โรคสมาธิสั้น หรือ Attention Deficit Hyperactivity Disorder (ADHD) มีสาเหตุ เกิดมาจากสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุลย์เป็นปัญหาทางสมองอย่างหนึ่ง ไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้องแต่อย่างใด ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อการเรียนหนังสือและการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันของเด็กขึ้น
อาการของโรคสมาธิสั้นจะมีอยู่ 3 ประเภท คือ
1.Inattention Type : สมาธิสั้นมาก ไม่ใส่ใจในรายละเอียดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ เช่น นั่งเรียนในห้องจะนั่งนิ่งก็จริง แต่ภายในหัวไม่ได้จดจ่ออยู่กับเรื่องเรียน คิดฟุ้งซ่านถึงเรื่องอย่างอื่นเต็มไปหมด วอกแวก
2.Hyperactivity Type : ประเภทนี้จะพบเห็นกันได้บ่อย พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง คือ อยู่ไม่นิ่งไม่ได้ ยุกยิกตลอด ชวนเพื่อนคุยในห้องเรียน
3.Combined Type : เป็นอาการแบบผสมทั้งข้อ1และ2
พอพูดว่าสมาธิสั้น(ADHD)ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูแล้ว หลายคนคงสงสัยว่าแล้วการที่ลูกหลานของตัวเองมีอาการคล้ายเป็นสมาธิสั้นล่ะ? จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นโรคนี้จริงหรือเปล่า? คำตอบคือถ้าสังเกตแล้วเห็นพฤติกรรมของเด็กมีอาการดังกล่าว เพื่อความแน่ใจคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกของท่านไปตรวจกับหมอค่ะ จะได้เตรียมตัวอย่างทันท่วงทีถ้าหากลูกของท่านเป็นโรคนี้จริง
จากการเรียนในห้องเรียนวันนี้ทำให้ได้รู้ว่าโรค ADHDนั้นมีทั้งแท้และเทียม โดย
ADHDแท้- จะเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ทำให้เด็กมีอาการอยู่ไม่นิ่ง ทำอะไรได้ไม่นาน
ADHDเทียม- เกิดจากการเลี้ยงดูของที่ครอบครัวที่ไม่ปล่อยให้เด็กทำอะไรด้วยตัวเอง สปอยล์เด็กจนกลายเป็นคุณหนู ทำให้เด็กไร้ระเบียบ เอาแต่ใจ อยากจะทำก็ทำ อยากเลิกก็เลิก
เมื่อได้รู้ข้อมูลแบบนี้แล้วทำให้เห็นได้อีกแง่ว่าปัจจัยของครอบครัวนั้นก็มีผลต่อโรคนี้ด้วย เพราะการรักษาโรคนี้มีทั้งการให้ยา , การปรับพฤติกรรมเด็ก(และครอบครัว)ผ่านกิจกรรม และปรับสิ่งแวดล้อมที่บ้านและโรงเรียนใหม่ โดยการรักษาให้ได้ผลที่ดีนั้นต้องทำทั้งสามอย่างควบคู่กันไป พ่อแม่ต้องเข้าใจลูก มั่นคงและอดทนในการฝึกลูก คุณครูอาจต้องดูในเรื่องตำแหน่งโต๊ะเรียนในห้อง กิจกรรมที่ให้เด็กทำต้องลดระยะเวลาให้สั้นลงแต่ทำบ่อยขึ้น เป็นต้น
น่าสนใจมาก
จากประสบการณืของนักศึกษา
พบเด็กสมาธิสั้นแบบไหนบ้างครับ