"ทำไมเราไม่รักษาคนไข้เหมือนลูกของตน"
"ทำไมเราไม่รักษาคนไข้เหมือนลูกของตน"

Cr: พี่น้อยหน่า SHA CUP ท่าวังผา 23/12/57 ระหว่างเดินทางเพื่อประชุม SHA CUP ขอนแก่น

จากสถานการณ์ที่ได้นั่งพูดคุยกันระหว่างการรอขึ้นเครื่องไปจังหวัดขอนแก่น เราได้นั่งพูดคุยกันตามประสาผมเองก็ส่วนใหญ่แลกเปลี่ยนบ้างไม่ได้แลกเปลี่ยนบ้าง แต่อาสาเป็นผู้รับฟังเสียส่วนใหญ่ เพราะผมชอบฟัง... เราคุยกันไปมาได้หลายประเด็นแม้ช่วงระยะเวลาที่เรารอขึ้นเครื่องจะไม่นานมากนัก....


ประเด็นสำคัญจาการพูดคุยและรับฟัง

  1. การเรียนรู้สำคัญ ขณะเดียวกันต้องฝึก "การที่รับรู้และสัมผัสด้วยตนเอง" เพราะกระบวนการดังกล่าวสัมผัสถึง Illnesses &Suffering จากเหตุการณ์เกิดจากตนสัมผัสโดยตรงเกิดการเปลี่ยน paradigm shift เมื่อตนรู้สึกอย่างไร ญาติเขาเองก็รู้สึกเช่นนั้น หรือเขารู้สึกอย่างไรเราเองก็จะเข้าใจเขามากขึ้นเช่นกัน สำคัญที่สุดการรู้สึกร่วมกัน
  2. จากการเปลี่ยนตนเองสู่ "ความเข้าใจ" และ นำมาสู่ "การให้" Philanthropy ขณะเดียวกันเมื่อตนเองเป็นผู้ให้ได้ก็สร้างเครือข่ายการให้ที่ไม่ได้มีเฉพาะตน Philanthropy connection อาทิ ศูนย์ hemophilia ที่ทำให้แกนนำผู้ป่วยและครอบครัวเกิดการดูแลกัน หรือในประเด็นต่างๆ ทัายสุดมากกว่าการรักษาแต่เป็นการ Interaction กับชุมชน และกระบวนการเหล่านี้นำเรื่อง Social capital. เข้ามาร่วม ใครคือจุดคานงัดในชุมชน
  3. เมื่อสร้างคนสร้างความรู้สร้างระบบเกิดเครือข่ายแล้ว มีการพัฒนาการถ่ายทอดความรู้ โดยทีการแปลออกมาทั้งในรูปแบบการจัดการความรู้ ศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นการ Show case ที่แสดงให้เห็นผล และมีคนบอกเล่าเรื่องทำอย่างไร และชุมชนแสดงให้เห็นผล. รวมถึงการบอกhow to. จากการลงมือทำในลักษณะทำได้จริงและผ่านหน้างาน..
  4. ผลการทำงานที่เกิดในการบูรณาการ"Spiritual" นั้น เกิดการปรับเปลี่ยนใน 3 ระบบ
  • คน :คนคนรู้จักให้เกิดการปรับเปลี่ยนความคิด.
  • ระบบ: ระบบเกิดระบบที่เห็นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางเกิดการเชื่อมโยงในการทำงาน.
  • องค์กร : องค์กรทำงานและเห็นเรื่องการทำงานและการให้เป็นเรื่องเดียวกัน เกิดการนำเสียงจากผู้ป่วยและชุมชนมาปรับระบบบริการ และมีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

แม้เวลาไม่มากนัก...แต่ประสบการณ์คนหนึ่งคนนั้นมากมายมหาศาลเสียจริง...................


สวัสดีปีใหม่ครับ......2558