หางอึ่งธุรกิจ: บทเรียนจากหลอดไฟ พันครั้งที่ไม่ใช่ ก็ได้เรียนรู้

ความพากเพียรและอุตสาหะ และความรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ คงได้เห็นผลิตผลอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คน

@๑๙ มกราคม ปีสองห้าห้าแปด หลังวันครูสามวัน วันเด็กเก้าวัน

มองที่จอมอนิเตอร์ นี่เรามาถึงยุคแสงสว่างอย่างประหยัด ด้วยเทคโนโลยีแอลอีดี อย่างไม่รู้ตัว

เมื่อก่อนที่จะมีหลอดไฟ พอตกกลางคืนตามบ้านเรื่อนและถนนหนทางก็จะจุดตะเกียงเพื่อให้แสงสว่าง และในประเทศเมืองหนาว มีเตาผิงไว้ในบ้าน ผู้คนยังตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวความมืดและภูติผีสารพัดแล้วแต่จะเอ่ยนาม อาชีพพระมีอิทธิพลมากในสมัยนั้นแม้แต่ในประเทศทางยุโรปก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน ในถิ่นที่ห่างไกลอาชีพพ่อมดหมอผียิ่งมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและที่สำคัญต่อภาวะเจ็บป่วยของผู้คน สภาวะความเชื่อและความรู้สึกผิด หวาดกลัวเมื่อไม่ได้ทำตามความเชื่อก็ยังติดตามมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมต่างๆสำหรับการรักษาโรค ที่บอกได้ว่าอาจจะรักษาโรคได้สารพัดครอบจักรวาล

ที่มาของแสงสว่างจากหลอดไฟหลอดแรกช่างน่าเรียนรู้ แต่มักจะถูกลืมเรื่อยไป กว่าอัลวา เอดิสันจะหาไส้หลอดที่พอดีพอเหมาะ หาก๊าซที่เหมาะสม หาแก้วที่ทนความร้อนได้ในยุคนั้น หาแหล่งไฟและสายไฟที่มีกำลังพอดี แต่ละจุดใช้ความพยายามไม่น้อย

ที่มา: โพสครั้งแรกในเฟสบุ๊คหมอสุข ภาพนี้เขียนและวาดเอง ... จากแรงบันดาลใจข้างต้น

เด็กยุคใหม่ถ้ามีความพากเพียรและอุตสาหะ และด้วยความรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีอย่างมหาศาลในยุคปัจจุบัน คงทำให้เราได้เห็นผลิตผลอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คน


หางอึ่งธุรกิจ ...

หมอสุข

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หมอสุขแลกเปลี่ยนเรียนรู้



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เป็นคำที่ต้องได้ช่วยกันปลูกฝังให้ลูกหลานมาก ๆ นะคะ .... พากเพียร อุตสาหะ

หาไม่คงสูญพันธุ์

เขียนเมื่อ 

1000 กว่าครั้งที่ล้มเหลว

แต่ก็สำเร็จจนได้

เป็นการเรียนรู้ที่ดีมากเลยครับ

อีกคนที่คิดถึงคือผู้พันแซนเดอร์ของไก่ทอด KFC กว่าจะขายได้

ประมาณว่า 1000 ครั้งเหมือนกันที่ถูกปฎิเสธครับ

เขียนเมื่อ 

คุณหมอสบายดีใช่ไหมครับ