นร้านหนังสือธรรมดา ก็เป็นร้านอเมซอนขายทางอินเตอร์เน็ต
ขายแซนวิชโดยเป็นพันธมิตรกับวัดขายเป็นอาหารแจกในงานศพได้เป็นวันละหมื่นชิ้น
การได้คนดี 1 คนก็จะดึงดูดคนดีๆเข้ามาอีกมาก
การบริหารเชิงกลยุทธ์ต้องให้ตรงทิศทางโลกแห่งความเปลี่ยนแปลง จุดอ่อนจุดแข็ง ตรง KPI
การทำ SWOT ต้องมองอนาคต
การทำให้ลูกค้าพอใจต้องทำให้เป็นรูปธรรม
สิ่งสำคัญที่สุดคือปรับวิธีคิด เป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์
นักคิดเชิงกลยุทธ์มีลักษณะดังนี้
รู้เขารู้เรา ทำนายอนาคตได้ดี เห็นสิ่งที่เหมือนกันในความแตกต่าง ลูกค้าต้องการ One Stop Service ดังนั้นหลายธุรกิจจึงไปเปิดในห้างทำให้ลูกค้าไปใช้บริการได้หลากหลาย
Blue Ocean มีนวัตกรรมใหม่ เช่น สายการบินต้นทุนต่ำ ที่เกิดจากคนอยากนั่งเครื่องบินในราคาถูกแบบรถเมล์
เมื่อโลกเปลี่ยน เราทำได้หลายเรื่อง แต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง
วันนี้สินค้าชนะกันด้วยความแตกต่างและสิ่งที่จับต้องไม่ได้
โลกยุคปัจจุบันเข้าสู่ยุคพลังงานทางเลือกบวกไอทีแล้ว ไทยกำลังใช้พลังงานทางเลือก 12% และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ต้องปรับวิสัยทัศน์ อย่ามองแค่ไทย มองอาเซียนและโลกด้วย
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ข้อมูลที่นำมาเผยแพร่ใน blog นี้ เป็นประโยชน์มากครับ ไม่เฉพาะแค่ผู้เข้าอบรม เท่านั้น ท่านยังแบ่งปันให้คนทั่วๆไปได้เข้าถึงแหล่งความรู้ที่มีคุณค่าย่างยิ่ง ขออนุญาตินำไปเผยแพร่ต่อในเวปไซด์ www.thaiihdc.org เวปไซด์ของมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ที่ท่านเป็นประธานครับ
นับถือ
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
สรุปการบรรยายหัวข้อ
3V & Innovative Project: โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของ กฟผ.
(Problem Based Learning..ภายใต้แนวคิดหลัก : วิเคราะห์อนาคต
กฟผ. ปี 2020 กับแผนการเตรียมความพร้อม)
โดย ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
คณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
29 มกราคม 2558
ศ.ดร.จีระ: ต้องนำความรู้ หรือ Input ที่ได้ไปใส่ในสายงานวิจัยด้วย โดยใช้ Chira way ในการเก็บข้อมูล
การตั้งสมมติฐาน ต้องตอบโจทย์อนาคต และต้องมองเรื่อง 3V ด้วย
ห้องนี้ได้ Vตัวที่ 1 แล้ว ต้องเน้นเรื่อง V2 และ V3
การต่อสู้โดยให้มูลค่าโดยต้องทำCreativity และต้องมีนวัตกรรม
หากมีช่องว่างที่เลี่ยงวัฒนธรรมองค์กร ก็ควรทำเพื่อให้ได้โครงการ 3V
ค้นหาตัวเองว่ามีอะไรข้างใน และต้องรวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อน Value creation และไปสู่ Value diversity
ถ้ามี Value diversity มากๆ ก็จะมีความคิดสร้างสรรค์
ขอให้รุ่น 11 เอาจริงเรื่อง 3v
ฝึกวินัยในการตั้งโจทย์ หรือ Hypothesis ที่น่าสนใจ และนำไปใช้ได้ แล้วเก็บข้อมูลนำเสนอว่าตอบโจทย์ Hypothesis ที่ตั้งไว้ว่าทำได้หรือไม่? ถ้าทำได้ก็เดินหน้าต่อ ถ้าทำไม่ได้ก็เก็บข้อมูลพื้นฐานไว้ก่อน
Hypothesis ของ รุ่น 11 จะต้องเน้น..
