KM คืออะไร ทำไปเพื่ออะไร แก่นหรือลมปราณอยู่ที่ไหน
วันนี้ได้มีโอกาสติดรถท่านอาจารย์ JJ ไปพบอาจารย์ทวีสิน จากปูนแก่งคอย และท่านอาจารย์ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ ที่วัดซึ่งห่างจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นไปประมาณ 12 กม. เนื่องจากเพิ่งได้มีโอกาสเข้ามารับรู้เกี่ยวกับ KM ได้ประมาณซัก 2-3 เดือนนี้เอง ก็เลยยังอยู่ในช่วงระหว่างการศึกษา เพื่อให้สามารถตกผลึก ให้ได้ จึงนับว่าการได้พบทั้ง 2 ท่าน นี้เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ได้พูดคุยซักถามเกี่ยวกับ KM ว่า คืออะไร ทำไปเพื่ออะไร แก่นหรือลมปราณอยู่ที่ไหน (ศัพท์คำว่า แก่น ลมปราณ รับรู้ เรียนรู้ ตกผลึก เป็นคำที่ได้จากอาจารย์ทวีสิน และท่านอาจารย์ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ)...เกิดความรู้สึกเหมือนได้สนทนาธรรม...ที่เข้าใจ ณ ตอนนี้คือ KM เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้คนเกิดการแสวงหาเพื่อเติมความรู้ที่ตนเองขาด โดยให้สามารถรู้หรือจัดการได้ว่าจะนำความรู้นั้นมาจากที่ไหน อย่างไรได้ แต่การรับความรู้นั้นจะยังคงเป็น IM (Information management)เท่านั้น หากเรายังไม่ได้วิเคราะห์เพื่อนำมาใช้ให้เข้ากับบริบทของตนเอง และเมื่อนำมาใช้แล้วเกิดเป็นความรู้ที่อยู่ในตัวแล้วจึงจะถือว่าเกิด KM ... ทำให้เกิดการพัฒนาตน ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาองค์กร ก่อให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้...แต่ทั้งนี้การรับรู้เพื่อเกิดการเรียนรู้และพัฒนางานนั้นนั้น จะต้องทำด้วยใจ...ใจที่รักองค์กร....
จากการประชุมอบรมที่โรงแรมเอเชียแอร์พอต ยังมีความสงสัยว่าจุดยืนของการพัฒนานวัตกรรมที่แท้จริงคืออะไร เพราะตอนแรกที่ฟังอาจารย์แล้วเกิดกำลังใจว่าการพัฒนานวัตกรรมเป็นสิ่งที่ทำแล้วจะเกิดการพัฒนานักเรียนและระบบการทำงานได้เป็นอย่างดีมีความชัดเจนในการพัฒนานวัตกรรมแต่พอเจอภาคบ่ายรู้สึกสับสนมากรู้สึกเกิดความยุ่งยากในการพัฒนานวัตกรรมและไม่มีคำตอบได้ว่าจะพัฒนาอย่างไรถึงจะใช้และให้เกิดแนวความคิดหรือกรอบของการพัฒนาที่ตรงกัน
จึงขอความกรุณาให้อาจารย์เมตตตาให้ความกระจ่าง เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติต่อไป
รักในธรรมะค่ะ