สรุปการบรรยายหัวข้อ

3V & Innovative Project: โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของ กฟผ.

(Problem Based Learning..ภายใต้แนวคิดหลัก : วิเคราะห์อนาคต

กฟผ. ปี 2020 กับแผนการเตรียมความพร้อม)

โดย ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

อาจารย์กิตติ ชยางคกุล

คณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย

29 มกราคม 2558

ศ.ดร.จีระ: ต้องนำความรู้ หรือ Input ที่ได้ไปใส่ในสายงานวิจัยด้วย โดยใช้ Chira way ในการเก็บข้อมูล

การตั้งสมมติฐาน ต้องตอบโจทย์อนาคต และต้องมองเรื่อง 3V ด้วย

ห้องนี้ได้ Vตัวที่ 1 แล้ว ต้องเน้นเรื่อง V2 และ V3

การต่อสู้โดยให้มูลค่าโดยต้องทำCreativity และต้องมีนวัตกรรม

หากมีช่องว่างที่เลี่ยงวัฒนธรรมองค์กร ก็ควรทำเพื่อให้ได้โครงการ 3V

ค้นหาตัวเองว่ามีอะไรข้างใน และต้องรวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อน Value creation และไปสู่ Value diversity

ถ้ามี Value diversity มากๆ ก็จะมีความคิดสร้างสรรค์

ขอให้รุ่น 11 เอาจริงเรื่อง 3v

ฝึกวินัยในการตั้งโจทย์ หรือ Hypothesis ที่น่าสนใจ และนำไปใช้ได้ แล้วเก็บข้อมูลนำเสนอว่าตอบโจทย์ Hypothesis ที่ตั้งไว้ว่าทำได้หรือไม่? ถ้าทำได้ก็เดินหน้าต่อ ถ้าทำไม่ได้ก็เก็บข้อมูลพื้นฐานไว้ก่อน

Hypothesis ของ รุ่น 11 จะต้องเน้น..

  • -Relevant นำไปใช้ในองค์กรของเรา
  • -มองอนาคต
  • -Expand to high value, 3V โดยเฉพาะระหว่างประเทศ หรือระหว่างหน่วยงานอื่นๆ โดยเฉพาะ Diversity เน้นภาคประชาชน นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่นและต่างประเทศ
  • -ต้องคิดว่าร่วมกัน Learn อย่างวันนี้ จะให้สบายๆ แค่ explore หัวข้อ Hypothesis ก่อน แล้วค่อยๆ มาดูว่าอะไรเป็นไปได้ แล้วจึงวางแผนเก็บข้อมูล และ Review Literature ขั้นต้นอย่างไร?
  • -ที่สำคัญ คือ มองอนาคตของเราว่าจะไปทางไหน? และย้อนกลับมาดูว่าจะต้องทำอย่างไร? ทำได้ดีหรือไม่? ดูสภาพแวดล้อมในอนาคตคล้าย ๆ คลื่นลูกที่ 4 ของผม และการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยและต่างประเทศที่มากระทบ เราจะฉกฉวยโอกาสอย่างไร?
  • -ข้อดีของรุ่นที่ 11 คือ มีการวางแผนล่วงหน้า ผมเป็นหัวหน้า research ทุกกลุ่มปรึกษาผมได้ และผมจะมีอาจารย์ กิตติ และทีมวิทยากรพี่เลี้ยงมาช่วย
  • ข้อที่พึงพิจารณา คือ
  • -Timing เวลามีไม่มาก
  • -ทำงานเป็นทีมอย่างวันแรกดีมาก คล้ายๆ Workshop หาหัวข้อที่ Relevant และไปต่อยอด 3V ให้ได้
  • -อยากเห็น V ที่ 2 กับ V ที่ 3 มากหน่อย คือ มองอะไรที่เป็นยุทธศาสตร์และสร้างสรรค์ และนอกจากสร้างสรรค์แล้วต้องทำให้สำเร็จ คล้าย ๆ จาก Creativity ไปสู่ Innovation แต่จะต้องเน้น Reality and Practical โดยมองจากองค์ความรู้ Basic Knowledge ที่มีและหาได้
  • วันนี้เป็นวันแรก.. หารือหัวข้อกันก่อน ควรจะเป็น Hypothesis ต้อง Relevant แต่ยังขาดการวิเคราะห์และเก็บข้อมูล ซึ่งจะยืนยันว่า Hypothesis ถูกต้องหรือไม่?
  • -Secondary Data
  • -Primary Data / Questionnaires / Focus Group หรือ In-depth Interview
  • แต่ที่สำคัญที่สุด คือ
  • - อ่าน Case กรณีศึกษาต่าง ๆ ในด้านการแพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และกระเด้งไปสู่การบริหารจัดการของเรา และเน้นทุนมนุษย์ 8K's และ 5K's ให้มาก
  • -มองอุปสรรคมากกว่าการตั้งโจทย์เท่านั้น อุปสรรค ต้อง Realistic อยู่ในบริบท (Context) ของเรา
  • -มอง Research ว่าเป็นการฝึกอ่าน เรียนรู้เชิงลึก มีระบบความคิดเพราะต้องแยกข้อมูลที่จำเป็นกับไม่จำเป็น และสรุปมาเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเรา และในระยะยาวบางคนอยากเรียนปริญญาเอกต่อให้ดี

