After Action Review ครั้งที่ 2 เรื่อง การสะท้อนผลจากการไปศึกษาดูงานรร.สัตยาไสและรร.วนิษา

After Action Review

ครั้งที่ 2 เรื่อง การสะท้อนผลจากการไปศึกษาดูงาน

ชื่อ นางสาวโชติรส เจษฎาสิริ รหัสนักศึกษา 57D0103105

สาขาวิชา หลักสูตรและการสอน (Curriculum and Instruction) ปริญญาโท รุ่นที่ 13 ภาคพิเศษ

วัน/เวลา วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2557 เวลา 8.40 น. – 11.00 น.

รายวิชา การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ (102611)

1. ความคาดหวังในการทำกิจกรรม

การเดินทางไปศึกษาดูงานในครั้งนี้เป็นการศึกษาดูงานในโรงเรียนสองแห่งที่มีบริบทหลายๆด้านแตกต่างกัน เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากในวงการการศึกษา จึงมีความคาดหวังต่อประเด็นต่างๆเหล่านี้ คือ

1)คาดหวังว่าจะได้เข้าไปสังเกตการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนตามบริบทจริง ตามธรรมชาติในการเรียนรู้ของผู้เรียน ตลอดจนการเข้าไปดูการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ทางโรงเรียนจัดให้แก่ผู้เรียน

2)หลังจากที่ศึกษาดูงานแล้วคาดหวังว่าตนเองจะสามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบการใช้หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนทั้งสองแห่งกับโรงเรียนที่ตนเองสังกัดอยู่ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร มีกระบวนการวางหลักสูตรและโครงสร้างรายวิชาต่างๆไว้อย่างไร

3)คาดหวังว่าการไปศึกษาดูงานนี้ตนเองจะพบและได้เรียนรู้แนวความคิดใหม่ๆ ที่จะสามารถนำมาปรับใช้กับชั้นเรียนที่รับผิดชอบอยู่ได้ สามารถหยิบเอาจุดเด่นของแต่ละโรงเรียนมาใช้ในการพัฒนาชั้นเรียนของตนเองได้

2. สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ และความคิดเห็นที่มีต่อเรื่องนี้

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนสัตยาไส

1. น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งว่าการไปศึกษาดูงานในครั้งนี้เราได้ดูในส่วนที่เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียน และกิจกรรมในฐานการเรียนรู้ที่โรงเรียนจัดไว้เท่านั้นในส่วนของการเรียนการสอนในชั้นเรียนเราไม่มีโอกาสได้เข้าไปชม กิจกรรมแรกที่เราได้เข้าสังเกตก็คือ การพูดคุยกับนักเรียนถามตอบข้อซักถามต่างๆเกี่ยวกับสิ่งต่างๆในโรงเรียนจากตัวผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนของโรงเรียนสัตยาไสมีความมั่นใจและสามารถตอบคำถามของผู้เข้าสังเกตได้ดีมาก การตอบคำถามของเด็กๆเป็นการตอบคำถามที่ตัวเขารู้สึกและได้เรียนรู้จากที่นี่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนที่เรียนอยู่ที่นี่มีความพร้อมสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีสติ จากที่สังเกตบางคำถามเป็นคำถามที่ค่อนข้างยาก แต่นักเรียนก็สามารถแสดงทัศนะได้อย่างฉะฉาน แสดงถึงการได้ฝึกฝนในด้านนี้มาอย่างชำนาญ มีสติรู้ตัวไม่ตื่นเต้นไปกับคณะผู้ดูงานที่ตั้งข้อคำถามต่างๆนานา ทำให้เห็นว่าหากเราสามารถฝึกฝนนักเรียนของเรามามากพอ ผู้เรียนมีประสบการณ์ในชั้นเรียนอย่างเพียงพอเขาก็จะสามารถนำไปใช้ในชีวิตขณะที่เขาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆได้

2. กิจกรรมในหลายส่วนที่จัดไว้ให้ผู้เรียนตนเองก็ไม่เคยมีความรู้ในส่วนนั้นเลยซึ่งถือว่าการไปศึกษาดูงานนี้ตนเองยังได้เรียนรู้ในฐานความรู้อีกด้วย

