การเรียนรู้..ที่ได้รับ


สวัสดีค่ะ เช้าวันนี้ดิฉันได้เรียนวิชากิจกรรมบำบัดจิตสังคม ซึ่งอาจารย์แพทย์หญิง สมรัก ชูวานิชวงศ์ จากโรงพยาบาลศรีธัญญาได้มาเป็นผู้เล่าประสบการณ์การบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตสังคมในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุให้พวกเราฟังกันค่ะ


จากการฟังประสบการณ์ของอาจารย์สมรักตลอด 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา สิ่งที่ตราตรึงใจดิฉันก็คือ ในปัจจุบัน เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเภทไปทำร้ายผู้อื่น อย่างแรกก็จะเกิดความรู้สึกหวาดกลัว คิดว่าจิตใจเขาทำด้วยอะไร ทำไมถึงทำกับผู้อื่นแบบนี้ และทำให้มีความคิดในแง่ลบกับผู้ป่วยทางจิต แต่จากการที่ได้ฟังเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับผู้ป่วย ก็ทำให้ได้เข้าใจผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น ต้องมองที่เจตนาที่แท้จริงของเขา เพราะว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้น เขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ทำลงไปโดยไม่เจตนา แต่ด้วยอาการของโรคทำให้เขาคิดว่ามีคนจะมาทำร้าย และที่เขาทำนั้นก็เป็นการป้องกันตัว ซึ่งผู้ป่วยบางคนก็ถูกรุมกระทืบ ถูกรุมประชาทัณฑ์จากคนแถวนั้น เลยทำให้ฉันคิดว่า นี่คือสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับอย่างนั้นหรือ (และแน่นอนคำตอบก็คือ ไม่)


นอกจากนี้ดิฉันยังได้รู้จักกับวงจรที่เกิดกับผู้ป่วยทางจิตที่ว่า ผู้ป่วยที่หายดีแล้ว เมื่อพวกเขาได้กลับออกไปใช้ชีวิตในสังคม ก็ต้องกลับเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลอีก ด้วยสาเหตุที่ว่า พวกเขาคิดว่าตัวเองหายดีแล้ว หรืออายคนอื่น เลยไม่ทานยาอีก ซึ่งก็ทำให้อาการของโรคกำเริบขึ้นมา เลยต้องถูกพามารักษาที่โรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง และเป็นวงจรแบบนี้เรื่อยๆ ทำให้ดิฉันคิดว่าการบำบัดรักษาผู้ป่วยทางจิต นอกจากจะต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสม ความร่วมมือจากคนในครอบครัว เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือตัวผู้ป่วย ต้องรู้และยอมรับตัวเอง ยอมรับในโรค และยอมรับความจริง การยอมรับนี้จะทำให้ผู้ป่วยรู้ว่าพวกเขาจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร จะหายจากอาการของโรคด้วยวิธีการใด ซึ่งผู้ป่วยจะตระหนักถึงการทานยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้อาการกำเริบขึ้นมาอีก โดยมีความคิดว่า เพียงแค่ดำเนินชีวิตปกติที่อยากทำ ตามเป้าหมายชีวิตที่มี บวกกับการทานยาเป็นประจำ ก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว อยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข



และสิ่งสำคัญอีกที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ เราต้องให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย ต้องรับฟังเสียงของผู้ป่วย เปิดรับความต้องการของผู้ป่วย รวมทั้งต้องให้เคารพในชีวิตและสิทธิของพวกเขา ซึ่งนั่นเป็นการยึดตัวผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Client-center) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดนั่นเอง


หมายเลขบันทึก: 584246เขียนเมื่อ 20 มกราคม 2015 22:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มกราคม 2015 22:00 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี