กรอบแนวคิด กระบวนการวิจัยเชิงปริมาณกับเชิงคุณภาพและโครงการวิจัย
อาจารย์ สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์
แนวคิดกระบวนการวิจัย
การวิจัยเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงความคิด สิ่งที่ต้องการทราบถึงปัญญาข้อเท็จจริงเข้าด้วยกันโดยอาศัยกระบวนการที่เป็นระบบ มีแบบแผนชัดเจนที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เดิมและองค์ความรู้ที่ได้ใหม่อย่างเป็นระเบียบตามระเบียบวิธีวิธีและนำเอาวิธีทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับการศึกษาเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่เราต้องการทราบในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สิ่งนี้เราเรียกว่า กระบวนการวิจัย(๑)
กระบวนการวิจัย(research process) หมายถึง การจัดลำดับขั้นตอนของการวิจัยให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จช่วยให้นักวิจัยมองเห็นภาพรวมของการวิจัยอย่างชัดเจน สามารถทำการวิจัยเป็นขั้นตอนด้วยความรบรื่นมีความมั่นใจ และไม่หยุดชะงัก เมื่อมีข้อสงสัยหรือขั้นตอนใดไม่สมบูรณ์สามารถตรวจสอบและแก้ไขให้สมบูรณ์ได้(๒)
สรุป กระบวนการวิจัย เป็นกรอบความคิดของการทำวิจัยแต่ละเรื่อง จากความรู้ แนวคิด ความเชื่อและประสบการณ์โดยใช้วิจารณญาณอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้ได้เครื่องมือที่ดีและมีคุณค่าต่อการวิจัยซึ่งในที่นี้จะขอกล่าวถึงกระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ
ความหมายคำว่า กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ
Lincotn and Guba (๑๙๘๕)ได้สรุปความหมายกระบวนการวิจัยไว้ว่าเป็นการเริ่มต้นจากการออกแบบการวิจัยจากตัวผู้วิจัยด้วยการตั้งคำถามจากการวิจัยทำให้เห็นกลุ่มเป้าหมายและเลือกกลุ่มเป้าหมายจากนั้นจึงเก็บข้อมูลในสภาพกรที่เป็นจริงตามธรรมชาติและนำข้อมูลมาย่อยทั้งในช่วงเริ่มต้นและระหว่างทำงานกระบวนการนี้มีนักวิจัยเป็นส่วนสำคัญในการตีความและให้ความหมายข้อมูล(๓ )
ความหมายคำว่า กระบวนการวิจัยเชิงปริมาณ
การวิจัยเชิงปริมาณได้อาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ มี6ขั้นตอนในการดําเนินงานที่เป็นระบบ ในการแสวงหาคำตอบซึ่งวงการศึกษาจะให้เชื่อและรายละเอียดขั้นตอนแตกต่างกันไป ตามสถานการณ์ที่ทำการศึกษา และสาขาวิชาของผู้ดำเนินงานใน๕ขั้นตอน ประกอบด้วย ๑) การกำหนดหัวข้อปัญหา ๒) การสร้างสมมติฐาน ๓) การใช้เหตุผลเชิงอนุมานเพื่อนำไปสู่นัยเชิงปฏิบัติของสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๔) การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล และ ๕) การยืนยันหรือการไม่ยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้เนื่องจากนักวิจัยเชิงปริมาณต้องการศึกษาในรายละเอียด และค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเหล่านั้นอย่างลึกซึ้งในภาคตัดขวางของช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งจึงมีการกำหนดตัวแปรทีทำการศึกษาเป็นจํานวนจำกัดโดยมีข้อตกลงเบื้องต้นโดยกำหนดว่า องค์ประกอบอื่นๆที่นอกเหนือจากการศึกษาวิจัยนั้นเท่าเทียมกันและใช้การวิเคราะห์ทางสถิติมาอธิบายผลได้เน้นอธิบายภาพรวมค่าเฉลี่ยของค่านิยมบรรทัดฐาน (ceteris paribus)
ความแตกต่างระหว่างกระบวนการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ
ในการแสวงหาความรู้ทำให้เทคนิคการวิจัยเชิงปริมาณแตกต่างกับการวิจัยเชิงคุณภาพเพราะว่าการวิจัยเชิงปริมาณทางสังคมศาสตร์เชื่อว่า พฤติกรรมมนุษย์มีแบบแผนสามารถศึกษาหารูปแบบบรรทัดฐานตามหลักสากลทั่วไปโดยใช้การวิเคราะห์ทางสถิติมาอธิบายผลได้เน้นอธิบายภาพรวมค่าเฉลี่ยของค่านิยมบรรทัดฐานและให้ความสำคัญกับแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลแต่กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพเน้นเทคนิควิธีการการเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ตามวิถีความเชื่อและเน้นการวิเคราะห์ตีความสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย (๔.)