ทุกเรื่องที่สอนในห้องนี้ แม้กระทั่งการให้อ่านหนังสือ ก็สามารถนำไปใส่ได้ในงานวิจัย หรือโครงการได้

ผมมีโอกาสดูแลวิทยานิพนธ์ของปริญญาโทและเอกหลายแห่ง และครั้งนี้ในฐานะ Coach ใหญ่ เรื่อง Projects ของรุ่น 11 ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ผมมี Passionแล้ว ทุก ๆ คนปรึกษาได้ เป้าหมายของผม คือ เรียนรู้เรื่อง Research ไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่เบรก ทุกวัน คือ คิดถึง Projects และนำเอาแนวคิดที่เรียนทุก ๆ วันในห้อง + การอ่านเพิ่มเติม มาใช้ในการออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมของเรา อย่าให้แตกแยกไปจากการเรียนในห้อง ให้การทำ Research เป็นเนื้อเดียวกันกับการเรียน

โครงการ Mini-Research & Projectsของ EADP10

™กลุ่มที่ 1 การเตรียมแหล่งเงินทุนในการสร้างโรงไฟฟ้า

™กลุ่มที่ 2 ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดสัดส่วนกำลังไฟฟ้าที่ผลิตของกฟผ.

™กลุ่มที่ 3 การก่อสร้างไฟฟ้าของกฟผ.เป็นอย่างไรในปี 2020

™กลุ่มที่ 4 ทัศนคติของคนกฟผ. ต่อการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่

™กลุ่มที่ 5 การลดการต่อต้านของชุมชนในการสร้างพลังงานของกฟผ.

™กลุ่มที่ 6 การพัฒนาศักยภาพ EGAT Group เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน

™กลุ่มที่ 7 ปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างระบบส่งของกฟผ.: ศึกษากรณีการได้มาซึ่งที่ดิน

อาจารย์กิตติ ชยางคกุล: เป้าหมายคือ ต้องสร้างโครงการ และทำอย่างไรให้ EGAT พัฒนา ไม่ใช่เป็นโครงการแบบ Routineต้องเป็นโครงการที่ใหม่ และน่าสนใจ ให้ทุกคนคิดว่าอยากทำอะไร

งานวิจัยต้องทำเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่คิดมันใช่ เช่น ปีที่แล้วมีปัญหาเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้า คือ ชุมชนต่อต้าน มีกลุ่มหนึ่งทำเรื่องทำอย่างไรให้ชุมชนต่อต้านน้อยลง มีการสำรวจ สอบถาม ลงพื้นที่ชุมชน นำเสนอดี ต่อไปคือ ถ้า EGAT ทำโรงไฟฟ้า จะต้องมีปัจจัยอะไรเพื่อให้ชุมชนไม่ต่อต้าน เพราะฉะนั้นต้องทำแบบมียุทธศาสตร์ ปัญหาคือ ปีที่แล้ว ไปดูที่โรงไฟฟ้ากระบี เพราะกระทบเรื่องการท่องเที่ยว เพราะต้องทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ยอมรับ ต้องทำอย่างมียุทธศาสตร์ วันนำเสนอปรากฎว่าไม่ใช่อย่างที่ตกลงกัน

