Board of Directors

คณะกรรมการบริหาร (Board of Directors) คือกลุ่มบุคคลที่มาจากการเลือกตั้งหรือได้รับการแต่งตั้ง เพื่อร่วมกันดูแลกิจกรรมของบริษัทหรือองค์กร

คณะกรรมการบริหาร

Board of Directors


พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

[email protected]

25 มกราคม 2558

บทความเรื่อง คณะกรรมการบริหาร (Board of Directors)นำมาจากหนังสืออ้างอิง คือ

  • Wikipedia, the free encyclopedia: Board of directors
  • Carter McNamara, MBA, PhD: Boards of Directors
  • Eileen Morgan Johnson: Board Committee Structure
  • Dominic Barton and Mark Wiseman: Where Boards Fall Short, Harvard Business Review, January-February 2015

ผู้ที่สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/board-of-directors-43862680

คณะกรรมการบริหาร (Board of Directors)

  • คำว่า Board of Directors หรือที่นิยมเรียกย่อ ๆ ว่า Board หมายถึง คณะกรรมการบริหาร หรือเรียกทับศัพท์ว่า บอร์ด
  • ในบริษัทเอกชน จะมีการใช้หรือการกำหนด ต่างจากหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไร
  • หรือแม้แต่ต่างประเทศเอง คำเดียวกัน ก็อาจจะใช้ในความหมายที่ต่างกัน เช่นในอเมริกา กับบางประเทศในยุโรป หรือในเอเชีย ที่ต้องดูคำขยายความเพิ่มเติม ถึงหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนั้น ๆ หรือดูจากโครงสร้างองค์กรประกอบ

เปรียบเทียบลักษณะบริษัทแสวงหาผลกำไร กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

สำหรับบริษัทแสวงหากำไร

  • มีผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของ
  • หารายได้ให้เจ้าของ
  • ความสำเร็จคือการทำกำไรมาก
  • บอร์ดมักจะได้รับเงิน
  • การเป็นสมาชิกบอร์ด มีรายได้มาก
  • เงินที่ได้รับเหนือกว่าค่าใช้จ่าย จะถูกเก็บไว้เป็นกำไร และแจกจ่ายให้กับเจ้าของ
  • ผู้บริหารสูงสุด (Chief Executive Officer) มักจะเป็นประธานบอร์ด
  • ไม่ได้รับการยกเว้นจากการจ่ายภาษีของรัฐบาลกลาง / จังหวัด และท้องถิ่น
  • เงินลงทุนในการแสวงหาผลกำไร ไม่สามารถถูกหักออกจากภาระภาษีส่วนบุคคลของนักลงทุน

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

  • สาธารณะคือเจ้าของ
  • ให้บริการประชาชน
  • ความสำเร็จคือการตอบสนองความต้องการของประชาชน
  • บอร์ดมักจะเป็นอาสาสมัคร
  • สมาชิกบอร์ด ได้รับรายได้เหมาะสม ไม่มากเกินไป
  • เงินที่ได้รับเหนือกว่าค่าใช้จ่าย จะถูกเก็บไว้เป็นส่วนเกิน และควรจะใช้โดยเร็ว ตามความต้องการของประชาชน
  • ผู้บริหารสูงสุด (มักเรียกว่า "ผู้อำนวยการ") ไม่อยู่ในบอร์ด
  • มักจะได้รับการยกเว้นจากภาษีของรัฐบาลกลาง / จังหวัด และท้องถิ่น
  • เงินบริจาคให้กับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร สามารถหักภาษีส่วนบุคคลของผู้บริจาค

ความคล้ายคลึงกันระหว่างองค์กรแสวงหาผลกำไรและไม่แสวงหาผลกำไร

  • องค์กรทั้งสองประเภทต้องมีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิผล ผู้นำที่แข็งแกร่ง การวางแผน การให้บริการที่มีคุณภาพ บุคลากรที่มีความสามารถและความมุ่งมั่น และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
  • นอกจากนี้ ประเภทของปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กรมีลักษณะคล้ายกันมาก เช่นปัญหาจากการสนับสนุนเงินทุนและผู้คนที่ดี การมีปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงความต้องการแบบวันต่อวัน การทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้ามีความพึงพอใจอยู่เสมอ การบริหารเวลา และหลีกเลี่ยงความเครียดที่จะทำให้เกิดความเหนื่อยหน่าย