กรอบแนวคิดในการวิจัย(Concepual Framework)
นงลักษณ์ วิรัชชย(๒๕๔o)ได้ให้ความหมายกรอบแนวคิดการวิจัย(Concepual Framework)ไว้ว่า หมายถึง แบบจำลองที่นักวิจัยสร้างขึ้นโดยใช้ทฤษฎีและผลการวิจัยในอดีตเพื่อแทนความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในธรรมชาติและนำไปตรวจสอบว่ามีความสัมพันธ์เชิงประจักษ์หรือไม่ เพียงใด(๕)
กรอบแนวคิดการวิจัย(Concepual Framework)หมายถึงกรอบของการวิจัยในเรื่องของเนื้อหาสาระที่ประกอบด้วยประเด็นต่างๆที่ต้องการศึกษาและระบุความสัมพันธ์ของเรื่องต่างๆในประเด็นที่ต้องการศึกษาเหล่านั้นซึ่งสุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์(๒๕๔o)ได้สรุปที่มากรอบแนวคิดการวิจัยไว้๓แหล่งคือ ๑.ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ๒.ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๓.แนวคิดจากผู้วิจัยเองซึ่งได้มาจากความคิดและประสบการณ์ของผู้วิจัยกับสิ่งที่ต้องการศึกษาและวิธีนำเสนอ(๖)
ดังนั้น การสร้างกรอบแนวคิดจึงเป็นเรื่องที่ผู้วิจัย กำหนดและวางไว้เป็นแนวทางและในการวิจัยแต่ละประเภทย่อมมีขั้นตอนแตกต่างกันไปแต่ในทางปฎิบัติ การวิจัยต้องทำตามกรอบแนวคิดที่
วางไว้อย่างรอบคอบ ละเอียดและรัดกุมเพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่ถูกต้องเชื่อถือได้(๗ )
การสร้างกรอบแนวคิดการวิจัย
การสร้างกรอบแนวคิดการวิจัยเริ่มตั้งแต่การกำหนดประเด็นวิจัย(research issues)ที่ต้องการศึกษาก่อนอย่างกว้างๆแล้วจึงศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยที่เราต้องการศึกษาซึ่งมีทั้งมโนทัศน์ ทฤษฎีและตัวแปรที่ศึกษารวมถึงผลการวิจัยที่ผู้อื่นศึกษามาแล้วที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยที่เราศึกษาอยู่ ในการทำวิจัยแต่ละครั้งจุดสำคัญของการศึกษาเอกสารโดยเฉพะช่วงต้นของการวิจัยเชิงปริมาณต้องให้ความสำคัญกับตัวแปรที่กำหนดต้องทำให้ชัดเจนทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลไปใช้ในการกำหนดกรอบแนวคิดการวิจัยสำหรับแหล่งข้อมูลของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยสามารถศึกษาได้จาก ตำรา รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ บทความวิจัย บทความวิชาการที่อาจจะอยู่ในรูปแบบที่มีการจัดพิมพ์เป็นหนังสือหรือเผยแพร่ในสื่ออิเลคทรอนิกส์นักวิจัยจึงต้องรู้จักใช้คำค้นที่สำคัญ(key Words)ในการสืบค้นและเอกสารนั้นต้องมีคุณภาพน่าเชื่อถือเป็นที่ยอมรับเช่น ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร หรือผลิตโดยองค์กรที่เป็นที่ยอมรับเพราะว่าจะทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อได้ข้อมูลที่มีคุณภาพแล้วต้องนำมาจัดไว้เป็นหมวดหมู่หรือประเภท อาจจำแนกเป็นนิยาม ตัวแปร ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรหลักของการวิจัยจากนั้นนักวิจัยลงมืออ่าน วิเคราะห์ จับประเด็น สรุปประเด็นสำคัญในแบบบันทึกหรือกระดาษที่เตรียมไว้ ต่อมานำข้อมูลวิเคราะห์และสังเคราะห์ โดยให้ความสำคัญกับเอกสาร ทฤษฎี ผลการวิจัยเพื่อกำหนดโครงสร้างความสัมพันธ์ของตัวแปรตามประเด็นที่กำหนดและในบางกรณีอาจต้องไปปรับประเด็นวิจัยใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการวิจัยในเรื่องที่เราศึกษา การนำตัวแปรมาเป็นกรอบแนวคิดการวิจัย