Within Tokyo ตอนที่ 6 อำลาโตเกียว สวนอุเอโนะ ตลาดอาเมะโยโกะ

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

และแล้วก็ถึงวันสุดท้ายที่เราอยู่ที่นี่ เก็บตก Tokyo ก่อนกลับบ้านเรา เหลืออีกนิดหน่อยที่เรายังไม่ได้ไปชม สำหรับวันสุดท้ายนี่ก็เลยเลือกสวนอุเอโนะ และตลาดอาเมะโยโกะ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน

ออกจากโรงแรมแต่เช้าหลังจากแพ็คกระเป๋าแล้วฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ ก็พากันเดินออกมาเพื่อนั่งรถไฟฟ้า เดินผ่านยังเส้นทางที่คุ้นเคย ผ่านร้านขายอาหาร คนญี่ปุ่นเค้าก็ยังเข้าคิวกันเหมือนเคย

ซื้อตั๋วรถไฟไปลงอุเอโนะ เพื่อไปยังสวนอุเอโนะ นี่ค่ะ ถึงแล้วย่านอุเอโนะ

นี่เป็นตลาดอาเมะโยโกะ เดี๋ยวค่อยมาแวะ

ข้ามทางม้าลาย เดินไปนิดเดียวก็ถึงค่ะ สวนอุเอโนะ

ขึ้นไปชมสวนกันก่อนเลยค่ะ เดินเข้าสวนไปสักพักจะเจอวัดนี้ก่อนเลย

ขึ้นบันไดไปทางนี้

บรรยากาศยามเช้า กับวัดในสวนอุเอโนะ

แล้วก็ไปถ่ายรูปกับอนุเสาวรีย์ซามูไร ที่เป็นคนล้มระบบโชกุน แล้วเอาระบบจักรพรรดิกลับมาอีกครั้งนึง

จากนั้นเดินไปหาศาลเจ้าโทโชกุ ไปทางนี้ค่ะ

ปรากฎว่าตอนเดินไปเดินเลยไปเกือบจะเลยสวนสัตว์แล้ว ก็เลยถามคนแถวนั้น เค้าก็พยายามบอก เราก็พยายามฟัง อย่างเช่น ไปทางขวา เค้าก็จะพูดว่า ไรท์โตะ เป็นต้น ต้องเดินกลับมาทางเดิมก็เจอทางขึ้นศาลเจ้าโทโชกุ ก็เลยขึ้นไปถ่ายรูปซะหน่อย

นี่แหละค่ะ ทางขึ้น แต่แรกมองไม่เห็นเพราะเดินอยู่อีกฝั่งนึงก็เลยทำให้เดินเลยไปตั้งไกล เข้าไปทางนี้เลยค่ะ ผ่านเสาโทริอิไป

ด้านบนก็เงียบสงบ เพราะยังเช้าอยู่ อันที่จริงทางเข้าด้านหน้าอยู่ด้านโน้นค่ะ ส่วนที่เราเข้ามาเป็นด้านข้าง

ส่วนตรงนี้เป็นที่ขายตั๋ว มีเก็บค่าเข้าชม หากต้องการจะเข้าไปข้างใน แต่พวกเราก็คงจะไม่เข้าละคะ ขอชมความงามเพียงด้านนอกก็พอแล้ววันนี้

เดินออกมาทางด้านหน้า เป็นลานกว้างๆ

อยู่แถวนี้ซักแป้ป ลมพัดเย็น และแรง มาก ความหนาวมากมาเยือนอีกครั้ง ก็เลยชวนกันกลับเข้าสวนเพื่อไปยังวัดเบนเทน ระหว่างทางมีมุมให้เก็บภาพเป็นระยะๆ