คณะกรรมการบริหาร (Board of Directors)

  • คือกลุ่มบุคคลที่มาจากการเลือกตั้งหรือได้รับการแต่งตั้ง เพื่อร่วมกันดูแลกิจกรรมของบริษัทหรือองค์กร
  • ชื่ออื่น ๆ ได้แก่ คณะกรรมการปกครอง คณะกรรมการผู้จัดการ คณะผู้สำเร็จราชการ คณะกรรมาธิการ และคณะกรรมการของผู้มาเยี่ยมเยือน (board of governors, board of managers, board of regents, board of trustees, และ board of visitors)
  • มักจะเรียกง่ายๆว่า คณะกรรมการ หรือ บอร์ด (the board)

กิจกรรมของบอร์ด

  • กิจกรรมของบอร์ดให้พิจารณาจากอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย ในข้อบังคับขององค์กร (bylaws)
  • ข้อบังคับทั่วไปยังระบุจำนวนของสมาชิก วิธีที่ได้รับการแต่งตั้ง และวิธีการประชุม
  • โดยปกติ บอร์ดจะเลือกหนึ่งในสมาชิกเป็นประธาน (chairman) ตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับ

สมาชิกของบอร์ด

  • ในองค์กรที่มีการเลือกตั้ง สมาชิกบอร์ดทำหน้าที่ในนามผู้แทนของผู้ใต้บังคับบัญชา ที่สมาชิกเลือกเข้ามา
  • บริษัทที่มีหุ้น (stock corporation) บอร์ดได้รับการเลือกตั้งจากผู้ถือหุ้น (shareholders) และเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารงานของบริษัท
  • ในบริษัทที่ไม่มีหุ้น (non-stock corporation) และไม่มีการเลือกตั้ง บอร์ดเป็นผู้ปกครองสูงสุดขององค์กร สมาชิกได้รับการแต่งตั้งจากบอร์ด บางครั้งแต่งตั้งตัวเอง

หน้าที่ทั่วไปของบอร์ด:

  • ปกครององค์กร โดยกำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์
  • แต่งตั้ง สนับสนุน และตรวจสอบ การปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูง (chief executive)
  • สร้างความมั่นใจในความพร้อมของทรัพยากรทางการเงิน
  • อนุมัติงบประมาณประจำปี
  • เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ในการดำเนินงานขององค์กร
  • ตั้งเงินเดือนและค่าตอบแทนผู้บริหารของบริษัท

ความรับผิดชอบทางกฎหมาย

  • บอร์ดและสมาชิกในบอร์ด มีความแตกต่างกันตามธรรมชาติขององค์กร และดำเนินการภายใต้ขอบเขตอำนาจที่กำหนดไว้
  • สำหรับบริษัทที่มีหุ้นซื้อขายสาธารณะ (companies with publicly trading stock) ความรับผิดชอบเหล่านี้มักจะเข้มงวดมากขึ้น และซับซ้อนกว่าบรรดาองค์กรประเภทอื่น ๆ

กรรมการบริหาร (director)

  • เป็นบุคคลที่เป็นสมาชิกของบอร์ด
  • คำที่เฉพาะเจาะจงประเภทกรรมการบริหาร โดยใช้การแสดงว่าตนมีหรือไม่มีความสัมพันธ์กับองค์กรคือ
    • กรรมการบริหารภายใน (Inside director)
    • กรรมการบริหารภายนอก (Outside director)

กรรมการบริหารภายใน (Inside director) เช่น:

  • ผู้บริหารสูงสุด (chief executive officer หรือ CEO) ซึ่งอาจจะเป็นประธานบอร์ด (chairman of the board)
  • ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรอื่น ๆ เช่น หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (chief financial officer หรือ CFO) หรือ รองประธานบริหาร (executive vice president)
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่ (อาจจะเป็นหรือไม่เป็นพนักงานก็ได้)
  • ตัวแทนของผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ เช่นสหภาพแรงงาน ผู้ให้กู้รายใหญ่ หรือสมาชิกของชุมชนที่องค์กรตั้งอยู่

กรรมการบริหารภายนอก (Outside director)

