ชีวิตที่พอเพียง: ๒๓๐๕. ควงสาวเที่ยวเยอรมนี๓. แฟรงค์เฟิร์ต

ตอนที่ ตอนที่

วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๗เราไปเช็คอินที่โรงแรม Monopol เวลาประมาณ ๙ น.โชคดีที่ได้ห้องทันที และเมื่อเข้าไปในห้อง เราก็พอใจมากเพราะห้องกว้างขวาง และมีเครื่องดื่มใน มินิบาร์ ให้ดื่มฟรีค่าที่พัก ๓ วัน ๒๕๕.๕๕ ยูโรรวมอาหารเช้า

อาบน้ำเสร็จเราเตรียมตัวออกเที่ยวไปขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ต้อนรับของโรงแรมและเจ้าหน้าที่ Tourist Information Center ที่สถานีรถไฟเริ่มด้วยนั่งรถราง/รถบัส เที่ยวชมเมืองโดยมีจุดเริ่มต้นที่หน้าสถานีรถไฟ ตอนเช้านั่งสาย ๖๔ ข้ามแม่น้ำวนเป็นวงกลม ผ่านย่านพิพิธภัณฑ์ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำ ไมน์ (Main) ใช้เวลาไม่ถึง ๓๐ นาทีก็วนกลับมาที่เดิม

แล้วขึ้นรถใต้ดินสาย U5 ไป ๒ ป้าย ไปขึ้นที่ Dom Romer เพื่อไปเที่ยวย่านเมืองเก่า ไปถ่ายรูปดารากับอาคารโบราณที่สวยงาม พร้อมทั้งกินแซนด์วิช ฝีมือสาวน้อยที่นั่นแล้วเดินไปชมโบสถ์ Kaiserdom สีแดงสูงเด่นแล้วเดินไปทางแม่น้ำไมน์เดินเล่นและถ่ายรูปวิวจนไปขึ้นสะพาน ไอเซมเมอร์ (Eisemer Steg) ซึ่งเป็นสะพานคนเดินมีวิวแม่น้ำสวยงามและมีคนเอากุญแจมาคล้องเป็นสัญญลักษณ์ของความรักที่มั่นคง

เราเดินข้ามสะพาน ไปนั่งชมวิวแม่น้ำที่ฝั่งใต้ซึ่งมีลู่ให้คนเดินและถีบจักรยานสาวน้อยเข่าไม่ดี และกำลังขาก็ไม่ดีจึงขอเดินกลับทางเดิมไปชมจตุรัส เรอเมอร์ อีกครั้งหนึ่งแล้วขึ้นรถใต้ดินกลับ Haupbahnhof และกลับไปพักที่โรงแรมที่บริเวณจัตุรัสเรอเมอร์ มีโบสถ์ Alte Nikolaikircheเราเข้าไปชมและหยิบแผ่นพับ Historic Tour of Frankfurt's City Churchesเอามาอ่านที่โรงแรมพบว่าให้ข้อมูลสั้นๆ และรูปของแต่ละโบสถ์ที่สถาปัตยกรรมสวยงามต่างกันผมค้นหาแผ่นพับนี้ใน Google ไม่พบพบข้อมูลคล้ายๆ กัน ที่นี่

พักพอมีกำลังเราชวนกันออกไปเดินเล่นสาวน้อยบอกว่าถนนจักรพรรดิ์ (Kaiserstrasse) เป็นถนนคนเดินจึงชวนกันไปไปถึงพบการเดินขบวน เข้าใจว่าเกี่ยวกับอิหร่านคนหลายร้อยคนมีตำรวจมารักษาการณ์อยู่ห่างๆเขาพูดเป็นภาษาเยอรมัน เราฟังไม่ออก ผมจะเดินไปตามถนนนี้ สาวน้อยไม่ยอม กลัวมีเหตุร้ายขากลับผมได้รับแจกประกาศของคณะเดินขบวน ๑ หน้า A4อ่านไม่ออกเดาว่าเรียกร้องต่อต้าน IS โดยเป็นพันธมิตรกับ Kobaneเราได้เห็นว่าการสู้รบในตะวันออกกลาง มีความหมายต่อยุโรปมาก

เราชวนกันไปนั่งรถรางเที่ยวอีกตกลงกันว่าสายไหนมาก่อนก็ขึ้นเลยเขาคงวนกลับมาที่สถานีรถไฟอีกคราวนี้นั่งรถรางจริงๆ สาย ๑๖ขึ้นเหนือออกไปนอกเมืองไกลมากสาวน้อยบอกว่า เกือบถึง บาด ฮอมบวร์ก ที่เราหมายจะไปวันรุ่งขึ้น เมื่อรถไฟไปถึงปลายทางคนลงหมด เราไม่ลง คือเราเดาว่าเขาคงจะกลับคนขับรถตะโกนบอกเป็นภาษาเยอรมัน ที่เราเดาว่าให้ลงไปขึ้นรถขบวนที่จะกลับอีกรางหนึ่ง

ตอนบ่ายอุณหภูมิขึ้นไปถึง ๒๑ องศา

เดินเที่ยวแถวๆ ใกล้ๆ สถานีรถไฟ พบคนขอทานรวมเกือบสิบคนลักษณะคล้ายคนโรมาเนียที่ผมเคยเห็นที่นอร์เวย์เมื่อ ๕ เดือนก่อน

วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๗

ตีห้าเศษสาวน้อยเปิดทีวี euronews ภาคภาษาอังกฤษพบรายการ Learning World เล่าเรื่องโรงเรียนประจำที่เป็นตัวอย่าง ในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์อินเดียและอินโดนีเซียรายการ Learning World นี้น่าสนใจมากเป็น 21st Century Learning ที่ดี

ผมเขียนเล่าการไปเที่ยวแฟรงค์เฟิร์ต เมื่อปีเศษมาแล้ว ที่นี่

วิจารณ์ พานิช

๑๘ ต.ค. ๕๗


หน้าสถานีรถไฟ Haupbahnhof



ในสถานีรถไฟ Haupbahnhof




จตุรัสเรอเมอร์




ดาราหน้ากล้องกับอีกมุมหนึ่งของจัตุรัสเรอเมอร์




ดารากับโบสถ์ Kaiserdom




แม่น้ำไมน์และสะพาน โฮลไบน์




นั่งรถบัสเที่ยว




บรรยากาศที่ป้ายรถเมล์




ถ่ายรูปสาวน้อย เพื่อถ่ายคนขอทานที่นั่งอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวาของสาวน้อยในรูป


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)