ทุกเรื่องที่สอนในห้องนี้ แม้กระทั่งการให้อ่านหนังสือ ก็สามารถนำไปใส่ได้ในงานวิจัย หรือโครงการได้
ผมมีโอกาสดูแลวิทยานิพนธ์ของปริญญาโทและเอกหลายแห่ง และครั้งนี้ในฐานะ Coach ใหญ่ เรื่อง Projects ของรุ่น 11 ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ผมมี Passionแล้ว ทุก ๆ คนปรึกษาได้ เป้าหมายของผม คือ เรียนรู้เรื่อง Research ไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่เบรก ทุกวัน คือ คิดถึง Projects และนำเอาแนวคิดที่เรียนทุก ๆ วันในห้อง + การอ่านเพิ่มเติม มาใช้ในการออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมของเรา อย่าให้แตกแยกไปจากการเรียนในห้อง ให้การทำ Research เป็นเนื้อเดียวกันกับการเรียน
โครงการ Mini-Research & Projectsของ EADP10
กลุ่มที่ 1 การเตรียมแหล่งเงินทุนในการสร้างโรงไฟฟ้า
กลุ่มที่ 2 ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดสัดส่วนกำลังไฟฟ้าที่ผลิตของกฟผ.
กลุ่มที่ 3 การก่อสร้างไฟฟ้าของกฟผ.เป็นอย่างไรในปี 2020
กลุ่มที่ 4 ทัศนคติของคนกฟผ. ต่อการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่
กลุ่มที่ 5 การลดการต่อต้านของชุมชนในการสร้างพลังงานของกฟผ.
กลุ่มที่ 6 การพัฒนาศักยภาพ EGAT Group เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน
กลุ่มที่ 7 ปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างระบบส่งของกฟผ.: ศึกษากรณีการได้มาซึ่งที่ดิน
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล: เป้าหมายคือ ต้องสร้างโครงการ และทำอย่างไรให้ EGAT พัฒนา ไม่ใช่เป็นโครงการแบบ Routineต้องเป็นโครงการที่ใหม่ และน่าสนใจ ให้ทุกคนคิดว่าอยากทำอะไร
งานวิจัยต้องทำเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่คิดมันใช่ เช่น ปีที่แล้วมีปัญหาเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้า คือ ชุมชนต่อต้าน มีกลุ่มหนึ่งทำเรื่องทำอย่างไรให้ชุมชนต่อต้านน้อยลง มีการสำรวจ สอบถาม ลงพื้นที่ชุมชน นำเสนอดี ต่อไปคือ ถ้า EGAT ทำโรงไฟฟ้า จะต้องมีปัจจัยอะไรเพื่อให้ชุมชนไม่ต่อต้าน เพราะฉะนั้นต้องทำแบบมียุทธศาสตร์ ปัญหาคือ ปีที่แล้ว ไปดูที่โรงไฟฟ้ากระบี เพราะกระทบเรื่องการท่องเที่ยว เพราะต้องทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ยอมรับ ต้องทำอย่างมียุทธศาสตร์ วันนำเสนอปรากฎว่าไม่ใช่อย่างที่ตกลงกัน
ศ.ดร.จีระ: ขอชมเชย และตอบคำถามได้ตรงประเด็น แต่ขาดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังไม่มีความเป็นสากลเท่าที่ควร
ประเด็นปัญหา นวัตกรรมคือ ถ้าเราเลือกก็เจอ แต่เราต้องทำแบบเกือบสำเร็จ
ผมเห็นปัญหาที่นี่เยอะ ขอให้คำนึงถึงปัจจัยของอุปสรรคเป็นหลัก เรื่องการปรับองค์กรน่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้แล้ว คือ ต้องให้ Flow วิ่งไปทางขวาไม่ใช่แนวดิ่ง ภารกิจเมื่ออยู่กับภาคเอกชนแล้วต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ต้องปรับองค์กรซึ่งน่าจะทำง่ายกว่าชุมชนทั้งสายส่งกับการสร้างโรงไฟฟ้า เมื่อเลือกแล้วก็อยากให้ realistic
Role model ในยุคต่อไปคือกลุ่มนี้ แล้วรวมตัวกัน
การทำโครงการครั้งนี้สามารถนำเรื่องของรุ่นที่ 10 มาดูและเปรียบเทียบ
ศักยภาพในตัวหากไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่เนื่องจากติดที่โครงสร้าง
เรื่อง International area ต้องเน้นมากขึ้น คือ ต้องปรับmindset ต้องเป็นมืออาชีพ และ มีความเป็น Internationalism ปรับองค์กรภายนอก
อย่าเป็นเหยื่อของความสำเร็จ ต้องมีการลงทุนเรื่องคน
SCG ให้เรียนทุกปี ไม่นับวันลา อย่างน้อย 7 วัน
EGAT ยังลงทุนเรื่องคนน้อย
อ.กิตติ: แต่ละกลุ่มมองปัญหาขององค์กรคล้ายกัน ให้แต่ละกลุ่มเลือกปัญหาของตัวเองไว้
กลุ่ม 5 : สัดส่วนกำลังผลิต
กลุ่ม 4: การสร้างการยอมรับของชุมชน
อ.กิตติ เสนอว่าควรทำเรื่องใหม่
อ.จีระ: ควรสัมภาษณ์ประชาชน 200 คน
กลุ่ม 1: การบริหารจัดการองค์กร (management tool)
กลุ่ม 3: การขยายระบบส่ง
กลุ่ม:
กลุ่ม:
กลุ่ม:
ศ.ดร.จีระ: แต่ละโต๊ะให้ตัดสินใจเรื่องหัวข้อและให้ส่งข้อมูลกลับมา
สรุปการบรรยายหัวข้อ
ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) กับการพัฒนางานของ กฟผ.
: วิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่กับสิ่งที่ควรจะเป็นและการมองเป้าหมายร่วมกัน"
โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์
29 มกราคม 2558
กิจกรรม: ให้เสนอผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิม
แชร์ความคิดเห็นเรื่องความสุข
ความสุขหาตัวดัชนีชี้วัดยาก อยู่ที่ตัวบุคคลเป็นที่ตั้ง ต่อเนื่องหรือไม่ ตอบได้ว่าไม่น่าจะต่อเนื่อง เพราะไม่มีใครมีความสุขตลอดเวลา เรื่องความคืบหน้าไม่จำเป็น เพราะชีวิตคืบหน้าไป ไม่จำเป็นว่าต้องมีความสุขเสมอไป
อ.ศรัณย์: ความคิดสร้างสรรค์ เป็นการเคลื่อนที่ไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการ
คนเราจะประสบความสำเร็จในการทำงานขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
ตั้งคำถาม และหาคำตอบว่าท่านจะลงกี่ชิป ถ้ามั่นใจมากลงมาก มั่นใจน้อยลงน้อย
1. 86% ของคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงานในทุกๆระดับขึ้นอยู่กับ
- มนุษย์สัมพันธ์
- ความคิดสร้างสรรค์ คือความคิดที่ต่างไปจากเดิม เป็นการพัฒนาและปรับปรุง และทำให้มีความสุข และนำพาไปสู่ความสำเร็จในการทำงาน
ความคิดบางคิดก็ติดอยู่ในกรอบความคิด บางครั้งติดนโยบายองค์กร ติดงบประมาณ ติดบทบาท กรอบสังคม คิดกลับไปที่เดิม เลยผิดธรรมชาติของความคิดสร้างสรรค์
ต้องสลายกรอบความคิด
คิดนอกกรอบ เอาไปใช้เลยไม่ได้เหมือนเป็นความคิดดิบๆ ต้องบ่มความคิด ดึงความคิดอยู่ในกรอบองค์กร และกรอบสังคม
คิดคร่อมกรอบ โดยแนะนำตัวเองแบบใหม่ว่า
รูปอะไร
ผลไม้อะไร
กลิ่นอะไร
เสียงอะไร
กรอบที่กักกั้นความคิดสร้างสรรค์ของคนส่วนใหญ่
จริงๆแล้วทุกคนมีไอเดียมีความคิดใหม่ๆแต่เราไม่สามารถผลักดันให้เป็นความคิดสร้างสรรค์ได้ เพราะกลัวผิด ไม่อยากต่างจากคนอื่นๆ
กิจกรรม: ในการทำลายกรอบความกลัว
ให้เขียนว่ากลัวอะไรอยู่
จริงหรือไม่
ถึงตายมั้ย
กิจกรรม แนะนำตัวอย่างสร้างสรรค์ และเปลี่ยนคู่ เปลี่ยนกลุ่มแนะนำตัวไปเรื่อยๆ
เทคนิคทำอะไรเพิ่มเติมได้อีกบ้าง
เราต้องคิดไอเดียออกมาเรื่อยๆ ไอเดียหลังมักจะแปลกไปจากเดิม วิธีคิดนอกกรอบคือ คิดปริมาณเยอะๆ
ให้บอกว่าที่เรียนในวันนี้ชอบ ไม่ชอบ อยากจะเสนอแนะอะไร
1. ให้คิดแบบไม่ยั้ง เน้นปริมาณเยอะ divergent thinking
2. ต้องไม่กีดกั้นความคิดคนอื่น และต้องเตรียมความคิดแปลกๆ
3. เป็นการสอนแบบใหม่ เปิดใจรับฟังสิ่งแปลกๆเข้ามา
4. ต้องรู้จักคน ต้องอดทน
5. เวลากลัวอะไร ต้องถามว่ากลัวอะไรอยู่ แล้วไง ตามมั้ย
6. ต้องกล้าคิด กล้าพูด จะได้ความหลากหลาย
7. เป็นการคิดนอกกรอบที่จับต้องได้
8. เริ่มคิดจากตัวเราเองก่อน
9. หากโลกนี้ไม่มีคนเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน ก็ไม่มีคนคิดนอกกรอบ
10. รับฟังความคิดของผู้ร่วมงาน
11. ปัญหาที่คิดว่าแก้ไม่ได้ ต้องลองกลับไปคิดดูใหม่
12. ได้ความคิดหลากหลายจากเพื่อนที่เข้าอบรม
13. การคิดนอกกรอบไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้ารู้วิธีคิด
14. อาจารย์มีไอเดีย สามารถนำไปสอนลูกน้องได้
15. มีความกล้ามากขึ้น
16. ต้องคิดร่วมกันเพื่อให้องค์กรได้ประโยชน์
17. ได้ความคิดเป็นรูปธรรม
18. เทคนิค PPCO สามารถนำไปใช้ได้จริง
19. ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองจากความคิดใหม่ก่อน ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อปรับปรุงงาน
20. ได้รู้เทคนิคว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นการคิดนอกกรอบ
21. ปัญหาของคนไทยคือ อายและกลัวความคิดของตัวเอง
22. นำความรู้ไปปรับใช้ในที่ทำงาน
23. เข้าใจความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน
24. บางครั้งต้องคิดกลับด้าน
25. ได้เทคนิค 4 คำถามสลายความกลัว และ PPCO
สรุปการเรียนรู้ EADP วันที่ 28 ม.ค. 58
สร้างวิสัยทัศน์ผู้นำ (ศ.ดร.จีระ หงส์รดารมภ์)
1.ภาวะผู้นำ ได้เรียนรู้ถึงตัวอย่างภาวะผู้นำที่เป็นที่ยอมรับของสาธารณชน สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาตนเอง และทีมงาน ที่สำคัญต้องมีธรรมาภิบาล
2.วางแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ต้องมีการวางแผนระยะยาว เช่น ผู้นำจีนที่ต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 8 ปี ซึ่งเป็นแนวทางในการทำ Successor. ขององค์กรได้ และในการพัฒนาควรใช้หลักการ 8 k's+5 k's
3.หลักการเรียนรู้ที่สำคัญคือต้อง Reality และ Relevant
4.การจัดทำ workshop ช่วยให้ได้ Network เพิ่ม และได้ทบทวนหลักการวิจัย
Managing Self Performance (อ.อิทธิภัทร ภัทรเมฆานนท์)
1.เรียนรู้หลักการ Coaching นำไปพัฒนาทีมงานในองค์กรและครอบครัว
2.การทำกิจกรรม Stop to Think สามารถนำไปประยุกต์ในการบังคับบัญชา
3.หลักการของ Competencies ต้องมีทั้ง Knowledge Skill & Attributes
กลยุทธ์ เครื่องมือ และเทคนิคการบริหารจัดการสมัยใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับการทำงานของกฟผ. (รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์)
1.การจับประเด็นให้ถูกต้อง และทันการณ์ ช่วยให้ทิศทางของแผนกลยุทธ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
2.การจัดทำแผนกลยุทธ์ ความสำคัญลำดับต้น ต้องวิเคราะห์ SWOT อย่างถูกต้อง แม่นยำทั้งปัจจุบันและอนาคต
3.แผนกลยุทธ์ทั้งหลายในปัจจุบัน พัฒนามาจากหลักการเดิม แต่ควรนำมาประยุกต์ให้เหมาะสม
4.Strategic Resource ประกอบด้วย Core Competencies, Strategy Asset และCore Process
สรุปการเรียนรู้ EADP วันที่ 29 ม.ค.58
3V & Innovative Project: โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของ กฟผ.(ศ.ดร.จีระ หงส์รดารมภ์ และ อ.กิตติ ชยางคกูล)
ตัวอย่าง ปัญหาที่จะรักษาบุคลากรไว้ได้อย่างไร คำตอบคือใช้ทฤษฎี 3 วงกลม เพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ, Happy Work Place, Happiness @ Work และทฤษฎี HRDS ทั้งนี้ Trend ในการพัฒนาคนในระยะหลังนี้ มักจะพัฒนาจาก Intangible
สำหรับกลุ่ม 6 ได้คิดถึงปัญหา 3 ประการคือ
1.กฟผ.สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มไม่ได้ ซึ่งเกิดจากการต่อต้านของชุมชน แนวทางการแก้ปัญหาคือ ทำสวนทางเดิมคือ ให้ชุมชนเรียกร้องให้ กฟผ.ไปสร้างโรงไฟฟ้า
2.กฟผ.ถูกดึงบุคลากรที่ลงทุนสร้างขึ้นมา ซึ่งเกิดจากการ Bloom ของธุรกิจผลิตไฟฟ้า แนวทางแก้ปัญหาคือ การทำ Happy Work Place, Happiness @ Work และทฤษฎี HRDS
3.กฟผ.มีคู่แข่งมากขึ้น เนื่องจากนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าพัฒนารวดเร็ว อาจมีการผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีใหม่ได้ง่าย ต้นทุนต่ำ แนวทางการแก้ปัญหาคือ ค้นหาธุรกิจที่ กฟผ.มีศักยภาพไว้สำรองเพื่อการสยายปีกในอนาคต
ทั้งนี้ เมื่อต้องเลือก 1 เรื่อง กลุ่ม 6 เลือกข้อ 1 ในการทำวัจัย
ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) (อ.ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์)