  • เป็นสมาชิกของบอร์ดที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างหรือมีส่วนร่วมกับองค์กร และไม่ได้เป็นตัวแทนใด ๆ ของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น เป็นกรรมการบริหารที่มาจากประธานของบริษัท (president) ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน
  • กรรมการบริหารภายนอก นำประสบการณ์และมุมมองให้บอร์ด ทำให้พวกเขาตื่นตัวในการดำเนินการ
  • กรรมการบริหารภายนอกมักจะมีประโยชน์ ในการจัดการข้อพิพาทระหว่างกรรมการบริหารภายใน หรือระหว่างผู้ถือหุ้นและบอร์ด

คำศัพท์เกี่ยวกับกรรมการบริหาร (Director)

  • กรรมการบริหาร (Director) – ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่กรรมการบริหารขององค์กร
  • กรรมการบริหารภายใน (Inside director) - กรรมการบริหารที่มีความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับองค์กร
  • กรรมการบริหารภายนอก (Outside director) - กรรมการบริหารที่ไม่มีความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับองค์กร
  • กรรมการผู้บริหาร (Executive director) - กรรมการบริหารภายในที่เป็นผู้บริหารองค์กร
  • กรรมการไม่ใช่ผู้บริหาร (Non-executive director) - กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารองค์กร
  • กรรมการบริหารบริหารเงา (Shadow director) – บุคคลที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหาร แต่มีความสามารถควบคุมองค์กร

กระบวนการในการทำงานของบอร์ด

  • กระบวนการของบอร์ด (board process) รวมถึงการเลือกสมาชิกบอร์ด การตั้งวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน การเผยแพร่เอกสารสำหรับสมาชิกในบอร์ด การทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดวาระการประชุม (agenda) การสร้างและการติดตามผลการดำเนินการของการปฏิบัติงานในหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย (action items) และการประเมินผลของสมาชิกบอร์ด เจ้าของ และซีอีโอ (CEO)

การกำกับดูแลองค์กร

  • ในทางทฤษฎี การควบคุมบริษัท แบ่งออกเป็นสองหน่วยคือ: คณะกรรมการบริหาร (Board of Directors) และผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญ (shareholders in general meeting)
  • ในบริษัทเอกชนขนาดเล็ก กรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นปกติเป็นคนเดียวกัน ทำให้ไม่มีการแยกอำนาจ
  • ในบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ (public companies) บอร์ด มีแนวโน้มมากขึ้นในบทบาทการกำกับดูแล และมีการมอบอำนาจความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลให้กับผู้บริหารมืออาชีพทำแทน (เช่นผู้อำนวยการด้านการเงิน หรือผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด) ในการจัดการกับกิจการของบริษัท

บริษัทมหาชนขนาดใหญ่

  • มุมมองที่แตกต่าง คือในบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ เป็นผู้บริหารระดับสูงไม่ใช่บอร์ดที่ใช้อำนาจในทางปฏิบัติ เพราะบอร์ดหรือคณะกรรมการบริหาร มักจะมอบหมายอำนาจของตนเกือบทั้งหมดให้ผู้บริหารระดับสูงดำเนินงานแทน
  • เป็นเรื่องจริงที่ผู้บริหารเป็นผู้เลือกบอร์ด เพราะผู้ถือหุ้นได้มอบฉันทะในการการออกเสียงลงคะแนนแทนพวกเขา

สมาชิกในบอร์ด

  • ในกรณีส่วนใหญ่ บอร์ดไม่ได้เป็นอาชีพ (career) แต่สมาชิกในบอร์ดมักจะได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินหลายร้อยหลายพันดอลลาร์ต่อปี และพวกเขามักจะเป็นบอร์ดของหลายบริษัท
  • กรรมการบริหารภายใน (Inside directors) มักจะไม่ได้รับเงินเพิ่มสำหรับการเป็นบอร์ด เพราะเป็นโดยหน้าที่ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในงานของพวกเขา
  • กรรมการบริหารภายนอก (Outside directors) มักจะได้รับเงินสำหรับการเป็นบอร์ด

