แก้ดิน

เกษตรไม่ใช่อาชีพ แต่เป็นวัฒนธรรม เป็นเรื่องของความงดงาม เป็นเรื่องของภูมิปัญญา ความรู้ จิตวิญญาณ จารีตประเพณี วัฒนธรรม ที่สร้างฝันกับป่านิเวศนั้น ก็หาเรื่องที่ทำให้ชีวิตมีความสุขกับความงดงามที่ว่า ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงาม ได้อยู่ใกล้ๆทีไร สุขใจทุกทีไป ใครไม่เชื่อก็ลองคลุกดู

อาจารย์ระพี สาคริก บอกว่า เกษตรไม่ใช่อาชีพ แต่เป็นวัฒนธรรม เป็นเรื่องของความงดงาม เป็นเรื่องของภูมิปัญญา ความรู้ จิตวิญญาณ จารีตประเพณี วัฒนธรรม

ที่สร้างฝันกับป่านิเวศนั้น ก็หาเรื่องที่ทำให้ชีวิตมีความสุขกับความงดงามที่ว่า ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงาม ได้อยู่ใกล้ๆทีไร สุขใจทุกทีไป ใครไม่เชื่อก็ลองคลุกดู

มีความรู้เรื่องดินติ๊ดเดียวเอง ลงมือค้นวิธีแก้ปัญหาดินมาใช้งานดีกว่า ได้ข้อมูลดีๆมาตรึม บันทึกไว้ก่อนกันลืม

-ดินทราย : ต้องเพิ่มความชื้นและเพิ่มอินทรียวัตถุเข้าไปทำหน้าที่กันชนให้แก่ดินดูตัวอย่างของจริงได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา การแก้ไขปัญหามีทั้งการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อนำน้ำไปใช้พัฒนาการเกษตร ชะลอการไหลของน้ำ และการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดินที่มีแร่ธาตุอาหารสะสมอยู่

- ดินเป็นหิน กรวด และแห้งแล้ง : ต้องยึดดินและช่วยให้ชื้น

ดูตัวอย่างของจริง ได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ การแก้ปัญหามีทั้งการปลูกหญ้าแฝกยึดดิน ป้องกันการชะล้าง การพังทลายของหน้าดิน และสร้างฝายแม้วเพื่อกักเก็บน้ำและสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนดิน

-ดินดาน ดินแข็ง และดินลูกรัง : ต้องสร้างของดีซ้อนบนของเลว

ดูตัวอย่างของจริงได้ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี การแก้ปัญหามีทั้งการสร้างอ่างเก็บน้ำตามลำน้ำหลัก ปรับปรุงดินโดยให้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด ปลูกพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลบ รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกขวางแนวลาดเท เพื่อป้องกันดินถูกชะล้าง พังทลาย

-ดินถูกชะล้าง : ช่วยเหลือด้วยกำแพงที่มีชีวิต

ดูตัวอย่างได้ที่ โครงการพัฒนาดอยตุง(พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย ซึ่งใช้การปลูกหญ้าแฝกเป็นเขื่อนตามธรรมชาติ ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ไม่ให้ดินเลื่อนไหล อีกทั้งยังช่วยกรองตะกอนดินที่น้ำพัดพามา

-ดินพรุ หรือ ดินเปรี้ยว : ต้องทำให้กินโกรธ โดยแกล้งดิน

ดูตัวอย่างได้ที่ ศูนย์ศึกษาพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.นราธิวาส การแก้ปัญหา คือ ทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไป เพื่อให้ดินปล่อยแร่ธาตุที่เป็นกรดออกมา กลายเป็นดินที่มีกรดจัด เปรี้ยวจัด จากนั้นจึงใช้น้ำชะล้างดินควบคู่ไปกับปูน ซึ่ง เมื่อใช้น้ำจืด ชะล้างกรดในดินไปเรื่อยๆ ความเป็นกรดจะค่อยๆจางลง จนสามารถใช้เพาะปลูก ทำการเกษตรได้

-ดินเค็ม : ต้องล้างความเค็มออก

ดูตัวอย่างได้ที่ โครงการแก้ไขปัญหาดินเค็มบริเวณห้วยบ่อแดง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร การแก้ปัญหา คือ ใช้ระบบชลประทานในการล้างเกลือที่ผิวดิน ให้เกลือเจือจางจนสามารถใช้สอยได้


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้โลกกว้าง



ความเห็น (0)