ขนาดฝาท่อ เค้าก็ยังทำเป็นลายดอกซากุระ

เดินผ่านวัดเล็กๆ ที่มีเสาโทริอิเยอะเลย แวะเก็บภาพ

ต่อด้วยวัดเบนเทน ก่อนถึงวัดก็เจอเจ้าตัวนี้

ทางเข้าวัดนี้มีของกินขายด้วยค่ะ หิวกันพอดี เสบียงที่เตรียมมาก็หมดแล้วด้วย เลยจัดไป ลูกชิ้น 4 ไม้ 600 เยน กินอุ่นๆ อร่อยดี อ้อ ขออนุญาติเค้าแล้วค่ะก่อนที่จะถ่ายภาพ

ทางเข้าวัด มองเข้าไปจะเห็นตัววัดแบบนี้

เดินเข้าไปแล้วมองไปด้านข้างขวา ก็มีอีกอาคารนึงค่ะ

บรรยากาศภายในวัด มีคนเข้ามาสักการะมากพอสมควรค่ะ อีกด้านนึงก็จะเป็นบึง มีนกเป็ดน้ำหนีหนาวมาเยอะเลย

จากวัดเบนเทนก็เดินกลับมาเที่ยวตลาดอาเมะโยโกะ คนขายของทีนี่ทุ่มเทมากเลยค่ะ แต่ก็ดูสนุกสาน เดินดูบรรยากาศ พร้อมกับหมายตาสินค้าที่ต้องการ ฮ่าฮ่า ดูแล้วที่นี่ของไม่ค่อยแพง ราคาเป็นมิตรอยู่

ที่นี่เราก็เลยกินอาหารกลางวันให้เรียบร้อย มื้อนี้เป็นราเม็งค่ะ ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่

ก่อนเข้าโรงแรม ก็แวะซื้อแมวกวักหน้าวัดอาซากุสะมาตัวนึง ชอบมากเลยค่ะ ตาแป๋วเลย

กลับมาเอากระเป๋าที่โรงแรม เพื่อจะไปยังสนามบินนาริตะ การเดินทางจากที่พักไปสนามบินนึกว่าจะราบรื่นแล้ว ก็ยังมีงงกันอีก เพราะว่าหลังจากซื้อตั๋วกับเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติแล้ว ก็ลงไปรอรถที่ชานชาลา เห็นมีเจ้าหน้าที่อยู่ก็เลยเดินเข้าไปถามว่า นาริตะแอร์พอร์ต เค้าก็ชี้ไปยังป้ายเล็กๆ แปะอยู่บนเสา ข้อมูลก็เป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วเค้าชี้บอกที่เลข 14.37 แต่ขณะนั้นเพิ่ง 13.10 แบบช็อคมาก เค้าบอกว่า direct train

โห รออีกชั่วโมงกว่า แล้วก็ใกล้เวลาขึ้เครื่องมาก พอดีว่ามีรถไฟมา ข้างๆ เขียนว่า นาริตะแอร์พอร์ท ก็เลยถามผู้โดยสารที่แบกกระเป๋ามาเหมือนกัน เค้าบอกว่าคันนี้ก็ไป เราก็เลยพุ่งขึ้นรถกันไปด้วยซะเลย นั่งไปเรื่อยๆ ปรากฎว่ารถคันนี้เป็น ลิมิตเต็ดเทรน สุดสายที่ Oto ก็เลยถามคนข้างๆ ว่าไปนาริตะรึเปล่า เค้าก็บอกว่ารถคันนี้ไม่ไป เราต้อง change train ให้ตามเค้ามาเพราะเค้าจะไปสนามบินเหมือนกัน โชคดีจังค่ะ สรุปต้องเปลี่ยนรถ และไปถึงสนามบินได้ตามเวลาที่ต้องการ แต่ เด็ก หมดแรงไปแล้วค่ะ

สรุปทริปนี้ใช้เงินประมาณ 100000 บาทไทยค่ะสำหรับ 3 คน อันที่จริงยังเหลือทริปอีก 2 ทริป ที่ยังไม่มีเขียนบันทึก เดี๋ยวจะหาเวลาว่างๆ เขียน นะคะ ทริป จาก มะละกา ถึง บาหลี รอติดตามนะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)