ระบบถ่วงดุลอำนาจ

  • ในยุโรปและประเทศในเอเชียบางประเทศ มีบอร์ดสองคณะคือ กรรมการบริหารสำหรับธุรกิจแบบวันต่อวัน (executive board for day-to-day business) และคณะกรรมการกำกับดูแล (supervisory board) ที่ได้รับการเลือกตั้งจากผู้ถือหุ้นและพนักงาน
  • ในประเทศเหล่านี้ ซีอีโอ (ผู้บริหารสูงสุดหรือกรรมการผู้จัดการ) ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร กับประธานคณะกรรมการกำกับดูแล จะเป็นบุคคลคนละคนกัน

ป้าหมาย

  • เพื่อให้แน่ใจความแตกต่างระหว่าง การบริหารจัดการ (management) โดยคณะกรรมการบริหาร และการกำกับดูแล (governance) โดยคณะกรรมการกำกับดูแล
  • จุดมุ่งหมายคือ การป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) และการมีอำนาจมากเกินไปกระจุกตัวอยู่ในมือของคนใดคนหนึ่ง
  • เป็นความขนานที่แข็งแกร่ง เช่นเดียวกับโครงสร้างของรัฐบาล (cabinet) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะแยกจากการบริหารงานราชการ

ในประเทศสหรัฐอเมริกา

  • board of directors ที่ได้รับการเลือกตั้งจากผู้ถือหุ้น มักจะเทียบเท่ากับ supervisory board
  • ในขณะที่ executive board มักจะเป็นที่รู้จักในฐานะ executive committee ซึ่งประกอบด้วยซีอีโอ และผู้ที่รายงานโดยตรงกับเขา คือเจ้าหน้าที่ระดับ C (C-level officers ป.ล. คำว่า C ในที่นี้น่าจะหมายถึง Chief … Officer) และหัวหน้าแผนกต่าง ๆ

การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการบริหาร (directors)

  • จะใช้การลงคะแนนโดยผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญ หรือผ่านหนังสือมอบฉันทะ (proxy statement)
  • กรรมการบริหารอาจออกจากตำแหน่งโดย การลาออกหรือเสียชีวิต ในบางระบบกรรมการบริหารอาจถูกให้ออกโดยมติของกรรมการบริหารที่เหลือ
  • โดยอำนาจศาลบางแห่ง อนุญาตให้บอร์ดแต่งตั้งกรรมการบริหารทดแทนตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้น ในวันที่ลาออก หรือเสียชีวิต หรือให้ออก โดยกรรมการบริหารที่มีอยู่ก็ได้

การใช้อำนาจของบอร์ด

  • การใช้อำนาจมักจะเกิดขึ้นในการประชุมบอร์ด
  • ส่วนใหญ่ ต้องแจ้งให้กรรมการบริหารทั้งหมดทราบล่วงหน้าในเวลาที่เพียงพอและครบองค์ประชุม (quorum) ตามที่กำหนด ก่อนที่จะมีการดำเนินการใด ๆ
  • ที่พบมากที่สุดคือ อำนาจของบอร์ดที่ใช้ จะเป็นของบอร์ดโดยรวม ไม่ได้ใช้เป็นรายบุคคล

หน้าที่ของบอร์ด

  • หน้าที่ที่กำหนดไว้คือ บอร์ดมีหน้าที่เกี่ยวกับความไว้วางใจ (fiduciary) คือเป็นทั้งตัวแทนและคณะกรรมาธิการ (agents and trustees)
  • หน้าที่ใช้กับกรรมการบริหารแต่ละคน ในขณะที่อำนาจใช้ร่วมกันในนามบอร์ด
  • การทำหน้าที่ ต้องทำด้วยตัวเอง ไม่มอบให้นิติบุคคลอื่นใดทำแทน
  • ไม่ได้หมายความว่า กรรมการบริหารไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น พวกเขาอาจจะมีโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่นั้นได้ในบางสถานการณ์

ขนาดของบอร์ด

  • จากการศึกษา องค์กรที่มีการซื้อขายหุ้น ขนาดเฉลี่ยของบอร์ดคือ 9.2 คน และมีขนาดอยู่ในช่วง 3-31 คน
  • ตาม Investopedia นักวิเคราะห์บางคนคิดว่าขนาดที่เหมาะคือ เจ็ด
  • กฎหมายของรัฐ อาจระบุจำนวนขั้นต่ำและจำนวนสูงสุดของกรรมการบริหาร และคุณสมบัติของกรรมการบริหาร

