คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) หรือ สภาพัฒน์ กำลังสร้าง ดัชนีควาสุข หรือ ดัชนีชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันของสังคมไทย
จะใช้เป็นหลักในการพัฒนาสังคมไทยไปสู่ภาวะการมีความสุขยั่งยืน
ความอยู่เย็นเป็นสุข ที่ว่านี้ มีองค์ประกอบ 5 ประการ
1. ด้านเศรษฐกิจ จะต้องมีกินมีอยู่ มีสัมมาอาชีพที่มีรายได้เพียงพอที่จะเป็นหลักประกันที่มั่นคงสำหรับชีวิต
2. ด้านความเข้มแข็ง สังคมจะต้องมีความเข้มแข็ง ตั้งแต่ระดับคน ระดับครอบครัว และระดับชุมชน
3. คนในประเทศ จะต้องมีสุขภาวะที่ดี มีความสมดุล ทั้งด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ ด้านร่างกาย และสติปัญญา รวมทั้งยึดมั่นในหลักศาสนา
4. จะต้องมีสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ดี สังคมมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
5. ด้านธรรมาภิบาล จะต้องเป็นสังคมที่มีสิทธิเสรีภาพ และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน
ตามข่าวแจ้งว่า ประมาณเดือน ก.พ. 2550 สภาพัฒน์จะทำให้นิยามเหล่านี้ กลายเป็นแนวทางที่เกิดขึ้นจริง
การวัดความสุข มวลรวมของประเทศนั้น จะไม่วัดด้วยตัวเลขเหมือนเศรษฐกิจ แต่จะดูจากส่วนประกอบต่างๆ เช่น ความเข้มแข็งของครอบครัว การหย่าร้าง อาชญากรรม การศึกษา ฯลฯ
ถ้ามองจากนิยาม และส่วนประกอบต่างๆ มองแค่ที่กาฬสินธุ์ มองแค่ในสังคมเล็กๆที่นายบอนอยู่
ดัชนีวัดความสุขเป็นบวกครับ เพราะชุมชนเล็กๆ มีองค์ประกอบครบทั้ง 5 ข้อ แต่เมื่อมองกว้างออกไปอีกนิด ดัชนีความสุข ติดลบทันที
มองแค่เรื่อง การยึดหมั่นในหลักศาสนา อาชญากรรม การศึกษา ความสมดุลของสภาวะจิตใจ ก็ไม่มีความสุขแล้วครับ
สังคมต่างจังหวัดเล็กๆที่มีการต่อสู้ดิ้นรนหารายได้ เพื่อการดำรงชีวิตให้อยู่รอดในสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ก็เกิดความทุกข์พอสมควรแล้ว
แต่กระบวนการที่จัดทำดัชนีชี้วัดความสุขขึ้นมานี้ คงจะเป็นแนวทางสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นแนวโน้มที่จะสะท้อนถึงสภาพความเป็นจริงของสังคมที่ถูกละเลย ให้หันกลับมาดูแลเอาใจใส่กันบ้าง
การสร้างดัชนีความสุขของคนไทย
มองแค่ที่กาฬสินธุ์ มองแค่ในสังคมเล็กๆ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น