ส่วนใหญ่มักนำเสนอเป็นแผนภาพประกอบคำบรรยายที่แสดงความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรว่ามีที่มาอย่างไรเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไป การวิจัยเชิงวิชากรมักมีอยู่ ๕บทและบทที่๒เป็นเรื่องของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเพราะกรอบแนวคิดที่ดีต้องมาจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและงานวิจัยของผู้อื่นการนำเสนอกรอบแนวคิดการวิจัยจึงควรอยู่ในบทที่๒แต่มักจะพบว่านำเสนออยู่ในบทที่๑ซึ่งอาจจะทำให้ผู้อ่านหรือตัวนักวิจัยเองเกิดข้อสงสัยและไม่เข้าใจภาพรวมของผลการศึกษา จนส่งผลต่อการกำหนดตัวแปรที่ต้องการศึกษาเพราะว่าความรู้ที่รองรับในการนำเสนอยังไม่เพียงพอ(๘. )
สรุป กรอบแนวคิดการวิจัย มาจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยอธิบายขั้นตอนการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการกำหนดกรอบแนวคิดของการวิจัยและต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดเอกสารที่เกี่ยวข้องต้องเหมาะสมสัมพันธ์กัน ถ้าไม่เหมาะสม สัมพันธ์กัน นักวิจัยต้องศึกษาค้นคว้าหรือบางกรณีอาจ เปลี่ยนประเด็นที่ต้องการศึกษาใหม่ โดยศึกษาจากเอกสารที่มีคุณภาพ เป็นที่น่าเชื่อถือหรือมีหน่วยงานที่มีมาตรฐานรองรับ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่ถูกต้อง ตรงประเด็น มีความน่าเชื่อถือซึ่งกรอบแนวความคิดการวิจัยโดยทั่วไปมักนำเสนอในรูปแบบแผนภาพประกอบคำบรรยายแต่นักวิจัยยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนมักจะนำขั้นตอนการวิจัยมาสร้างแผนภาพ เชื่อมโยงขั้นตอนการวิจัย ตั้งแต่ ขั้นตอนการกำหนดปัญหา การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่าง การสร้างเครื่องมือการวิจัย การเก็บรวบรวมการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดทำรายงาน แผนภาพดังกล่าวนี้เป็นขั้นตอนการวิจัยไม่ใช่กรอบแนวคิดการวิจัย(๙)
กรอบแนวคิดการวิจัยเชิงปริมาณได้มาจากกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี(theoretical framework)ที่เป็นแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร
กรอบแนวคิดการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นแผนภาพที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างประเด็นที่นักวิจัยต้องการศึกษา( นงลักษณ์ วิรัชชัย;๒๕๔๘) และการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย(๑O)
แผนภาพแสดงขั้นตอนการวิจัยและกระบวนการวิจัย
แผนภาพแสดงขั้นตอนการวิจัย
|
เตรียมพิจารณาเลือกหัวข้อเรื่อง |
|
การออกแบบเริ่มศึกษา ค้นคว้าทฤษฎี แนวความคิดผลงานวิจัยอื่น ๆเพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางการวิจัยที่ตนเลือกกำหนดแนวความคิดและสร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายประเด็นปัญหา กำหนดสมมติฐาน วิธีการเก็บข้อมูล |
|
ลงมือทำจริงตามที่ได้ออกแบบไว้หรืออาจมีการแก้ไขปรับปรุง |
|
เสนอผลงานวิชาการโดยเอกสารสิ่งพิมพ์รายงานด้วยวาจาที่ประชุมวิชาการ เป็นต้น |
แผนภาพแสดงกระบวนการวิจัย
|
กระบวนการในการวิจัย |
|
กำหนดปัญหากำหนดปัญหา |
|
การประมวลแนวความคิด |
|
|
|
การกำหนดปัญหา การกำหนดแนวทางความคิดของเรื่องที่วิจัย |
|
การสร้างแบบจำลอง |
|
การกำหนดตัวแปรจากภาพจำลองและสมมติฐาน |
|
การเก็บรวมรวมข้อมูล |
|
การวิเคราะห์ข้อมูลและประมูลผลข้อมูล |
|
การสรุปผลการวิจัย |