คณะกรรมการต่าง ๆ (committees)

  • ในบอร์ด (board) อาจจะมีคณะกรรมการ (committee) หลายคณะกรรมการที่มีความสำคัญ เช่น คณะกรรมการชดเชย (compensation committee) และคณะกรรมการตรวจสอบ (audit committee) ที่จะต้องมีกรรมการบริหารอิสระ (independent directors) อย่างน้อย 3 คน และไม่มีกรรมการบริหารภายใน (inside directors)
  • คณะกรรมการทั่วไปอื่น ๆ ในบอร์ด คือ คณะกรรมการสรรหา (nominating committee) และคณะกรรมการการกำกับดูแล (governance committee)

ค่าตอบแทน

  • กรรมการบริหารของบริษัท Fortune 500 ได้รับการจ่ายเงินเฉลี่ย $ 234,000 ในปี 2011
  • กรรมการบริหารเป็นงานนอกเวลา จากการศึกษาพบว่า กรรมการบริหารทำงานเฉลี่ยเพียง 4.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการทำงานเป็นบอร์ด

ในอนาคต

  • ในอดีต การปฏิบัติหน้าที่ของบอร์ด และสมาชิกของบอร์ด มีการคาดหวังเอาไว้ว่า จะใช้อำนาจของตนเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน (financial benefit) ของบริษัท
  • อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการพยายามที่จะทำให้เกิด ภาพความนุ่มนวล (soften) ของบอร์ด โดยจัดให้มีขอบเขตมากขึ้นสำหรับกรรมการบริหาร ในการทำหน้าที่ในฐานะเป็นพลเมืองที่ดี (good corporate citizens)

หกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริหาร (director) เพื่อส่งเสริมความสำเร็จ

  • ผลกระทบที่มีแนวโน้มในระยะยาวของการตัดสินใจใด ๆ
  • ผลประโยชน์ของพนักงานของบริษัท
  • ความจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมให้บริษัทมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กับผู้ส่งมอบ ลูกค้า และอื่น ๆ
  • ผลกระทบของการดำเนินงานของบริษัท ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • ความปรารถนาของบริษัทในการรักษาชื่อเสียง สำหรับมาตรฐานระดับสูงของการดำเนินธุรกิจ
  • จำเป็นที่จะต้องทำหน้าที่อย่างเป็นธรรม ระหว่างสมาชิกของบริษัท

Sarbanes-Oxley Act

  • ในปี ค.ศ. 2002 ได้มีการนำเสนอมาตรฐานใหม่ของความรับผิดชอบในการเป็นบอร์ด ของบริษัทในสหรัฐอเมริกา หรือบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ
  • ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ กรรมการบริหารเสี่ยงถูกปรับจำนวนมาก และถูกจำคุกในกรณีการก่ออาชญากรรมทางบัญชี
  • การควบคุมภายใน (Internal control) อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของบอร์ด
  • บริษัทส่วนใหญ่ ที่ครอบคลุมโดยพระราชบัญญัตินี้ ได้ว่าจ้างผู้ตรวจสอบภายในเพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด
  • ผู้ตรวจสอบภายในจะรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการบริหารมากกว่าครึ่งหนึ่ง และมีกรรมการบริหารภายนอกคนหนึ่งในนั้นคือ ผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน (financial expert)

John Gillespie อดีตวาณิชธนกิจกล่าวไว้ว่า บอร์ดใช้เวลาของพวกเขาในการทำเครื่องหมายถูก และปกป้องกิจกรรมที่อยู่เบื้องหลังการกระทำ มากกว่าการตรวจสอบผู้บริหาร และให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ในนามของผู้ถือหุ้น

  • "Far too much of their time has been for check-the-box and cover-your-behind activities rather than real monitoring of executives and providing strategic advice on behalf of shareholders".

จากการวิจัยของ Domonic Barton & Mark Wiseman พบว่า

  • มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่า กรรมการบริหารส่วนใหญ่ไม่เข้าใจกลยุทธ์ของบริษัท (บอร์ดส่วนมากไม่ได้ทำภารกิจหลักของพวกเขาคือ: ให้การกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนด้านกลยุทธ์สำหรับความพยายามของฝ่ายบริหารในการสร้างมูลค่าระยะยาว)
  • การแก้ปัญหา: พยายามหาผู้เชี่ยวชาญที่ถูกต้อง จ้างที่ปรึกษาบอร์ดที่มีความรู้เฉพาะลึกซึ้ง ใช้กฎการเกษียณอายุในการฟื้นฟูบอร์ดและการเก็บประสบการณ์ที่มีคุณค่า สนับสนุนการสนทนาเชิงกลยุทธ์ที่ดียิ่งขึ้น ให้บอร์ดมีส่วนร่วมมากขึ้นกับนักลงทุนระยะยาวที่สำคัญ และให้ค่าตอบแทนกรรมการบริหารมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างผลงานในระยะยาว

โครงสร้างคณะกรรมการของบอร์ด (โดย Eileen Morgan Johnson) โดยทั่วไปคณะกรรมการ (Committee) มีสองประเภทคือคณะกรรมการหลัก และคณะกรรมการเฉพาะกิจ

  • คณะกรรมการหลัก (Standing committees) หรือที่เรียกว่าคณะกรรมการดำเนินงาน เป็นคณะกรรมการที่องค์กรใช้อย่างต่อเนื่อง กำหนดไว้ในข้อบังคับขององค์กรในการดำเนินงาน ในนโยบายและคู่มือ หรือได้รับการจัดตั้งขึ้นตามที่กำหนดเอง
  • คณะกรรมการเฉพาะกิจ (Ad hoc committees) เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จำกัด มีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง เมื่อการทำงานของคณะกรรมการเฉพาะกิจเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการจะสลายตัว
  • หน่วยกิจการพิเศษ (Task force) สามารถเกิดขึ้น หากมีวัตถุประสงค์ที่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น เช่น กิจกรรมพิเศษ การวางแผน หรือการวิเคราะห์การควบรวมกิจการ
  • สภาที่ปรึกษา (Advisory councils) ให้ความช่วยเหลือบอร์ด (board) ในการดำเนินงานของพวกเขา โดยการให้คำแนะนำและความเชี่ยวชาญ สภาที่ปรึกษาเป็นการรวมสมาชิกคณะกรรมการบริหารในอดีต ผู้ที่มีศักยภาพ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง และเรื่องอื่น ๆ ในการทำงานของบอร์ด โดยไม่ต้องแต่งตั้งให้เป็นบอร์ด

คณะกรรมการหลัก (Standing Committee)

1. คณะกรรมการผู้บริหาร (Executive Committee) เป็นคณะกรรมการที่ใช้ในการประชุมพิเศษอย่างไม่เต็มรูปแบบของบอร์ด

2. คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ผู้สอบบัญชีจากภายนอก

3. คณะกรรมการบรรษัทภิบาล (Governance Committee) ผู้รับผิดชอบคณะกรรมการบริหาร ในการรับสมัคร การปฐมนิเทศ การประเมินตนเอง การศึกษาต่อเนื่อง และการจัดการ

4. คณะกรรมการด้านการเงิน (Finance Committee) ดูแลการจัดทำงบประมาณประจำปี และประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ในการประชุมงบประมาณรายได้และค่าใช้จ่าย

5. คณะกรรมการสมาชิก (Membership Committee) การพัฒนาเกณฑ์สำหรับสมาชิก หน้าที่ความรับผิดชอบ กำกับดูแลการเลือกตั้ง และการพัฒนาสำหรับสมาชิก

6. คณะกรรมการบริหารหลักสูตร (Program Committee) ดูแลโปรแกรมต่าง ๆ ขององค์กร

คณะกรรมการเฉพาะกิจ (Ad Hoc Committees)

1. คณะกรรมการข้อบังคับ (Bylaws Committee) ตรวจสอบข้อบังคับขององค์กร และการปฏิบัติในปัจจุบัน

2. คณะกรรมการรณรงค์ทุน (Capital Campaign Committee) เพื่อการประชาสัมพันธ์ในการระดมทุน

3. คณะกรรมการวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning Committee) สำหรับการพัฒนาหรือปรับปรุงแผนกลยุทธ์ที่มีอยู่

หน่วยกิจกรรมพิเศษ (Task forces) ได้รับการออกแบบ เพื่อนำคนมารวมเข้าด้วยกันในการแก้ปัญหา ที่มีระยะเวลาสั้นและเน้นเฉพาะเรื่อง

