การแลกเปลี่ยนระหว่างทีมสหวิชาชีพ


แพทย์จะส่งผู้ป่วยที่ป่วยทางจิตให้นักกิจกรรมบำบัดรักษาเจาะจงเรื่องอะไร??

นั้นเป็นคำถามที่ฉันสงสัยและถูกตั้งขึ้นเพื่อต้องการคำตอบ....


จิตแพทย์ที่มาให้ความรู้ก็ได้เล่าประสบการณ์ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ท่านได้ทำงานมา

-ผลงานของผู้ป่วย

ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทางด้านต่างๆมาได้สักระยะหนึ่ง จะมีอาการสงบขึ้นและสามารถควบคุมตัวเองได้ พวกเขาเหล่านั้นสามารถสร้างผลงานที่น่าทึ่งแสนประทับใจและในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างอาชีพได้ด้วย เช่น การทำภาพวาดลงบนปกหนังสือ การแต่งบทกลอนบทกวี บทความที่แปลมาจากภาษาอื่น และ การเขียนประสบการณ์ชีวิต เป็นต้น

-ผู้ป่วยทางจิต...

โรคทางจิตส่วนใหญ่ที่พบคือ โรคจิตเภท เป็นอาการที่ไม่รู้ตัว, ไม่รู้จักตัวเองคือใคร, มีเสียงกระซิบพูดคุยด้วย, ไปตามเสียงแว่วนั้นๆ การรักษาขั้นต้นก็ควรจะใช้ยารักษาเพื่อดึงผู้ป่วยกลับสู่ความเป็นจริง ผู้ป่วยบางรายต้องใช้หลายสหวิชาชีพทางการแพทย์ร่วมกันรักษา เช่น แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักกิจกรรมบำบัด เป็นต้น

ผู้ป่วยต้องกินยาอยู่เป็นประจำ ยาเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด หากหยุดหรือไม่กินยา จะส่งผลให้อาการนั้นกำเริบขึ้นอีก ในผู้ป่วยบางคนคิดว่าตัวเองหายเป็นปกติดีแล้วจึงหยุดยา แต่นั้นทำให้เขากลับมามีอาการทางจิตอีกครั้ง หลังจากทำการรักษาใหม่ เมื่อเขาได้สติอีกครั้ง พวกเขาเหล่านั้นบอกเล่าว่ารู้สึกเสียใจ ที่เคยเป็นปกติดีเมื่อกินยา แต่คิดว่าหายแล้วหยุดทำให้กลับมามีอาการอีก ดังนั้น ให้คิดเสียว่า ผู้ป้วยโรคจิต ก็เหมือนกับ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่เป็นเรื้อรัง เป็นตลอดชีวิต

-นักกิจกรรมบำบัดในทีมรักษา

บทบาทที่ชัดเจนคืออะไร?? ทำอะไรกับผู้ป่วยไดั?? เป็นประเด็นคำถามที่สหวิชาชีพอื่นๆคงตั้งขึ้น เพราะไม่รู้จัก เนื่องจากสาขากิจกรรมบำบัดในประเทศไทยมีเปิดสอนเพียง 2 สถาบัน คือ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงทำให้ผลิตบุคลากรได้น้อย ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นในความบกพร่องทางด้านต่่่างๆ และเป็นเหตุทำให้ไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร และนักกิจกรรมบำบัดบางรายอาจจะไม่ได้แสดงจุดยืน ไม่ได้แสดงศักยภาพที่มีที่สามารถรักษากับผู้ป่วยนั่นๆได้อย่างไร ทำให้ไม่ค่อยมีคนเห็นความสามารถ ความสำคัญ และความจำเป็น ที่ควรจะมีนักกิจกรรมบำบัดเป็นส่วนหนึ่งร่วมในทีมรักษาอย่างยิ่ง


*ดังนั้น...นักกิจกรรมบำบัดรุ่นใหม่ควรจะแสดงศักยภาพและใช้ความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด เพื่อบำบัด ส่งเสริม ฟื้นฟู ช่วยเหลือตามความสามารถเท่าที่จะให้ได้ ให้งานกิจกรรมบำบัดได้เป็นที่รู้จักและมีความสำคัญต่อการรักษาทางการแพทย์*

หมายเลขบันทึก: 584334เขียนเมื่อ 21 มกราคม 2015 23:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มกราคม 2015 23:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี