ความรู้มือสอง<๑๘> เส้นทางการเงิน 750 บาท (ต่อเดือน) ที่จ่ายให้สำนักงานประกันสังคม

beeman 吴联乐
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ผมไม่ได้เป็นผู้ประกันตน กับสำนักงานประกันสังคม (สปส.)ิ แต่มีญาติพี่น้องชอบมาถามเรื่อง "ประกันสังคม" กับผมอยู่บ่อยๆ ก็ตอบไม่ได้เพราะไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว แต่เมื่อถูกถามบ่อยๆ เข้าเลยอยากรู้ จึงไปค้นหาความรู้มา เพื่อบันทึกไว้ดังนี้

เมื่อท่านทำงานบริษัท เงินเดือนของท่าน จะถูกหักเข้ากองทุนประกันสังคม ทุกเดือน โดยบริษัทจะหักเงิน 5% ของเงินเดือน (เงินเดือนสูงสุดที่หักได้คือ 15,000 บาท) ซึ่งจะเป็นจำนวนเงิน 750 บาท (คิดในกรณีเงินสูงสุด 750 บาท)

ท่านทราบหรือไม่ว่าเงินที่ถูกหักไปนี้ มันไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง ลองตามไปดูกัน (ฐานคิดคือ เงินที่ถูกหักสูงสุดคือ 5%คูณ 15,000 บาท เท่ากับ 750 บาท)

สานักงานประกันสังคม แจงเงินสมทบ 5% ที่หักจากลูกจ้าง จะจัดเก็บไว้เป็นหลักประกันแก่ผู้ประกันตน โดยกันเงินอีกส่วนหนึ่งไปลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนและนำมาจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน คุ้มครองตั้งแต่เกิด–ตาย (หลักของการประกัน คือ การที่เราฝากเงินไว้ส่วนหนึ่ง ถ้าไม่เกิดอะไรก็ทิ้งไป-อาจมีเงื่อนไขคืน แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น ตามเงื่อนไข ก็จะจ่ายเงินให้เป็นการคุ้มครองผู้ประกันตน-บีแมน )

เงินสมทบ 5% ของอัตราค่าจ้าง ที่ "ลูกจ้าง" (นายจ้างจ่ายด้วย 3%) จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน เช่น ลูกจ้างมีค่าจ้างสูงสุดเดือนละ 15,000 บาท ต้องถูกหักเงินสมทบ 15,000 × 5% = 750 บาท

เงินสมทบที่ลูกจ้างจ่าย 750 บาท ต่อ เดือน สำนักงานประกันสังคม จะนำไปให้ความคุ้มครอง 7 กรณี ดังนี้

  1. กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย (จ่ายเงินสมทบ 0.88% = 132 บาทเดือน) สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ว่าอาการเจ็บป่วยจะรุนแรงขนาดไหนก็ตาม กรณีหยุดงานจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้าง ตามใบรับรองแพทย์ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน
  2. กรณีคลอดบุตร(จ่ายเงินสมทบ 0.12%=18 บาท/เดือน) เบิกค่าคลอดบุตรได้ครั้งละ 13,000 บาท/ไม่เกิน 2 ครั้ง
  3. กรณีทุพพลภาพ (จ่ายเงินสมทบ 0.44%=66 บาท/เดือน) ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เดือนละ 7,500 บาท ตลอดชีวิตและค่ารักษาพยาบาลหากเข้ารักษาที่โรงพยาบาลของรัฐฟรี หากเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนจ่ายให้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท
  4. กรณีเสียชีวิต (จ่ายเงินสมทบ 0.06%=9 บาท/เดือน) ได้ค่าทำศพ 40,000 บาท และ เงินสมทบแก่ทายาทตามระยะเวลากาส่งเงินสมทบ
    • กรณีส่งเงินสมทบ 3 ปีขึ้นไป ได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเดือนครึ่ง และ
    • กรณีส่งเงินสมทบ 10 ปีขึ้นไป ได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง 5 เดือน
  5. กรณีสงเคราะห์บุตร ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 350 บาท ต่อบุตร 1 คน โดยให้เบิกได้พร้อมกันคราวละ 2 คน รวมเป็นเดือนละ 700 บาท โดยจะให้เบิกได้ตั้งแต่เกิดจนอายุครบ 6 ปี
  6. กรณีชราภาพ (ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ 3% = 450 บาท/เดือน นายจ้างจ่ายสมทบ 3% = 450/เดือน รวม = 900 บาท/เดือน)
    • ผู้ประกันตนจะได้รับเงินรายเดือนตลอดชีพ ในกรณีจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือ 15 ปี จะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 20%ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
    • แต่ถ้าระยะเวลาการจ่ายเงินมากกว่า 15 ปี ก็จะได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นปีละ 1.5% ของค่าจ้างไปจนตลอดชีวิต
    • และในกรณีจ่ายเงินไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับคืนในส่วนเงินออมของผู้ประกันตน และของนายจ้างรวมทั้งเงินผลประโยชน์ทดแทน
  • กรณีว่างงาน ได้รับความคุ้มครองดังนี้
    • 7.1 ถูกเลิกจ้าง จะได้รับร้อยละ 50 ของค่าจ้าง (รายวัน) เฉลี่ย ระยะเวลาการจ่ายไม่เกิน 180 วัน (6 เดือน) ภายใน 1 ปี เช่น ผู้ประกันตน เงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท (วันละ 500 บาท) จะได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานวันละ 250 บาท = 250 x 30 วัน ดังนั้น จะได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานเฉลี่ยเดือนละ 7,500 บาท
    • 7.2 ลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา จะได้รับร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายวัน ระยะเวลาจ่ายไม่เกิน 90 วัน (3 เดือน) เช่น ผู้ประกันตน เงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท จะได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานวันละ 150 บาท = 150 x 30 วัน ดังนั้นจะได้รับเงินชดเชย กรณีว่างงานเฉลี่ยเดือนละ 4,500 บาท
  • ตัวอย่างการคำนวณกรณีชราภาพ

    1. ผู้ประกันตนผู้ประกันตนได้รับเงินค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาทมาตลอด และส่งเงินสมทบมาแล้ว 20 ปี อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงจะได้รับเงินบำนาญชราภาพโดยคำนวณดังนี้
      • = 15 ปี (แรก) ได้อัตราเงินบำนาญ 20%
      • = 5 ปี (หลัง) ได้อัตราเงินบำนาญ (1.5%(ปรับเพิ่ม) ×5 ปี ) = 7.5%รวมอัตราเงินบำนาญ 20 ปี = 20% + 7.5% = 27.5%ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญรายเดือน = 27.5% ของ 15,000 บาท= 4,125 บาท/เดือนจนตลอดชีวิต

    ดังนั้นการประกันสังคมกรณีชราภาพ จึงเป็นเงินออมที่เป็นผู้ประกันตนได้รับเงินคืนทั้งหมด เมื่อผู้ประกันตน

    • อายุครบ 55 ปี และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

    สิ่่งที่ผู้ประกันตนควรทราบ

    1. คุณเริ่มจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมเมื่อไร
    2. เมื่อคุณส่งเงินสมทบมาครบ 180 เดือนแล้ว คณต้องการเงินเดือนหลังชราภาพเดือนละเท่าไร ต้องคิดไว้ก่อนล่วงหน้า โดยเผื่ออัตราเงินเฟ้อปีละ 3%

    หมายเหตุท้ายบันทึก

    1. ผู้ประกันตน ควรเข้าไปอ่านและทำความเข้าใจ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของตน ที่เว็ปไซด์ สำนักงานประกันสังคม
    2. ผมจะไม่ตอบคำถามใดๆ เกี่ยวกับประกันสังคม เพราะผมมิใช่ผู้รู้ ท่านควรศึกษาเองเพราะเป็นผลประโยชน์ของท่าน
    3. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันสังคม ผมทำ <Link> ไว้ให้

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน 25th Anniversary Beeman



    ความเห็น (0)