  • ดังนั้นการที่จะโครงการอะไร โดยหลักต้องดูว่า EGAT 2015 มีปัญหาอะไร
  • แต่ละกลุ่มต้องช่วยกันคิดว่า EGAT 2015 มีปัญหาอะไร และจะมีแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไร และต้องดูว่า EGAT 2020 เป็นอย่างไร และมีการเตรียมตัวอย่างไร
  • ปัญหา
  • •EGAT 2015 -----> EGAT 2020
  • •Many PROBLEMS!
  • •Thinking à Sharing à Selecting
  • Choose ONE Problem เลือกปัญหาที่สำคัญที่สุด และส่งผลทางลบขององค์กร
  • Workshopกลุ่ม 1
  • 1. ให้แต่ละกลุ่มเสนอปัญหาที่ EGAT เผชิญอยู่ในปัจจุบันที่ส่งผลต่อ EGAT 2020 กลุ่มละ 3 ประเด็น
  • - ความห่างของ Gen เกิดความไม่ต่อเนื่องของแนวคิดของการสร้างผู้นำ
  • - EGAT Positioning กำลังผลิตลดลงไปเรื่อยๆ
  • - ความรู้สึกเป็นเจ้าขององค์กรลดลง
  • 2. วิเคราะห์ว่าปัญหานั้น เกิดจากอะไร ส่งผลต่อEGAT เพียงใด
  • - สนับสนุนรุ่นเด็กๆเพื่อต่อจากรุ่นเกษียณ
  • 3. เสนอแนะแนวทางว่าควรจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร
  • - ดูเรื่องการรองรับของวัฒนธรรม และเรื่อง Mindset
  • Workshopกลุ่ม 2
  • 1. ให้แต่ละกลุ่มเสนอปัญหาที่ EGAT เผชิญอยู่ในปัจจุบัน กลุ่มละ 3 ประเด็น
  • - ปัญหาคนขาดช่วง จะมีคนลดลง
  • - การจัดการองค์ความรู้ หรือ KM เพื่อส่งไปยังคนรุ่นใหม่
  • - ยังไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจน
  • 2. วิเคราะห์ว่าปัญหานั้น เกิดจากอะไร ส่งผลต่อEGAT เพียงใด
  • - ไม่มีการให้ความสำคัญกับ KM อย่างแท้จริง เน้นไปที่บริหารก่อน
  • - คนที่ขาดหายไปเป็นประเด็น
  • 3. เสนอแนะแนวทางว่าควรจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร
  • ต้องทำ fast track เพื่อให้มีคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ
  • การหาคนจากภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามา
  • มีการวางแผนรับคนเข้ามาเรื่อย เป็นการแก้ปัญหาระยะยาว
  • Workshopกลุ่ม 3
  • 1. ให้แต่ละกลุ่มเสนอปัญหาที่ EGAT เผชิญอยู่ในปัจจุบัน กลุ่มละ 3 ประเด็น
  • - โครงสร้างองค์กรที่ใหญ่และซ้ำซ้อนของงาน
  • - การยอมรับการสร้างโรงไฟฟ้าจากชุมชน
  • - การขยายและบำรุงรักษาระบบส่ง
  • 2. วิเคราะห์ว่าปัญหานั้น เกิดจากอะไร ส่งผลต่อEGAT เพียงใด
  • - ควรจะ Reengineering
  • - ต้องเปลี่ยนวิธีทำประชาสัมพันธ์ชุมชน
  • - สายส่งไฟฟ้าส่งผลกระทบกับชุมชน
  • 3. เสนอแนะแนวทางว่าควรจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร
  • - ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้า
  • - สื่อสารให้เข้าใจหลายทาง
  • Workshopกลุ่ม 4
  • 1. ให้แต่ละกลุ่มเสนอปัญหาที่ EGAT เผชิญอยู่ในปัจจุบัน กลุ่มละ 3 ประเด็น
  • - EGAT ไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มได้
  • - อนาคต EGAT ต้องบูม แต่เรื่องการดึงบุคลากรเป็นปัญหาใหญ่
  • - ต้องเตรียมความพร้อมในขณะที่ทรัพยากร โดยต้องเตรียมพร้อมทำธุรกิจใหม่ ที่ไม่ใช่การไฟฟ้า
  • 2. วิเคราะห์ว่าปัญหานั้น เกิดจากอะไร ส่งผลต่อEGAT เพียงใด
  • 3. เสนอแนะแนวทางว่าควรจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร
  • - ใช้การเข้าถึงชุมชนเข้าไปเสริม
  • - ต้องทำเรื่อง Happiness workplace
  • Workshopกลุ่ม 5
  • 1. ให้แต่ละกลุ่มเสนอปัญหาที่ EGAT เผชิญอยู่ในปัจจุบัน กลุ่มละ 3 ประเด็น
  • - สัดส่วนกำลังผลิตของกฟผ.ลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • - ความแตกต่างระหว่างวัย
  • - การทำงานที่ไม่ใช่งานหลักเยอะมาก
  • 2. วิเคราะห์ว่าปัญหานั้น เกิดจากอะไร ส่งผลต่อEGAT เพียงใด
  • - กระทบต่อความยั่งยืน
  • - ปัญหาเรื่องการส่งต่องาน
  • - อัตรากำลังไม่พอ แต่การทำงานไม่ได้เน้นงานหลัก
  • 3. เสนอแนะแนวทางว่าควรจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร
  • - ต้องสร้างเครือข่ายให้ดีขึ้น
  • - เน้นการสร้างการยอมรับและFast track
  • - ต้องทำงานเฉพาะจุด แต่ไม่จำเป็นต้องลงไปทุกฝ่าย
  • Workshopกลุ่ม 6
  • 1. ให้แต่ละกลุ่มเสนอปัญหาที่ EGAT เผชิญอยู่ในปัจจุบัน กลุ่มละ 3 ประเด็น
  • - การขาดช่วงของผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้เชี่ยวชาญ
  • - การต่อต้านของชุมชนต่อการพัฒนาไฟฟ้า
  • - ขาดการบริหารจัดการที่รวดเร็ว
  • 2. วิเคราะห์ว่าปัญหานั้น เกิดจากอะไร ส่งผลต่อEGAT เพียงใด
  • - นโยบายลดคนตั้งแต่ 15 ปี ก่อน ไม่มีแผนการพัฒนาผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง
  • - โครงสร้าง และระดับชั้นมาก ไม่ทันต่อสถานการณ์ ทำให้งานล่าช้า
  • 3. เสนอแนะแนวทางว่าควรจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร
  • - การทำ Successor plan
  • - ต้องทำแผนยุทธศาสตร์ และเปิดรับมืออาชีพเข้ามาร่วมทีมสังคมชุมชน
  • - มองเรื่องโครงสร้างและระบบการทำงานว่าเอื้อต่อการทำงานหรือไม่
  • Workshopกลุ่ม 7
  • 1. ให้แต่ละกลุ่มเสนอปัญหาที่ EGAT เผชิญอยู่ในปัจจุบัน กลุ่มละ 3 ประเด็น
  • - คนขาดช่วง ความรู้เก่าหายไป
  • - โครงสร้างองค์กรไม่เหมาะสมกับปัจจุบัน
  • - โครงการ Early
  • 2. วิเคราะห์ว่าปัญหานั้น เกิดจากอะไร ส่งผลต่อEGAT เพียงใด
  • - รับพนักงานน้อย ลูกจ้างเยอะ เอาความลับองค์กรออกมาเยอะ
  • - นโยบายรัฐบาล
  • 3. เสนอแนะแนวทางว่าควรจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร
  • - กำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม

ศ.ดร.จีระ: ขอชมเชย และตอบคำถามได้ตรงประเด็น แต่ขาดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังไม่มีความเป็นสากลเท่าที่ควร

ประเด็นปัญหา นวัตกรรมคือ ถ้าเราเลือกก็เจอ แต่เราต้องทำแบบเกือบสำเร็จ

ผมเห็นปัญหาที่นี่เยอะ ขอให้คำนึงถึงปัจจัยของอุปสรรคเป็นหลัก เรื่องการปรับองค์กรน่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้แล้ว คือ ต้องให้ Flow วิ่งไปทางขวาไม่ใช่แนวดิ่ง ภารกิจเมื่ออยู่กับภาคเอกชนแล้วต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ต้องปรับองค์กรซึ่งน่าจะทำง่ายกว่าชุมชนทั้งสายส่งกับการสร้างโรงไฟฟ้า เมื่อเลือกแล้วก็อยากให้ realistic

Role model ในยุคต่อไปคือกลุ่มนี้ แล้วรวมตัวกัน

การทำโครงการครั้งนี้สามารถนำเรื่องของรุ่นที่ 10 มาดูและเปรียบเทียบ

ศักยภาพในตัวหากไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่เนื่องจากติดที่โครงสร้าง

เรื่อง International area ต้องเน้นมากขึ้น คือ ต้องปรับmindset ต้องเป็นมืออาชีพ และ มีความเป็น Internationalism ปรับองค์กรภายนอก

อย่าเป็นเหยื่อของความสำเร็จ ต้องมีการลงทุนเรื่องคน

SCG ให้เรียนทุกปี ไม่นับวันลา อย่างน้อย 7 วัน

EGAT ยังลงทุนเรื่องคนน้อย

อ.กิตติ: แต่ละกลุ่มมองปัญหาขององค์กรคล้ายกัน ให้แต่ละกลุ่มเลือกปัญหาของตัวเองไว้

กลุ่ม 5 : สัดส่วนกำลังผลิต

กลุ่ม 4: การสร้างการยอมรับของชุมชน

อ.กิตติ เสนอว่าควรทำเรื่องใหม่

อ.จีระ: ควรสัมภาษณ์ประชาชน 200 คน

กลุ่ม 1: การบริหารจัดการองค์กร (management tool)

กลุ่ม 3: การขยายระบบส่ง

กลุ่ม:

กลุ่ม:

กลุ่ม:

ศ.ดร.จีระ: แต่ละโต๊ะให้ตัดสินใจเรื่องหัวข้อและให้ส่งข้อมูลกลับมา