ความคิดสร้างสรรค์ ทำได้ 3 แบบคือ สลายกรอบ (กรอบความคิด กรอบองค์กร กรอบสังคม) คิดนอกกรอบ และคิดคร่อมกรอบ ซึ่งมีวิธีแก้ไขคือ
1.จางกรอบความคิดคนเอง (ซึ่งอาเธอร์ กล่าวว่า "การคิดนอกกรอบคือ อย่าเอาตัวเข้าไปอยู่ในกรอบ") แล้วคิดนอกกรอบทั้งหมด (ถูกธรรมชาติของความคิดสร้างสรรค์) แต่ยังเอาไปใช้ไม่ได้
2.คิดนอกกรอบ Think out of the box ซึ่งเป็นความคิดแบบดิบๆ ต้องนำมาบ่มความคิด แล้วดึงกลับเข้ามาในกรอบซึ่งคือ คิดคร่อมกรอบ
3.กรอบที่กีดกั้นความคิดสร้างสรรค์คือ
a.การยึดติดกับภาพลักษณ์ของตนเอง
b.ความต้องการสร้างความประทับใจ
c.การ Sensor ตนเอง
d.การเดินตามผู้อื่น
e.ความกลัว ซึ่งมีคำถามแก้ความกลัว 4 ขั้นคือ กลัวอะไรอยู่ แล้วไง จริงอ๊ะเปล่า และถึงตามไหม
4.เทคนิคในการคิดสร้างสรรค์ต้องถามตัวเอง 3 ข้อคือ ทำอะไรอยู่บ้าง ทำอะไรเพิ่มได้อีกบ้าง ทำไปทำไม มีวิธีอื่นไหม แล้วนำมาสกัดในเป็นความคิดคร่อมกรอบด้วยหลักการ PPCO
a.Pluses ข้อดีคืออะไร
b.Potentials ข้อดีในอนาคต
c.Concerns ติดอะไร กังวลอะไร
d.Opportunities หลบหรือเลี่ยง หรือทะลุได้อย่างไร
สรุปสิ่งที่เรียนรู้จากหัวข้อ ความคิดสร้างสรรค์
การนำหลักการ PPCO ไปใช้ในการบ่มความคิดสามารถใช้งานร่วมกับกรอบขององค์กรและกรอบของสังคม
P คือ Pluses ข้อดีของความคิด
P คือ Potentials ข้อดีที่จะเกิดในอนาคต
C คือ Concerns ข้อติดขัด ข้อกังวล ข้อแม้ ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น
Oคือ Opportunities การหลบเลี่ยง การทะลุ ข้อกังวล
ความเหมือนกันของกฎทอง 25 ข้อของ Mr.Willium E.Heinecke และ Chira Hongladarom's Model ซึ่งเป็นประโยชน์กับ กฟผ.
1.สนุกกับงาน
2.คิดถึงภาพใหญ่
3.ฝันให้ไกลและไปให้ถึง
4.Focus ที่ลูกค้า
5.เป็นผู้นำในงานที่ทำ
6.เรียนรู้ประโยชน์จากความเจ็บปวด
7.ล้มแล้วต้องรีบลุกขึ้น
8.สร้าง Network
9.เสนอรูปแบบใหม่ที่ทำให้ดีขึ้น
สรุปสิ่งที่เรียนรู้ EADP วันที่ 28 ม.ค. 58
สร้างวิสัยทัศน์ผู้นำ (ศ.ดร.จีระ หงส์รดารมภ์)
ผู้นำจะต้องมีจริยธรรมที่ดีและมีความรอบรู้ ใฝ่รู้
ซึ่งการเรียนรู้ที่เป็นเลิศได้แก่
4L's
Learning Methodologyมีวิธีการเรียนรู้ที่ดี
Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
Learning Opportunitiesสร้าง/เกิดโอกาสจากการเรียนรู้
Learning Communities สร้าง/เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้
2I's
Inspiration – จุดประกาย
Imagination - สร้างแรงบันดาลใจ
3L's
Learning from pain เรียนรู้จากความเจ็บปวด
Learning from experiences เรียนรู้จากประสบการณ์
Learning from listening เรียนรู้จากการรับฟัง
C – U – V
•Copy
• Understanding
• Value Creation/Value added
โดยเฉพาะหากจะนำความคิดของผู้อื่นมาใช้ ควรใช้ด้วยความเข้าใจ ให้เกียรติที่มาของความคิด และที่สำคัญต้องสามารถนำไปใช้อย่างเพิ่มมูลค่าให้กับความคิด
นอกจากนี้ผู้นำจะต้องมีน้ำอดน้ำทนต่อความเจ็บปวดและต้องมีความสามารถในการเรียนรู้จากความเจ็บปวดที่ได้รับจึงจะสามารถนำพาองค์กรไปรอด
และการพัฒนาผู้นำนอกจากความสามารถด้านความรู้และความคิดแล้ว ยังต้องพัฒนาความเป็น Coach ด้วย ผู้นำที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติเป็น Coach ที่ดีด้วย
วันพุธที่28 มกราคม2558
หัวข้อ Managing Self Performance
โดยอาจารย์อิทธิภัทรภัทรเมฆานนท์
องค์กรที่ประสบความสำเร็จคนเป็นตัวจักรสำคัญนอกเหนือจากระบบ
