"ฉวนเฉิงฝ่าม่ายซินเสียงซี่ หงหยางจงเหมินจื้อปู้อี๋
ฉือจี้อินเยวี๋ยนฮุ่ยเจินสี จิ้งซือฝ่าสุยอู่เลี่ยงอี้
อู่เติ่งตี้จือตังจิ่นจี้ จิ้งฉิ่งซ่างเหยินม่อโยวลวี่"
ประโยคสุดท้ายของบทเพลง 'ตั้งปณิธาน' ซึ่งมีความหมายว่า
"เหล่าสานุศิษย์จดจำไว้ไม่ลืมเลือน ขอให้ท่านธรรมาจารย์โปรดอย่าได้กังวล"
ฉายภาพการทำงานที่ถูกขับเคลื่อนด้วย 'ความรัก' ได้อย่างชัดเจน
สีหน้าห่วงใยของท่านธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน ที่มีต่อผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยทั่วโลก
โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา แสดงถึง 'ความรักอันยิ่งใหญ่' ที่ท่านมีให้อย่างไม่เลือกปฏิบัติ
และสีหน้าที่มุ่งมั่นของชาวฉือจี้จำนวนมหาศาล ที่พร้อมจะก้าวออกไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ตามปณิธานของท่านธรรมาจารย์โดยทันที ก็แสดงถึง 'ความรักอันยิ่งใหญ่' ที่ลูกศิษย์มีต่ออาจารย์
ความรักอันยิ่งใหญ่ที่ชาวฉือจี้เรียกว่า 'ต้า-อ้าย' นี่เอง
คือ พลังผลักดันให้เกิดจิตอาสาฉือจี้ในประเทศไทยเมื่อ 20 ปีมาแล้ว
เริ่มจากชาวฉือจี้ที่เป็นชาวจีนไต้หวัน ฝ่าฟันอุปสรรคทั้งภาษาและระยะทาง
เดินทางมายังพื้นที่ห่างไกลของภาคเหนือซึ่งยังขาดแคลนทั้งถนนหนทางและไฟฟ้า
เพื่อช่วยเหลือชาวจีนที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทยจากภัยสงคราม โดยร่วมมือกับรัฐบาลไทยและรัฐบาลไต้หวัน
ช่วยให้พวกเขาได้มีบ้านเป็นหลักแหล่ง มีอาชีพเลี้ยงครอบครัว และแล้ว 10 ปีให้หลังจึงสร้างโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ขึ้น
เพื่อให้การศึกษาสร้างโอกาสแก่ลูกหลานชาวจีนเหล่านั้นได้หลุดพ้นจากวงจรของความยากจน ...
ด้วยอานิสงส์นี้จึงเกิดเป็นบุญสัมพันธ์ในแผ่นดิน อ.ฝาง
ด้วยว่าปัจจุบันโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ได้กลายเป็นโรงเรียนเอกชนที่เปิดการสอนตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6
มีชื่อเสียงในอำเภอฝางว่าเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการบ่มเพาะคุณธรรม ระเบียบวินัย และสอนภาษาจีน
จึงมีครอบครัวไทยที่่มีฐานะปกติดีนิยมส่งบุตรหลานมาเรียนเป็นจำนวนมาก
จวบจน พ.ศ.2556 จึงเกิดจิตอาสาใน อ.ฝาง รุ่นแรก ที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน
จากการรวมตัวของครู ผู้ปกครอง นักธุรกิจ พยาบาล และอาสาสมัครท้องถิ่น
ทำให้พลังการช่วยเหลือผู้ยากไร้ครอบคลุมทั้งคนจีน คนดอย และคนเมือง(ไทย)
ครอบคลุมทุกหมู่บ้านจากดอยผ้าห่มปก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไล่เรียงไปจนถึงดอยแม่สลองและ จ.เชียงราย
มีผู้สืบสายธารธรรม น้อมนำปณิธานของท่านธรรมาจารย์ ดูแลเพื่อนมนุษย์ที่นี่แล้ว...ขอให้ท่านธรรมาจารย์โปรดอย่ากังวล