จะเห็นได้ว่าการวิจัยคือการสะสม การรวบรวม การค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลตามหลักวิชาการเกิดจากการตั้งใจที่จะวิจัยและพัฒนาให้คุณภาพชีวิตของคนดีขึ้น ซึ่งผ่านกระบวนการวิจัย การลองผิด-ลองถูก (อย่างมีหลักวิชาการตามงานวิจัย)และเมื่อได้ศึกษากระบวนต่างๆอย่างเข้าใจถ่องแท้สิ่งที่สำคัญสำหรับนักวิจัยคือการเขียนโครงร่างการวิจัยว่าจะทำวิจัยเรื่องอะไร มีวัตถุประสงค์อะไร จะใช้ระเบียบวิธีการศึกษาอะไรและอย่างไร และงานวิจัยนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง โครงร่างการวิจัย ควรมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้๑.ชื่อเรื่อง๒.ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย๓.วัตถุประสงค์ของการวิจัย๔.คำถามของการวิจัย๕.ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง๖.สมมติฐาน* และกรอบแนวความคิดในการวิจัย*๗.ขอบเขตของการวิจัย๘.การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่จะใช้ในการวิจัย*๙.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย๑๐.ระเบียบวิธีวิจัย๑๑.ระยะเวลาในการดำเนินงาน๑๒.งบประมาณค่าใช้จ่ายในการวิจัย๑๓.บรรณานุกรม๑๔.ภาคผนวก*๑๕.ประวัติของผู้ดำเนินการวิจัย ( ไม่จำเป็นต้องมีทุกโครงการ )
ลักษณะโครงการวิจัยที่ดี
หัวข้อเสนอโครงการวิจัยต้อง น่าสนใจ และ สอดคล้องกับรายละเอียดที่น าเสนอ
สามารถตอบปัญหาหรือแก้ปัญหาที่ต้องการได้
โจทย์วิจัยที่เสนอ ต้องมีวัตถุประสงค์ที่ ชัดเจน กระชับ และสามารถทำได้
ความคุ้มค่าต่อการลงทุน หากผลการวิจัยประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ไม่ซ้ำซ้อนกับงานวิจัยเดิมแต่ถ้าต้องทำการวิจัยซ้ำจะได้ข้อค้นพบใหม่มีประโยชน์ต่อสถาบันหรือ ผู้ให้ทุนหรือเป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม
หัวข้อของข้อเสนอโครงการวิจัยมีการสืบค้นผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องหรือการทบทวนบทความ (Literatures Review)
โครงการที่เสนอมี "ความใหม่ และน่าสนใจ" มีข้อมูลที่ทำให้เกิดความรู้และความเข้าใจ ทราบจุดอ่อนหรือจุดแข็งของเรื่องที่กำลังศึกษาอยู่จนสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดหรือสร้างสรรค์งานวิจัยใหม่ให้แตกต่างจากของเดิม
การใช้ฐานข้อมูลของ Scopus, Science Direct ช่วยทบทวนบทความ สามารถช่วยลดเวลาในการค้นหาเพื่อพิจารณาความซ้ำซ้อนได้มาก(๑๑ )
การเขียนโครงการวิจัยเชิงคุณภาพ
นักวิจัยต้องจัดระบบความคิด กำหนดหัวข้อการวิจัย แจกแจงข้อมูลโดยการสร้างแผนผังความคิดรวบยอดหรือออกแบบการวิจัยจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและสถานการณ์จริงที่ทำการศึกษาจากการเก็บและรวบรวมข้อมูลแล้วใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาสรุปอภิปรายผลแต่ข้อจำกัดการออกแบบการวิจัยเชิงคุณภาพไม่สามารถไม่สารถเรียบเรียงได้ทุกประการเหมือนการวิจัยเชิงปริมาณดังนั้นผู้ทำโครงการวิจัยเชิงคุณภาพหลักคิดแทรกไว้ในโครงการเป็นระยะๆเท่าที่จำเป็น อาจจะสรุปไว้ช่วงท้ายทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้วิจัยว่าควรใช้รูปแบบไหนจึงเหมาะสมและทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึก (๑๒)
ขอบคุณแหล่งที่มาคะ
.............................................................................................................................................
