เรียนรู้จากผู้รู้

Hourngoo
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันนี้ในคาบเรียนวิชาจิตสังคม พวกเรานักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่3 ได้มีโอกาสอันดีที่มี อ.พญ.สมรัก ชูวานิชวงศ์ จากโรงพยาบาลศรีธัญญามาถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานด้านจิตเวชให้พวกเราได้ฟังกัน ซึ่งก็ได้รับความรู้มามากมาย

ในต้นคาบอ.ให้คำถามเราให้ได้คิดกันว่า "ถ้าต้องเลือกว่าจะเป็นโรคใดโรคหนึ่งจะเลือกโรคใด ระหว่าง มะเร็งกับโรคทางจิตเวช?"

http://medinfo.psu.ac.th/departments/pathology/Edu...



http://info.muslimthaipost.com/main/index.php?page...


คำตอบในใจของดิฉันตอบว่า ขอเลือกเป็นโรคจิตเวช เหตุผลก็คือ ด้วยที่พื้นฐานทางครอบครัวของตนเองได้เห็นการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว เห็นการสูญเสียคนในครอบครัวด้วยโรคมะเร็ง ดิฉันจึงมีทัศนคติในแง่ลบกับการเป็นโรคมะเร็งว่าถ้าเป็นแล้วจะมีโอกาสรักษาหายได้ยากมาก ส่วนในโรคทางจิตเวชแล้วจากการได้รับฟังคำถ่ายทอดจากอาจารย์ ผู้รู้ต่างๆ แต่ก็ยังไม่ได้ประสบพบเจอกับตัวเองโดยตรง ก็คิดว่าผู้ที่เป็นโรคนี้สามารถกลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปได้ แต่จำเป็นจะต้องกินยาอยู่ตลอด ซึ่งก็เป็นจุดที่ทำให้ดิฉันเลือกที่จะเป็นโรคจิตเวชมากกว่าโรคมะเร็ง แต่ถึงอย่างไรในอนาคตคำตอบของดิฉันอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ ความคิดคนเราเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนเสมอไป เมื่อผ่านเหตุการณ์ใดๆ เมื่อเติบโตขึ้น ก็อาจทำให้คิดต่างจากเดิมก็เป็นได้

แล้วผู้อ่านหล่ะ จะเลือกเป็นโรคอะไร???

การตอบคำถามนี้ของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่แต่ละคนเจอ ขึ้นกับทัศนคติ บทบาท หน้าที่ของแต่ละคน ไม่มีคำตอบไหนถูก คำตอบไหนผิด ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนคงคิดเหมือนกัน นั่นก็คือไม่ขอที่จะเลือกเป็นโรคใดๆเลย

ต่อมาอ.ได้เล่าถึงความเป็นไปของบริการสาธารณสุขในผู้ป่วยจิตเวชที่เมื่อก่อนดูเหมือนจะยึดถึงความปลอดภัย มีมุมมองเพียงแค่ด้านเดียว แต่ต่อมาก็ได้มีการพยายามพัฒนาโดยมีหลักที่ว่า "ยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง(Client center)" มองในมุมมองของผู้รับบริการ ว่าต้องการอะไร และมองว่าเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรู้สึก ความต้องการเหมือนกับคนปกติทั่วไป


http://www.manager.co.th/china/ViewNews.aspx?NewsI...

นอกจากนั้นแล้ว การที่จะทำให้ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ จะต้องมีการประสานงาน มีความร่วมมือกันของ
สหวิชาชีพ พูดคุย ปรึกษา วางแผนการรักษาร่วมกัน แสดงบทบาทของแต่ละวิชาชีพให้ในทีมรับรู้ ซึ่งในทีมสหวิชาชีพทางด้านจิตเวช
ก็จะมีทั้ง จิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ รวมถึง นักกิจกรรมบำบัดด้วย แต่ในมุมมองของอ.เองยังไม่ได้เห็นบทบาทนักกิจกรรมบำบัดอย่างชัดเจนนัก จะเห็นแค่ว่าจะมีบทบาทในเรื่องงานศิลปะ งานประดิษฐ์ประดอย จัดดอกไม้ แต่ในบทบาทด้านอื่นไม่ได้เห็นเลย ซึ่งความคิดเห็นในเรื่องนี้ของอ.ก็มาเป็นตัวกระตุ้นให้เรานักศึกษากิจกรรมบำบัดได้พยายามแสดงบทบาทของเราให้สหวิชาชีพอื่นๆได้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ท้าทายแต่ก็จำเป็นจะต้องทำไม่ใช่แค่เพื่อตัวนักกิจกรรมบำบัดเอง แต่ก็เพื่อประโยชน์ของผู้รับบริการที่จะได้รับการดูแล บำบัด ฟื้นฟูจากสหวิชาชีอย่างเต็มที่

สุดท้ายนี้ดิฉันถือโอกาสใช้บทความนี้ได้ถ่ายทอดถึง บทบาทของนักกิจกรรมบำบัดในจิตเวชให้ผู้อ่านได้รับรู้กันคร่าวๆ
" นักกิจกรรมบำบัดมีบทบาทหน้าที่ในการตรวจประเมิน ส่งเสริม บำบัดฟื้นฟูความสามารถของผู้รับบริการให้สามารถกลับมาทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของตนเองได้อย่างปกติสุข ตามที่ตนเองต้องการ สนใจ และมีความหมาย มีคุณค่าต่อตัวผู้รับบริการ โดยจะมีการนำกิจกรรมการดำเนินชีวิตในแต่ละวันมาใช้เป็นสื่อในการรักษา เช่น การอาบน้ำ การแต่งตัว การทำอาหาร การทำความสะอาดบ้าน เป็นต้น และก่อนที่จะนำกิจกรรมนั้นมาใช้เป็นสื่อ ก็จะต้องผ่าน การวิเคราะห์สังเคราะห์กิจกรรมนั้นก่อนว่ากิจกรรมนั้นผู้รับบริการจำเป็นจะต้องมีทักษะความสามารถใดบ้าง จะต้องทำในบริบทแวดล้อมอย่างไร แล้วถ้าผู้รับบริการทำไม่ได้ เราก็จะต้องมีการปรับประยุกต์กิจกรรม อาจมีการลดขั้นตอนให้ทำได้ง่ายขึ้น ปรับบริบทสิ่งแวดล้อม เพิ่มการช่วยเหลือ หรือการให้อุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถประกอบกิจกรรมนั้นได้"


http://www.stock2morrow.com/showthread.php/24074


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัด



ความเห็น (0)