1. กลุ่มพัฒนาโปรแกรมใหม่ (New Program Development Task Force) ที่จะคิดนอกกรอบ และระดมความคิด

2. กลุ่มกิจกรรมร่วม (Joint Activities Task Force) สำหรับการระบุปัญหา การเก็บรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล และการให้คำแนะนำ

3. กลุ่มกิจกรรมพิเศษเพื่อระดมทุน (Special Events Fundraising Task Force) ทำกิจกรรมพิเศษในการระดมทุน

สภาที่ปรึกษา (Advisory Councils) สภาที่ปรึกษาอาจอยู่เป็นเวลาหลายปี สมาชิกจะไม่อยู่ในบอร์ดตัวอย่างของสภาที่ปรึกษาคือ

1. สภาที่ปรึกษาของประธาน (President's Council) ประกอบด้วยคณะกรรมการซึ่งเป็นอดีตประธานขององค์กร มีหน้าที่ให้คำแนะนำในประเด็นทิศทางที่จะไปขององค์กร

2. สภาผู้บริจาครายใหญ่ (Major Donor's Council) เป็นสุดยอดของผู้บริจาค อาสาสมัครเพื่อการมีส่วนร่วมในองค์กร

3. สภาผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ (Professional Expertise Councils) เพื่อการรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอาสาสมัคร อย่างมีวิธีการเป็นระเบียบแบบแผน

Cyril Houle กำหนดบทบาทหน้าที่ของบอร์ดและความรับผิดชอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับสามกิจกรรมคือ:

  • การกำกับดูแล (Governance): จัดทำนโยบายการพัฒนา เพื่อให้ทิศทางโดยรวมให้แก่หน่วยงาน
  • การบริหาร (Management) : เพื่อให้แน่ใจว่า มีบุคลากรที่เพียงพอและเหมาะสม และมีทรัพยากรทางการเงิน สำหรับองค์กรที่จะบรรลุการทำงาน
  • การดำเนินงาน (Operations) : เป็นกิจกรรมที่ให้บริการ หรือโปรแกรมขององค์กร ที่บอร์ดไม่มีบทบาทหน้าที่ในเรื่องนี้ แต่มีบอร์ดหลายคนเห็นว่า การดำเนินงานเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของบอร์ดและพนักงาน

วิธีการพัฒนารายละเอียดของงาน (Job Description) สมาชิกของบอร์ด

  • ตำแหน่ง: ชื่อของงานคืออะไร?
  • อำนาจ: อำนาจในตำแหน่งมีอะไรบ้าง?
  • ความรับผิดชอบ: ความรับผิดชอบในตำแหน่ง? อะไรคือความรับผิดชอบในวงกว้าง?
  • เงื่อนไข: สมาชิกมีวิธีการเลือกตั้งและเป็นนานเท่าใด? การออกจากบอร์ดทำได้อย่างไร?
  • หน้าที่ทั่วไป: อะไรคือหน้าที่โดยทั่วไปสมาชิกในบอร์ดที่ต้องรับผิดชอบ?
  • การประเมินผล: วิธีที่บอร์ดได้รับการประเมินประสิทธิภาพ?
  • วันที่ทำการทบทวน: รายละเอียดในการได้รับการทบทวน?
  • วันที่อนุมัติ: รายละเอียดล่าสุดของการได้รับการอนุมัติ?
  • ความเชี่ยวชาญและทักษะ: การคัดเลือกความเชี่ยวชาญหรือทักษะการปฏิบัติที่มีความจำเป็นในการทำงาน? ความจำเป็นของทักษะความสัมพันธ์ (เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหา)?
  • ผลประโยชน์: อะไรคือผลประโยชน์สมาชิกบอร์ดที่คาดหวังจะได้รับ? (เช่น พัฒนาการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ ทักษะความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นของการเปลี่ยนแปลง)
  • เวลาและความต้องการทางการเงิน: อะไรคือระยะเวลาที่ต้องมีในการเป็นสมาชิกของบอร์ด? จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเป็นสมาชิกของบอร์ดหรือไม่?