3. ได้เรียนรู้ว่าจุดเน้นที่โรงเรียนสัตยาไสเน้นให้กับผู้เรียนคือเรื่องของคุณค่าความเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่างจากโรงเรียนอื่น โดยมีแนวความคิดที่ว่าถ้าเด็กดีแล้วเขาจะสามารถเก่งได้เองตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่ว่าสร้างคนดีเหนือสิ่งใด

4. แนวทางในการรับนักเรียนเข้ามาศึกษาในโรงเรียนใช้แนวคิดที่ว่าเด็กสามารถฝึกฝนและเรียนรู้ได้ ดังนั้นการเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้จึงให้ผู้ปกครองเป็นผู้ที่จะสอบเข้า โดยใช้การสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ปกครองถึงแนวทางในการจัดการศึกษาของโรงเรียนก่อน สอบถามถึงทัศนคติของผู้ปกครองว่าอยากให้ลูกเป็นอย่างไร แล้วทางโรงเรียนจึงเลือกรับนักเรียนเข้ามา

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนวนิษา

1. รูปแบบการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนวนิษาใช้การจัดการเรียนการสอนแบบ Project Approach ครูมีการทำงานร่วมกันวางแผนร่วมกันในการจัดการเรียนการสอนของผู้เรียนทุกชั้นเรียน ครูอีกห้องหนึ่งจะรู้ว่านักเรียนอีกห้องกำลังเรียนเรื่องอะไร

2. เนื่องจากมีการออกแบบรูปแบบการเรียนรู้ ออกแบบเนื้อหาที่ใช้สอนร่วมกัน ทำให้ครูสามารถเชื่อมโยงการเรียนการสอนของแต่ละชั้นเรียนต่อกันได้ มีการสอนต่อแนวความคิดของแต่ละห้องเรียนในชั้นเรียนถัดไป

3. ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเรียนปนเล่น เรียนก็สนุก เล่นก็ได้ความรู้ การเรียนการสอนไม่เหมือนการเรียนในชั้นปกติอย่างที่เราคุ้นชินแต่เป็นการเรียนที่นักเรียนจะตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะเรียน เหมือนการออกค่ายเข้าค่ายความรู้อยู่ตลอดปีการศึกษา เรื่องที่เรียนเป็นเรื่องราวใหม่ๆอยู่เสมอไม่ซ้ำกับ ในขณะที่เข้าเรียนกลับไม่รู้สึกว่าเป็นการเรียน จากการสังเกตนักเรียนจะสนุกกับการนำงานหรือการบ้านกลับมาทำที่บ้าน และจะมีความภูมิใจที่เอางานนั้นมาส่งครูที่โรงเรียน

4. การรับเด็กเข้ามาศึกษาในโรงเรียนใช้วิธีการทดสอบผู้ปกครองในความพร้อมต่อการดูแลเอาใจใส่ลูกเมื่ออยู่ที่บ้านภายในแนวความคิดที่ว่าถ้าครอบครัวอบอุ่นพ่อแม่เอาใจใส่และให้ความรักอย่างเพียงพอ เด็กก็จะมีสภาพจิตใจที่พร้อมสำหรับการเรียนรู้

จุดที่คล้ายกันสำหรับโรงเรียนสัตยาไสและโรงเรียนวนิษา

1. การรับนักเรียนเข้ามาศึกษาในโรงเรียน ทั้งสองโรงเรียนใช้วิธีการคัดเลือกผู้ปกครอง และมีแนวคิดที่เหมือนกันว่าเด็กไม่ว่าจะเป็นเด็กดีหรือมีดี เก่งหรือไม่เก่ง โรงเรียนสามารถสอนและฝึกฝนเขาได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับแนวความคิดของผุ้ปกครองและความเอาใจใส่ของผู้ปกครองว่าพร้อมสำหรับการศึกษาของลูกเพียงใด

2. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของทั้งสองโรงเรียนใช้แนวคิดที่ว่าให้ผู้เรียนได้เป็นผู้ลงมือทำกิจกรรมต่างๆด้วยตนเอง ฝึกการคิดพัฒนากระบวนการคิดและการทำงานเป็นกลุ่มให้กับนักเรียน ฝึกฝนให้นักเรียนรู้จักยอมรับแนวความคิดซึ่งกันและกัน และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขเมื่อออกจากโรงเรียนไปแล้ว

3. เน้นด้านสุขภาพของผู้เรียนเป็นอันดับแรก สังเกตได้จากอาหารที่จัดให้กับนักเรียนในแต่ละมื้อโรงเรียนสัตยาไสและวนิษาจะเลือกเอาอาหารออร์แกนิกที่ปลอดสารพิษ เน้นการทานผักและผลไม้ฝึกวินัยในการทานอาหารให้แก่เด็กนักเรียน

จุดที่แตกต่างกันของโรงเรียนสัตยาไสและโรงเรียนวนิษา

1. จุดเน้นที่ต่างกันของทั้งสองโรงเรียน โรงเรียนสัตยาไสเน้นการสร้างเด็กให้เป็นคนดีรู้คุณค่าของตนเอง ส่วนโรงเรียนวนิษาเน้นที่กระบวนการคิดของเด็กให้ความสำคัญกับการสอนและความคงทนของความรู้ในสมองเป็นหลัก

2. ลักษณะผู้เรียนที่ได้จากทั้งสองโรงเรียนก็แตกต่างกัน ผู้เรียนของโรงเรียนสัตยาไสจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้เมื่อจบการศึกษา ดูแลรับผิดชอบสิ่งต่างๆในชีวิต เช่นการซักเสื้อผ้า หุงข้าว ทำกับข้าว มีทักษะการทำงานบ้านที่สูง มีทักษะการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นสูง ส่วนผู้เรียนที่ได้จากวนิษาจะเป็นผู้เรียนที่คิดเก่งเรียนรู้ได้เก่ง มีความสามารถและทักษะในการใช้สื่อเทคโนโลยีต่างๆได้อย่างคล่องแคล่ว มีระบบคิดที่ชาญฉลาด แต่ด้านของคุณลักษณะและใช้ทักษะชีวิตจะต่างจากโรงเรียนสัตยาไส

3. การนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตและการทำงานของตนเอง

จากสิ่งที่คล้ายกันและสิ่งที่แตกต่างกันของทั้งสองโรงเรียนทำให้ได้เห็นมุมมองของการที่จะหยิบไปใช้ในการพัฒนาการทำงานของตนเองในด้านต่างๆคือ

1. การทำความเข้าใจกับผู้ปกครองถึงการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน ครูควรสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับผู้ปกครองก่อน ที่ผ่านมักจะเป็นตนเองทำความเข้าใจและพยายามยอมรับในความแตกต่างของแต่ละครอบครัวจนลืมไปว่าเมื่อเราต้องรับผิดชอบผู้เรียนร่วมกัน ความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและครูจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังเช่นที่ทั้งสองโรงเรียนทำการคัดเลือกผู้ปกครองเพื่อรับเด็กเข้ามาศึกษาในโรงเรียน ในเมื่อเราไม่สามารถเลือกรับและปฏืเสธผู้เรียนได้ ดังนั้นเราจึงควรมาสร้างความเข้าใจร่วมกันใหม่เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ

2. กิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Project Approach และการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นคนดี สามารถนำมาปรับใช้กับชั้นเรียนของตนเองได้ตามความเหมาะสมของเนื้องานและเนื้อหาวิชา ทำให้ได้แนวการจัดการเรียนการสอนใหม่ๆมาใช้

3. การไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ต่างจากการศึกษาดูงานในครั้งอื่นๆ คือเรามีจุดมุ่งหมายในการไปดูที่ชัดเจนว่าเราอยากที่จะศึกษาในด้านใด ทำให้สามารถนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้ในอนาคต

**************************************************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกอนุทิน/After Action review/Story Telling ของนางสาวโชติรส เจษฎาสิริ 57D0103105 หลักสูตรและการสอน ภาคพิเศษ รุ่นที่ 13



ความเห็น (0)