เฝ้าระวังช้างป่า บ้านห้วยผึ้งน่าอยู่ แก้ปัญหาช้างป่าบุกรุกเข้ามาทำลายพืชผลการเกษตร

พื้นที่ทำกินที่ช้างเข้ามาบุกรุกนั้นเป็นที่ทำกินของเกษตรกรนานแล้ว เกษตรกรไม่ได้บุกรุก การจัดทำรั้วและจัดเวรยามทำเกษตรกรได้กลับมาทำอาชีพเหมือนเดิม เป็นการเพิ่มพื้นที่ทำกิน

ที่บ้านห้วยผึ้ง หมู่ที่ 4 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ละแวกเดียวกับป่าละอู ที่นั่นดูเหมือนมีความเงียบสงบชาวบ้านต่างมุ่งหน้าทำมาหากิน บ้างก็ทำไร่สับปะรด ไร่ข้าวโพด ยางพารา บางส่วนปลูกพืชผักสวนครัวไว้กิน

แต่เมื่อ 10 กว่าปีมานี้เกษตรกรที่ทำไร่อยู่ชายป่าต้องเผชิญกับปัญหาช้างป่าบุกรุกเข้ามาทำลายพืชผลการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างมาก เป็นความขัดแย้งของคนกับช้างป่าที่มองไม่เห็นว่าจะหาทางออกอย่างไร

เพราะช้างเป็นสัตว์ป่าสงวนหากชาวบ้านลงมือทำร้ายช้างจะมีความผิดตามกฎหมายและเป็นปัญหายุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้น

เกษตรกรบางรายเลือกที่จะทำเกษตรต่อไปแม้จะถูกช้างทำลายผลผลิตบ้างแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอาชีพขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว แต่บางรายก็เลือกที่จะไม่เผชิญหน้ากับช้างทิ้งไร่ไว้ข้างหลังแล้วมุ่งหน้าเข้าไปขายแรงงานในโรงงานแทน

เกษตรกรส่วนใหญ่ทำไร่สับปะรด

มนัส นิลกลัด อดีตผู้ใหญ่บ้านห้วยผึ้ง ซึ่งแก้ปัญหาให้ลูกบ้านมานานเล่าถึงการรุกรานของช้างป่าว่าทุกคืนโดยเฉพาะฤดูที่มีผลผลิตทางการเกษตรได้ผลใกล้เก็บเกี่ยวช้างเข้ามามาก 30-40 ตัว ก็เคยมา พืชผลผลิตถูกช้างกัดกินหมด ชาวบ้านต้องทิ้งไร่ไปทำงานที่อื่น พืชผลผลิตถูกช้างกัดกินหมด สัตว์เลี้ยงพวกวัวถ้าผูกไว้ไม่เอาเข้าคอกไว้ใกล้บ้านก็อาจถูกทำร้ายได้ และมีความเสี่ยงที่คนจะถูกทำร้ายเช่นกัน จึงคิดหาทางแก้ปัญหาที่ชาวบ้านเผชิญอยู่ด้วยการทำแนวรั้วป้องกันแจะจัดอาสาสมัครเฝ้าบนหอเฝ้าระวังที่จังหวัดสนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างตลอดทั้งคืน

"ทุกปีหมู่บ้านเราจะทำประชาคม ทำแผนความต้องการของหมู่บ้านก่อนหลังว่าต้องการอะไร พอดีเราเจอปัญหาเรื่องช้างป่า เราเลยเสนอว่าน่าจะทำแนวรั้วป้องกันเป็นอันดับแรก แล้วก็เสนอ อบต. ส่งความต้องการไปยังจังหวัด ขอความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันเราก็จัดทำโครงการ "เฝ้าระวังช้างป่า บ้านห้วยผึ้งน่าอยู่" ขอความสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในเรื่องการจัดทำแนวรั้วป้องกันช้าง จัดซื้อวิทยุสื่อสารสำหรับคนที่อยู่เวรยาม เพื่อให้เกษตรกรกลับเข้าไปทำกินในพื้นที่ที่ถูกช้างบุกทำลายได้เหมือนเดิม"