หน้าที่ของประธานบอร์ด (Job Description of a Board Chair)

  • ดูแลการประชุมบอร์ดและคณะกรรมการผู้บริหาร
  • ทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูง ที่จะทำให้แน่ใจว่ามติบอร์ดได้รับการดำเนินการ
  • เรียกประชุมพิเศษในกรณีที่จำเป็น
  • แต่งตั้งคณะกรรมการ (committee) ทั้งหมด และร่วมมือกับผู้บริหารระดับสูง ในการแนะนำผู้ที่จะทำหน้าที่ในคณะกรรมการต่าง ๆ
  • ช่วยผู้บริหารระดับสูงในการจัดเตรียมวาระการประชุมบอร์ด
  • ช่วยผู้บริหารระดับสูงในการดำเนินการปฐมนิเทศบอร์ดใหม่
  • ดูแลการเสาะหาผู้บริหารระดับสูงใหม่
  • ประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของผู้บริหารระดับสูง
  • ทำงานร่วมกับคณะกรรมการกำกับดูแล ในการรับสมัครสมาชิกบอร์ดใหม่
  • ทำหน้าที่เป็นโฆษกให้กับองค์กร
  • ปรึกษากับสมาชิกในบอร์ดเป็นระยะ เกี่ยวกับบทบาทของพวกเขา และช่วยในการประเมินผลการดำเนินงานของพวกเขา

หน้าที่ของรองประธานบอร์ด (Job Description of a Board Vice Chair)

  • เข้าร่วมการประชุมบอร์ดทุกครั้ง
  • ทำหน้าที่ในคณะกรรมการผู้บริหาร (executive committee) ด้วยถ้าเป็นไปได้
  • ดำเนินการที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ ตามที่ประธานบอร์ดสั่งการ
  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรับผิดชอบของประธานบอร์ด และสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่แทนได้ในกรณีที่ประธานไม่อยู่
  • เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการเป็นผู้นำของบอร์ด

หน้าที่ของเลขานุการบอร์ด (Job Description of a Board Secretary)

  • เข้าร่วมการประชุมบอร์ดทุกครั้ง
  • ทำหน้าที่ในคณะกรรมการบริหาร (executive committee) ถ้ามี
  • มั่นใจในความปลอดภัยและความถูกต้อง ของการบันทึกทั้งหมด
  • ตรวจสอบการใช้เวลาหัวข้อทั้งหมด
  • รับผิดชอบหน้าที่แทน ในกรณีที่ไม่มีประธานบอร์ด ประธานเลือกตั้ง และรองประธาน
  • แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ของการประชุมบอร์ดและ / หรือคณะกรรมการ (committee)

รายละเอียดการทำงานของเหรัญญิกบอร์ด (Job Description of a Board Treasurer)

  • เข้าร่วมการประชุมบอร์ดทุกครั้ง
  • รักษาความรู้ขององค์กร และมีความมุ่งมั่นส่วนบุคคลไปยังเป้าหมายและวัตถุประสงค์
  • ทำหน้าที่เป็นประธานของคณะกรรมการการเงิน (finance committee)
  • จัดการและตรวจสอบคณะกรรมการด้านการเงิน และการกระทำที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบทางการเงินของบอร์ด
  • ทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่ารายงานทางการเงินถูกต้อง และนำเสนอแก่บอร์ดในเวลาที่เหมาะสม
  • นำเสนองบประมาณประจำปี เพื่อให้บอร์ดพิจารณาอนุมัติ
  • ตรวจสอบการตรวจสอบประจำปี และตอบคำถามสมาชิกบอร์ดเกี่ยวกับการตรวจสอบ

สรุป

คณะกรรมการบริหาร (Board of Directors) คือกลุ่มบุคคลที่มาจากการเลือกตั้งหรือได้รับการแต่งตั้ง เพื่อร่วมกันดูแลกิจกรรมของบริษัทหรือองค์กร

หน้าที่: ปกครององค์กร โดยกำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์ แต่งตั้ง สนับสนุน และตรวจสอบ การปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูง สร้างความมั่นใจในความพร้อมของทรัพยากรทางการเงิน อนุมัติงบประมาณประจำปี เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงานขององค์กร และตั้งเงินเดือนและค่าตอบแทนผู้บริหารของบริษัท

*************************************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน leadership



ความเห็น (0)