สวัสดีวิถีชีวิต

สวัสดีวิถีชีวิ

เป็นวันที่เริ่มต้นของการใช้ชีวิตแบบ อยู่เอง

อากาศเย็นๆเป็นภัยกับการตื่นเพราะมันชักจะผสมโรงกันได้ดีกะกิเลส

กว่าจะดึงตัวออกมาทำวัตรก็เกือบไม่รอด รักษาข้อวัตรก่อนออกจากบ้าน สารภาพค่ะแทบแย่

เอาหล่ะทีนี้ มาถึงที่ทำงาน อาทิตย์นี้ได้ของแถมกับอากาศเย็นจากที่มีเจ็บคอมาสองสามวัน แถมท้ายด้วยน้ำมูกมาเอ่อเล็กน้อย และคันคอประปราย

คุยกับพี่ๆ ท่านีข้อเสนอให้ลองฮึแบบเฮือกสุดท้ายกับการทำงาน เพราะก็ไม่มีอะไรจะเสีย

แต่เป็นการทำแบบที่เราทำได้เต็มที่ ส่วนการพิจารณาเป็นเรื่องของผู้พิจารณา

เลยเปลี่ยนแผนยกชุด มาเตรียม lab. การละลายตัวของยา แบบทำคู่กันกับพี่

ใจก็สบายๆดีค่ะ แต่ที่มีปัญหาคือ นิสัยขี้เกียจตกค้าง แถมด้วยความมัวๆ วนมาทั้งวัน

แต่การเตรียม lab. ช่วยให้ใจจดจ่อ และไล่เรียงอ่าน protocol เพื่อให้ทำ lab. ไม่พลาด

ใจก็แอบมาย้อนทวนตอนนี้ว่า

"ทำไมตอนทำ lab. อ่านเช็คทวนวิธีอย่างดี แต่ทำไมการภาวนา การทำข้อวัตรแทบไม่อยากหยิบขึ้นมาพิจารณา คิดอ่านพัฒนา"

ตอนทำ lab ก็เหมือนกัน ใช่ว่า lab. ไม่เคย fail. กลับกันเจอตออกบ่อย ๆ

แต่ก็หาสาเหตุกันก่อน ว่าเพราะอะไรแล้สค่อย repeat. หรือถ้ายังหาไม่ได้ก็ลองหลายๆวิธี

นี่ คือสิ่งที่ครูสอน มาตลอด แต่ใจที่มันมีแต่ตั้งแง่ เอาชนะ ต่อต้าน แล้วเป็นทาสของกิเลสเลยไม่ได้คิดอ่านพัฒนาสักที

ตกเย็นก็อยู่เสียเวลาเตรีในที่ทำงานตามนิสัยเสียเดิมๆ

ดึงตนเองออกมาได้หกโมงกว่า เข้าทางวิ่ง อืม

ก็รู้สึกดีจัง น้ำมูกบาง เหลือแค่ความรูัสึกกลืนน้ำลายสะดุด

ทำวัตรแล้วก็มาเขียนบันทึก

เกิดอะไรขึ้นตอนทำวัตร จิตมันมักแสดงอาการมีปัญหาคือ สวดยาวๆแล้วง่วงแต่ไม่ฝึกไม่สู้

พอความง่วงเล่นงาน ทำวัตรเสร็จก็มีแต่อยากนั่งหลับ หรือไม่ก็ของีบ

แล้วการเขียนบันทึกก็จะเสียขบวน

เสร็จมัน วันนี้ดูแบบใช้คำที่ครูชี้ต่อรอง

เออ เดี๋ยววิ่งก่อนค่อยเกเร ทำวัตรก่อนค่อยทำอย่างอื่น เขียนบันทึกเสร็จก่อนค่อยว่ากัน

ทำให้พอมานั่งเขียนบันทึกได้วันนี้

เพราะระลึกถึงคำสอนครู แล้วหยิบมาใช้ทันเหตุการณ์

ว่าด้วยศรัทธาวันนี้

ยังมีอาการป้อแป้กับตนเองค่ะ แม้ตอนที่เขียนนี้จะรู้สึกว่า ใจมีพลัง แต่ทั้งวันมันก็ยังย่ำแย่อยู่ นี่คือความจริงที่ไม่ควรหลอกตนเองราคะตัณหา มาถี่มาก

ตอนนี้ย้อนกับตนเองว่า "อย่างนี้รึเปล่านะ ที่เขาเรียกกันว่า บ้ากาม" ศีลข้อสามก็ด่างพร้อย

เผลอแว๊บว่า ไหลลงต่ำ นี่ขนาด ครูบาอาจารย์ให้อาวุธนานาให้มาสู้รบ ทำความเข้าใจ

ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝน มันก็คงจะ หลายผัว อย่างว่าซินะ

กิเลสมันน่ากลัวตรงนี้ ร้ายกาจตรงนี้ มันคอยผลักดันให้นอกลู่นอกทางและทำอกุศล

หนูไม่ได้ผ่านมันได้ แค่เห็นแล้วเหยียบไว้เท่านั้นเอง

วันนี้มาถึงที่ทำงานสาย ก็ยังผลุบๆโผล่ๆ แต่ก็ย้ำกับตนเองว่า อย่างน้อยก็ไม่โกหก แม้ข้อสองจะด่างพร้อย

ข้อสี่อืม มีคุยเพ้อเจ้อตามข่าวต่าง ๆ เพลิดเพลินหลงไปเหมือนกันค่ะ

สติ ยังมาน้อยหลงบ่อย จมนานอยู่ค่ะ

ว่าด้วยความเพียรหากเทียบกับวันจันทร์ของอาทิตย์ที่ผ่านมา มีคืบมากขึ้นแต่นังน้อยอยู่ค่ะ

สมาธิมาน้อยแค่พอหล่อเลี้ยงใจ

ปัญญาวันนี้ทางโลกพอเริ่มรับฟัวพี่ๆ คิดตามและเปิดมุมมองแล้วลุยลงมือทำ

แต่ปัญญาข้างในวันนี้ก็ยังไม่ปรากฏ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพียงเพียรพอ



ความเห็น (0)