มนัส นิลกลัด อดีตผู้ใหญ่บ้านห้วยผึ้ง

อดีตผู้ใหญ่บ้านเล่าว่าหลังจากได้งบประมาณมาก็ได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน จัดฝึกอบรมการใช้วิทยุสื่อสาร ขุดร่องและจัดทำรั้วขึงลวดติดสัญญาณเสียง จัดชุดเฝ้าระวังช้างตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงเช้าตรู่ ร่วมกับหมู่บ้านข้างเคียง มีอาสาสมัคร 30 คน หากช้างบุกรุกเข้ามาก็จะมาถูกรั้วทำให้เกิดสัญญาณดัง ผู้ที่ทำหน้าที่เวรยามก็จะส่งวิทยุให้ชาวบ้านออกมาช่วยกันไล่ช้างให้กลับเข้าป่าไป

"ช้างแถบนี้คุ้นเคยกับคน ฉลาดมาก ทำร่องไว้ก็จะหาทางเลาะ บางทีก็เหยียบเสารั้วสัญญาณให้ล้มก่อนแล้วเข้ามา เข้าไปคุ้ยถังขยะในชุมชนก็เคยมี แต่ชาวบ้านที่นี่จะไม่ทำร้ายช้าง เราตกลงกันแล้ว จะใช้วิธีไล่ด้วยเสียงจากระเบิดปิงปองให้ช้างตกใจเท่านั้น บางทีก็ปล่อยให้ลงมากินน้ำในบ่อบ้าง ถ้าไม่ทำให้เสียหายมากนัก เป้าหมายของเราคือให้ชาวบ้านกลับมาทำเกษตรได้เหมือนเดิม เพิ่มพื้นที่ทำกิน"

เนตร มะลิลา เกษตรกรหัวหน้าชุดเฝ้าระวังช้างป่า

ขณะที่ ลุงเนตร มะลิลา เกษตรกรเจ้าของไร่สับปะรด วัย 64 ปี หัวหน้าชุดเฝ้าระวังช้างป่า บ้านห้วยผึ้ง เล่าถึงภารกิจประจำวันว่า ปกติจะเฝ้าดูความเคลื่อนไหวบนหอสูงตั้งแต่ช่วงเย็นถึงช่วงเช้าตรู่ของอีกวัน มีวิทยุสื่อสารสำหรับติดต่อกับเครือข่ายหมู่บ้านอื่นที่อยู่ติดกัน และมีหอสำหรับเฝ้าระวังช้างอีก 3 แห่ง หากช้างเข้ามาไม่มากก็จะทำการไล่ด้วยระเบิดปิงปองทำให้เกิดเสียงดัง แต่ถ้าช้างมามาก 2-10 ตัว ก็จะส่งเสียงเรียกวิทยุไปยังเครือข่ายให้ช่วยกันออกมาไล่

"ถ้าช้างมาก็จะวิทยุบอกกัน จุดลูกโป้ง (ระเบิดปิงปอง) ให้เกิดเสียงดัง บริเวณรอบๆไร่จะกั้นด้วยลวดติดสัญญาณเสียงแต่ไม่มีไฟฟ้าที่เป็นอันตรายต่อช้าง เมื่อช้างมาถูกลวดก็จะทำให้เกิดสัญญาณดังขึ้นทำให้คนรู้ ก็จะออกมาไล่ แต่ช้างฉลาดมากมันจะเดินเลาะไปตามรั้ว บางทีก็เหยียบเสารั้วให้ล้มเพื่อให้ลวดที่ขึงไว้เสียหาย"

แกนนำชาวบ้านย้ำว่าพื้นที่ทำกินที่ช้างเข้ามาบุกรุกนั้นเป็นที่ทำกินของเกษตรกรนานแล้ว เกษตรกรไม่ได้บุกรุก การจัดทำรั้วและจัดเวรยามทำเกษตรกรได้กลับมาทำอาชีพเหมือนเดิม เป็นการเพิ่มพื้นที่ทำกิน แม้ปัจจุบันงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนหมดลงแล้ว แต่ชาวบ้านต้องช่วยตัวเหลือตนเองต่อไป

หอเฝ้าระวังช้างที่ทางจังหวัดให้การสนับสนุนจัดสร้าง


.แนวรั้วกั้นติดสัญญาณเมื่อช้างบุกจะเกิดเสียงดังเตือนให้รู้ทันที

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาส สสส.



ความเห็น (1)

จบแล้ว เร็วจัง ยังไม่ทันตั้งตัวเลยค่ะ .. ขอบคุณนะคะ