( ๑.อาจารย์ นภาภรณ์ จันทรศัพท์และคณะ วิธีการวิจัยเบื้องต้น โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พิมพ์ครั้งที่๖ ๒๕๔๙ หน้า๒๑-๒๒)
(๒. เทคนิควิจัยทางสังคมศาสตร์ ศาสตราจารย์ดร.สิน พันธุ์พินิจ ๒๕๔๗ หน้า๖๒ สำนักพิมพ์จูนพับลิชชิ่ง จำกัด)
(๓.ดร.วรรณดี สุทธินรากร พิมพ์ครั้งที่๑ การวิจัยเชิงคุณภาพ; การวิจัยในกระบวนทัศน์ทางเลือก กรุงเทพ สยามปริทัศน์, ๒๕๕๖ หน้า๒๙-๓o)
(๔. ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ.หลักการวิจัยทางสังคม กรุงเทพพิมพ์ ครั้งที่๑ เจริญดีมั่นคงการพิมพ์,๒๕๕๓ หน้า๔0 )
(๕.ศ.ดร. สุวิมล ว่องวานิช เทคนิคการสร้างกรอบความคิดของการวิจัย;ข้อบกพร่องที่พบบ่อย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ณ.ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ๒๕๕๑ หน้า๑)
( ๖.ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ.หลักการวิจัยทางสังคมพิมพ์ครั้งที่๑ กรุงเทพ เจริญดีมั่นคงการพิมพ์,๒๕๕๓หน้า๑๓๒-๑๓๓ )
(๗).ยุทธ ไกยวรรณผศ.ดร., กุสุมา ผลาพรม ผศ.ดร. พื้นฐานการวิจัยพิมพ์ครั้งที่๕ กรุงเทพ ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ,๒๕๕๓ หน้า๓๘)
(๘.ศ.ดร. สุวิมล ว่องวานิช เทคนิคการสร้างกรอบความคิดของการวิจัย;ข้อบกพร่องที่พบบ่อย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ณ.ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ๒๕๕๑หน้า๔-๕)
(๙.)ศ.ดร. สุวิมล ว่องวานิช เทคนิคการสร้างกรอบความคิดของการวิจัย;ข้อบกพร่องที่พบบ่อย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ณ.ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ๒๕๕๑หน้า ๑๔)
(๑oศ.ดร. สุวิมล ว่องวานิช เทคนิคการสร้างกรอบความคิดของการวิจัย;ข้อบกพร่องที่พบบ่อย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ส่วนส่งเสริมและพัฒนาการวิจัย ภารกิจบริหารจัดการผลงาน งานวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)ณ.ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ๒๕๕๑หน้า ๔)
( ๑๑.การประชุมวิชาการครั้งที่ ๒วิธีการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยที่ดีภายใต้โครงการเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ประจ าปี พ.ศ. ๒๕๕๓โดยชัย จาตุรพิทักษ์กุลภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ๒๕๕๕ http://www.finearts.cmu.ac.th/wp-content/uploads/2014/06))
(๑๒ดร.วรรณดี สุทธินรากร พิมพ์ครั้งที่๑ การวิจัยเชิงคุณภาพ; การวิจัยในกระบวนทัศน์ทางเลือก กรุงเทพ สยามปริทัศน์, ๒๕๕๖หน้า๕๔)