องค์กรจึงต้องทำให้คนในองค์กรมีความสามารถในการเป็นโค้ช
จากการชมภาพยนตร์
ความโกรธความโลภความกลัวหรือกังวลจะเป็นส่วนที่ทำให้มนุษย์เกิดความเครียดมนุษย์ถ้ามนุษย์เครียดแกนกลางสมองเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกจะสั่งงานมาที่ร่างกายทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติได้ผู้นำจะต้องสามารถทำให้ผู้ตามปราศจากความเครียดอยู่ในภาวะสงบที่สุด
การโค้ชต้องให้ความสำคัญContent และContext คือทั้งเนื้อหาและบริบท
การเป็นโค้ชที่ดีจะต้องใช้การตั้งคำถามที่ดีเพื่อให้เกิดการคิดเป็นการดึงความเป็นเลิศของผู้รับการโค้ชออกมา
นอกจากนี้การสื่อสารจะต้องระมัดระวังเนื่องจากในการสื่อสารนั้น
อิทธิพลจากคำพูด7%
โทนเสียง38%
ท่าทาง55%
ต้องคุยกับผู้รับการโค้ชเรื่องเป้าหมายถ้าเขาเข้าใจอย่างชัดเจนเรื่องก็จะสามารถทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างในการสร้างจิตวิญญาณ
พิจารณาจาก Model ข้อ 1- 9 ของอาจารย์จีระ มีความเหมือนกับมุมมองของ Mr.William ในประเด็น network
เน้นความเป็น 1 และมีความต่างในเรื่องบริหารคน ของอาจารย์จะเน้นลูกน้องด้วย จะพัฒนาลูกน้องให้เก่งด้วย แต่
Mr.William จะพัฒนาเฉพาะตนเองโดยส่วนตัวชอบในเรื่องการปฏิบัติตนเหมือนเจ้าของ เพราะจะทำให้การคิด
การทำอะไร ก็จะระมัดระวัง และคิดทำเพื่อประโยชน์ขององค์กรจริงๆ เปรียบเสมือนเป็นเจ้าของเองซึ่งก็ได้ใช้แนวคิดนี้ในการทำงานเช่นเดียวกัน
สรุปการเรียนรู้ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ กฟผ. EADP 11/2015 โดย อ.ดร.จีระ หงส์ลดาลมภ์
การอบรมในวันแรก สร้างแรงกระตุ้นในการรับฟังวิทยากรมาก เนื่องจากเป็นรูปแบบใหม่ ที่ค่อนข้างออกแนวบู๊ สามารถกระตุ้นผู้เข้าอบรมวัยนี้ให้ตั้งใจฟังได้เป็นอย่างดี และมี work shop ที่ต้องใช้เวลาน้อยมากในการกลั่นควาคิดออกมานำเสนอให้ได้ สร้างความกดดัน ทำให้เกิดการตื่นดัว
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบแรกของการอบรมคือ การ Turn Idea to be action แล้วให้ Turn action to be success ด้วยการคำนึงถึง 2 R คือการอยู่ในโลกของความจริง Reality และ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทั้งภายนอกและภายในเข้าด้วยกัน Relavant ต้องจับประเด็นสำคัญให้ได้ มีความต่อเนื่องในงาน
และประเภทผู้นำ มี 2 ประเภท คือ ผู้นำโดยตำแหน่ง กับผู้นำที่มาจากความศรัทธา โดยคุณสมบัติผู้นำที่ดี ต้องมีศรัทธานในตัวลูกน้อง ไม่ใช้การสั่ง คนทุกคนสามารถฝึกได้ และผู้นำต้องมีอิทธิพลทางความคิด ไม่ใช้อำนาจเพียงอย่างเดียว
จุดอ่อนของ กฟผ. คือการประชาสัมพันธ์ และการให้ความรู้กับชุมชน ในชุมชนที่มีการดูแลจนโครงการสำเร็จแล้ว ต้องมีการดูแลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> Compare เปรียบเทียบ กฎทอง 25 ข้อของ Mr.Willium E.Heinecke และ Chira Hongladarom’s Model ซึ่งเป็นประโยชน์กับ กฟผ </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> 1.Creativity and Innovation เสนอรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ดีขึ้น </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> 2.Down and up again เมื่อเกิดผิดพลาดล้มเหลว ล้มแล้วต้องรีบลุกขึ้นโดยเร็ว </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> 3.