สรุปผลการพัฒนากระบวนการจัดการความรู้เพื่อสร้างแนวปฏิบัติที่ดีในองค์กร (ครั้งที่ ๑)

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช ได้จัดโครงการพัฒนากระบวนการจัดการความรู้เพื่อสร้างแนวปฏิบัติที่ดีในองค์กร โดยกำหนดประเด็นการจัดการความรู้ ๒ ประเด็น คือ ๑. การวิจัยในชั้นเรียน ๒. เทคนิคการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของนักศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑

ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประกอบด้วยอาจารย์จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร พิษณุโลก โดยผู้เชี่ยวชาญ คือ รศ.ดร.เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย

จากผลการประชุมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "การวิจัยในชั้นเรียน" สรุปผลการเรียนรู้ดังนี้

การวิจัยในชั้นเรียน เป็นการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาการเรียน หรือ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ ปัญหาการวิจัยจึงเกิดขึ้นในชั้นเรียน ในการแก้ไขปัญหาให้ผู้เรียน ซึ่งมีกระบวนการวิจัยและการประเมินผลที่ชัดเจน

ลักษณะการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน

๑. เป็นการวิจัยที่ก่อให้เกิดการพัฒนาผู้เรียน ตั้งแต่เริ่มทำวิจัยจนกระทั่งเสร็จสิ้นการวิจัย ทำให้การคิดค้นวิจัยและการใช้ผลการวิจัยเกิดขึ้นในกระบวนการเดียวกัน และมีการนำผลไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนที่เป็นพลวัต

๒. เป็นการวิจัยที่มีลักษณะเป็นการวิจัยและพัฒนา (research and development) ทำให้ได้นวัตกรรมการเรียนการสอนซึ่งพัฒนาขึ้นจากความรู้และประสบการณ์ของครูผู้ทำวิจัยที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน

๓. เป็นการวิจัยที่ทำให้อาจารย์เกิดการเรียนรู้อันเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากสร้างสรรค์ความคิด การทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์ในการเรียนการสอน

๔. เป็นการวิจัยที่มีส่วนในการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ขององค์กร อันเนื่องมาจากลักษณะสำคัญของขั้นตอนการวิจัยที่ต้องมีการสะท้อนผล (reflection)

ชนิดของการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน

๑. การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เป็นกระบวนการแสวงหาความรู้ใหม่ที่ประกอบด้วยกระบวนการวิจัยและกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนานวตกรรมทางการศึกษาและนำไปใช้ปรับปรุงการเรียนการสอน โดยมีขั้นตอนดังนี้ ๑. ขั้นการวิเคราะห์ เป็นการวิเคราะห์ปัญหาและความจำเป็นทางการเรียนการสอน ๒. ขั้นออกแบบและพัฒนานวตกรรม ครอบคลุมการตรวจสอบนวตกรรม ๓. ขั้นการทดลองใช้นวตกรรม ๔. ขั้นประเมินนวตกรรม ประยุกต์ใช้และเผยแพร่

๒. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) เป็นกระบวนการศึกษาค้นคว้าเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฎิบัติงาน โดยผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการวิจัยในสถานที่ปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่แท้จริง โดยมีขั้นตอนดังนี้๑. สังเกตปรากฏการณ์ในชั้นเรียน/การปฏิบัติงานของตน ๒. วิเคราะห์ปรากฏการณ์ ๓. วางแผนแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เหมาะสม ๔. ดำเนินการแก้ปัญหา ๕. สังเกตการเปลี่ยนแปลง ๖. วางแผนแก้ปัญหาต่อหากไม่ได้ผล ๗. ดำเนินการต่อเนื่อง

การกำหนดประเด็นปัญหาการวิจัย สามารถวิเคราะห์ปัญหาในห้องเรียนได้ ดังนี้

๑. ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร ๒. ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาของใคร

๓. ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อใครและอะไรบ้าง ๔. ปัญหามีความสำคัญระดับใด

๕. การแก้ปัญหานั้นเกี่ยวข้องกับใครหรือไม่อย่างไร

ลักษณะของโจทย์ปัญหาวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนที่ดี

๑. สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ๒. มีความจำเป็น ชัดเจนดี มีคุณค่า

๓. เป็นปัญหาปัจจุบัน ๔. อยู่ในวิสัยที่จะทำได้สำเร็จ

เมื่อทำวิจัยเสร็จสมบูรณ์การเขียนรายงานการวิจัย มีทั้งการเขียนรายงานแบบไม่เป็นทางการ และเป็นทางการ

ปัจจัยแห่งความสำเร็จของงานวิจัยในชั้นเรียน มีดังนี้

๑. องค์กรกำหนดนโยบายการพัฒนาผู้เรียนโดยการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างชัดเจน

๒. มีคณะกรรมการวิจัยฯ ของสถาบันดำเนินการกลั่นกรอง พิจารณาโครงร่างการวิจัย

๓. งานวิจัยถือเป็นบทบาทของอาจารย์ในการทำวิจัยด้านวิชาการและการเรียนการสอน โดยการ บูรณาการกระบวนการวิจัยหรืองานสร้างสรรค์กับการจัดการเรียนการสอน

๔. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ใช้กระบวนการประกันคุณภาพ คือ P D C A

...........................................