วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๗เราไปเช็คอินที่โรงแรม Monopol เวลาประมาณ ๙ น.โชคดีที่ได้ห้องทันที และเมื่อเข้าไปในห้อง เราก็พอใจมากเพราะห้องกว้างขวาง และมีเครื่องดื่มใน มินิบาร์ ให้ดื่มฟรีค่าที่พัก ๓ วัน ๒๕๕.๕๕ ยูโรรวมอาหารเช้า
อาบน้ำเสร็จเราเตรียมตัวออกเที่ยวไปขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ต้อนรับของโรงแรมและเจ้าหน้าที่ Tourist Information Center ที่สถานีรถไฟเริ่มด้วยนั่งรถราง/รถบัส เที่ยวชมเมืองโดยมีจุดเริ่มต้นที่หน้าสถานีรถไฟ ตอนเช้านั่งสาย ๖๔ ข้ามแม่น้ำวนเป็นวงกลม ผ่านย่านพิพิธภัณฑ์ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำ ไมน์ (Main) ใช้เวลาไม่ถึง ๓๐ นาทีก็วนกลับมาที่เดิม
แล้วขึ้นรถใต้ดินสาย U5 ไป ๒ ป้าย ไปขึ้นที่ Dom Romer เพื่อไปเที่ยวย่านเมืองเก่า ไปถ่ายรูปดารากับอาคารโบราณที่สวยงาม พร้อมทั้งกินแซนด์วิช ฝีมือสาวน้อยที่นั่นแล้วเดินไปชมโบสถ์ Kaiserdom สีแดงสูงเด่นแล้วเดินไปทางแม่น้ำไมน์เดินเล่นและถ่ายรูปวิวจนไปขึ้นสะพาน ไอเซมเมอร์ (Eisemer Steg) ซึ่งเป็นสะพานคนเดินมีวิวแม่น้ำสวยงามและมีคนเอากุญแจมาคล้องเป็นสัญญลักษณ์ของความรักที่มั่นคง
เราเดินข้ามสะพาน ไปนั่งชมวิวแม่น้ำที่ฝั่งใต้ซึ่งมีลู่ให้คนเดินและถีบจักรยานสาวน้อยเข่าไม่ดี และกำลังขาก็ไม่ดีจึงขอเดินกลับทางเดิมไปชมจตุรัส เรอเมอร์ อีกครั้งหนึ่งแล้วขึ้นรถใต้ดินกลับ Haupbahnhof และกลับไปพักที่โรงแรมที่บริเวณจัตุรัสเรอเมอร์ มีโบสถ์ Alte Nikolaikircheเราเข้าไปชมและหยิบแผ่นพับ Historic Tour of Frankfurt's City Churchesเอามาอ่านที่โรงแรมพบว่าให้ข้อมูลสั้นๆ และรูปของแต่ละโบสถ์ที่สถาปัตยกรรมสวยงามต่างกันผมค้นหาแผ่นพับนี้ใน Google ไม่พบพบข้อมูลคล้ายๆ กัน ที่นี่
พักพอมีกำลังเราชวนกันออกไปเดินเล่นสาวน้อยบอกว่าถนนจักรพรรดิ์ (Kaiserstrasse) เป็นถนนคนเดินจึงชวนกันไปไปถึงพบการเดินขบวน เข้าใจว่าเกี่ยวกับอิหร่านคนหลายร้อยคนมีตำรวจมารักษาการณ์อยู่ห่างๆเขาพูดเป็นภาษาเยอรมัน เราฟังไม่ออก ผมจะเดินไปตามถนนนี้ สาวน้อยไม่ยอม กลัวมีเหตุร้ายขากลับผมได้รับแจกประกาศของคณะเดินขบวน ๑ หน้า A4อ่านไม่ออกเดาว่าเรียกร้องต่อต้าน IS โดยเป็นพันธมิตรกับ Kobaneเราได้เห็นว่าการสู้รบในตะวันออกกลาง มีความหมายต่อยุโรปมาก
เราชวนกันไปนั่งรถรางเที่ยวอีกตกลงกันว่าสายไหนมาก่อนก็ขึ้นเลยเขาคงวนกลับมาที่สถานีรถไฟอีกคราวนี้นั่งรถรางจริงๆ สาย ๑๖ขึ้นเหนือออกไปนอกเมืองไกลมากสาวน้อยบอกว่า เกือบถึง บาด ฮอมบวร์ก ที่เราหมายจะไปวันรุ่งขึ้น เมื่อรถไฟไปถึงปลายทางคนลงหมด เราไม่ลง คือเราเดาว่าเขาคงจะกลับคนขับรถตะโกนบอกเป็นภาษาเยอรมัน ที่เราเดาว่าให้ลงไปขึ้นรถขบวนที่จะกลับอีกรางหนึ่ง
ตอนบ่ายอุณหภูมิขึ้นไปถึง ๒๑ องศา
เดินเที่ยวแถวๆ ใกล้ๆ สถานีรถไฟ พบคนขอทานรวมเกือบสิบคนลักษณะคล้ายคนโรมาเนียที่ผมเคยเห็นที่นอร์เวย์เมื่อ ๕ เดือนก่อน
วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๗
ตีห้าเศษสาวน้อยเปิดทีวี euronews ภาคภาษาอังกฤษพบรายการ Learning World เล่าเรื่องโรงเรียนประจำที่เป็นตัวอย่าง ในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์อินเดียและอินโดนีเซียรายการ Learning World นี้น่าสนใจมากเป็น 21st Century Learning ที่ดี
ผมเขียนเล่าการไปเที่ยวแฟรงค์เฟิร์ต เมื่อปีเศษมาแล้ว ที่นี่
วิจารณ์ พานิช
๑๘ ต.ค. ๕๗