คิด Project ใหม่ และยากเสมอ </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> 4.Develop your Contacts -สร้าง Network </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> 5.GTD(get things done) บริหารเวลาuse your time wisely </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> 6.Failure is lesson , recognize a failure and move on </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> 7. Reach for the sky ฝันให้ไกลไปให้ถึง </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> 8.Think big picture , set Goals มองภาพใหญ่ มีเป้าหมาย </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> 9.Customer’s focus </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: normal;"> </p>
29 ม.ค. 58
1) การตั้งสมมติฐาน จะต้องคำนึง 3V
- Value added
- Value creation
- Value diversity
ปกติทั่วไปเรามักจะทำเรื่อง Value added อยู่แล้ว หากสามารถพัฒนาไปอีก 2 value ได้ จะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ที่สร้างสรรค์ และหากเป็นการรวมความหลากหลายไว้ด้วยกันแล้ว ยิ่งทำให้บรรลุสิ่งที่ต้องการใด้ชัดเจนตรงประเด็นที่ต้องการ ความหลากหลายจะเป็นการสร้างพันธมิตรเครือข่าย ทั้งภายใน+ภายนอก ซึ่งจำเป็นต้องมีในโลกใบนี้
2) ความคิดสร้างสรรค์ :
* สลายกรอบ -> คิดนอกกรอบ -> คิดคร่อมกรอบ
โดยใช้เทคนิค Pluse Potential Concern Opportunity ทั้งนี้ จะต้องกล้าคิด คิดให้หลากหลาย ไม่ต้องให้มีอะไรมาขวางความคิด แล้วมาดูกรอบองค์การ + กรอบสังคม ว่า ความคิดสร้างสรรค์นั้นสอดคล้องกับ 2 กรอบนี้
* แนวคิดนี้สามารถนำมาปรับใช้กับทีมงานเรา เพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ จะต้องตั้งใจอดทนรับฟัง ทุกความคิดเป็นสิ่งที่ดี แต่บางความคิดอาจยังไม่เหมาะกับปัจจุบัน /กรอบองค์กร(ที่อยู่ แต่อาจเหมาะกับองค์กรอื่นได้) / กรอบสังคมที่อยู่ (สังคมวัฒนธรรมอื่นอาจยอมรับก็ได้)
28 ม.ค. 58
สิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้ :
1) ทุกคนต้องใฝ่รู้เรียนรู้ตลอดเวลา ต้องแสวงหาความรู้ใหม่ๆมาเพิ่มปัญญา แล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับงานที่รับผิดชอบ "Chira Way" ก็เป็นอีกองค์ความรู้แนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจศึกษานำมาประยุกต์ใช้งาน
2) Stop to Talk เราต้องรู้จักรอ รู้จักสงบ ฟังคนอื่น บางครั้งในการมอบหมายงานให้ลูกน้อง เรามักจะใจร้อน ไปติดตามเร่งงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เราควรรอด้วยความสงบ ในช่วงระยะเวลาที่มอบหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกน้องรู้จักคิดรู้จักทำเอง
3) นักคิดกลยุทธ์ต้องรู้จักนำ Tool Management ใหม่ๆ มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมทั้งต้องสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจเพื่อร่วมกันปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย
ถึงลูกศิษย์ EGAT 11 ทุกท่าน
ผมได้อ่าน Blog รุ่น 11 แล้ว ช่วงแรกก็ถือว่ามีความสำเร็จระดับหนึ่งเพราะขณะนี้ประมาณของวันที่ 30 มกราคม
กฌ็มีคนเข้าไปใน Blog เกือบ 100 คนแล้ว แสดงว่ามีคนสนใจที่จะอ่าน
ผมหวังว่าในช่วงที่ไม่ได้พบกันประมาณ 1 เดือนคงจะมีโอกาสได้แบ่งปันข้อมูลกันโดยเฉพาะประเด็นหลักๆก็คือ
- แต่ละวันได้อะไร
- มี Impact ต่อเราหรือ EGAT อย่างไร
- วันเสาร์ผมจะ Post บทความของผมให้อ่านดูเพื่อ Share
ผมจะเขียนมาถึงบ่อยๆมีความสุขที่ได้รับใช้เป็น Servant Leadership รุ่น 11 ครับ
อยากให้รู้จักวันดีๆกระเเด้งไปสู่แนวร่วมข้างล่างด้วยไม่ใช่คิดแต่ไปสู่ระดับบนเท่านั้น
ภูมิใจที่ได้พบทุกคนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
Learning Forum & Practice
หัวข้อ บุคลิกภาพของนักบริหารยุคใหม่
ศิลปะการแต่งกายสไตล์นักบริหารยุคใหม่
เทคนิคการดูแลใบหน้าและแต่งหน้าให้ดูดีมีสไตล์
การเลือกทรงผมกับบุคลิกคนทำงานรุ่นใหม่
มาดและท่วงท่าอิริยาบถของคนทันสมัย
มารยาททางธุรกิจ
มารยาทในการรับประทานอาหารแบบต่าง ๆ
โดย อาจารย์ณภัสวรรณ จิลลานนท์
30 มกราคม 2558
อาจารย์ณภัสวรรณ: ผู้บริหารต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ภายนอก ดูทั้งเครื่องแต่งกายและเครื่องใช้ที่แสดงถึงรสนิยมดี ทั้ง เสื้อผ้า หน้า ผม
แนะนำการแต่งกายคุณปฏิพัทธ์
แนะนำผู้บริหาร
สิ่งที่ต้องคำนึงเสมอ
First Impression
55% รูปลักษณ์ภายนอก
38% น้ำเสียง
7% การพูดจา
สีโทนร้อน: แดง เหลือง ชมพู ส้ม น้ำตาล แดง
สีโทนเย็น: น้ำเงิน เขียว ขาว เทา เงิน
แนะนำสุภาพสตรี
แนะนำสุภาพบุรุษ
แนะนำเรื่องการนั่ง
เวลายืน: ผู้หญิงควรเก็บขาข้างหนึ่งไว้ข้างหลัง ทิ้งมือทั้งสองข้างสบายๆ
การเดิน: ควรเอาส้นลงก่อน ทำให้การทรงตัวดีขึ้น
กางเกงยีนส์สีซีดๆ ไม่ควรใส่
รูปร่างที่ต้องแก้ไข
หน้าท้องยื่น
ไหล่ห่อ ก้มงอไปข้างหน้า
ก้นยื่นไปข้างหน้า
ตำแหน่งของการนั่งที่ถูกต้อง Seating Position
การนั่งตามตำแหน่งที่ถูกต้อง: หากมี 3 คน เบอร์ 1 โซฟาเป็นที่ของแขก
เก้าอี้ ที่ใกล้ประตูเป็นที่ของเจ้าของบ้าน เบอร์ 2 นั่งเก้าอี้
ผู้หญิงไม่ควรนั่งใกล้ประตู เพราะต้องเน้นเรื่องความปลอดภัย
แต่ถ้าบังเอิญผู้ใหญ่นั่งโซฟา ก็ให้ผู้อาวุโส หรือผู้ใหญ่นั่งใกล้ที่สุด
ถ้าผู้ชายที่ไปด้วย อาวุโส ก็ต้องนั่งใกล้เจ้าของบ้าน และนั่งใกล้ประตู
การประชุม นำเสนองาน
ผู้พรีเซนต์ ต้องนั่งฝั่งตรงข้ามประตู เพื่อให้เห็นว่าเขามาหรือยัง
การนั่งรถยนต์: รถยนต์ ผู้ช่วยเจ้านายนั่งหลังคนขับ เจ้านายนั่งเยื้องคนขับ
ถ้าเจ้านายขับเอง เรานั่งข้างๆแบบเจียมเนื้อเจียมตัว
รถตู้ : ถ้าไปกันเยอะ เด็กขึ้นก่อน และเข้าด้านใน ผู้ใหญ่นั่งแถวแรกตรงกลาง
เวลาลงแถวหน้า คือ แถวผู้ใหญ่ลงก่อน
การไปงานแต่งงาน คนที่ไปรดน้ำสังข์ คือ คนที่อายุมากกว่า
เจ้าบ่าวนั่งทางขวา เจ้าสาวนั่งฝั่งซ้าย
ต้องรดเจ้าสาวก่อน เพื่อให้เกียรติ แล้วค่อยกลับไปรดเจ้าบ่าว
การยื่นนามบัตร ต้องยื่นให้ผู้รับอ่าน โดยมารยาทต้องแนะนำตัวคร่าวๆด้วย
Tips 5 ข้อ
1. ปลอดภัย
2. สะดวกสบาย
3. ให้เกียรติ
4. อัธยาศัยไมตรี
5. ความมีระเบียบเรียบร้อย
สรุปการเรียนรู้ EADP วันที่ 30 ม.ค.58
หัวข้อ บุคลิกภาพของนักบริหารยุคใหม่ (อ.ณภัสวรรณ จิลลานนท์) (9.00-12.30น.)
1.ได้เรียนรู้การพัฒนาบุคลิกภาพที่ดี ตั้งแต่การแต่งกายอย่างเหมาะสม การเลือกสี และแบบที่เหมาะสมกับโอกาส
2.การนั่งในที่ประชุม เมื่อนำเสนองานต้องนั่งหันหน้าเข้าหาประตู ผู้มีตำแหน่งสูงสุดนั่งใกล้ประธาน
3.การนั่งโซฟา ให้เจ้าของบ้านนั่งใกล้ประตู เข้าออกสะดวก
4.การยื่นนามบัตรให้ผู้อื่น ต้องหันด้านที่ผู้รับอ่านได้ ใช้สองมือ และเมื่อรับควรอ่านชื่อผู้ให้
5.หลักการจัดที่นั่งรถกับผู้อื่น
6.การขึ้นลงบันไดและใช้ลิฟท์ควรใช้หลักให้เกียรติและปลอดภัย
7.มารยาทบนโต๊ะอาหาร เช่นใช้ช้อนหรือซ่อมคู่นอกก่อนเสมอ การวางช้อนเมื่อรับประทานเสร็จแล้วให้วางเฉียงด้านขวาให้บริกรยกเก็บสะดวก การจับแก้วไวน์ใช้สามนิ้ว เป็นต้น