วันแห่งโอกาส
วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
จากการประชุมครอบครัวเมื่อคืน ส่งผลให้หนูและแม่ตัดสินใจไปวัด หนูลางาน
มีหลายอย่างบีบคั้น แต่พอลงมือทำ หลายสิ่งไม่เป็นไปตามแผน กลับเจอสิ่งที่เหนือความคาดหมาย
ทุกคนในบ้าน ต้องเอ่ย สาธุ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เจอวิกฤตมาไม่เคยเห็นทางออก
วันนี้เป็นครั้งแรกที่เริ่มเห็นทางรำไร แม้หนี้สินจะยังไม่ลดลง
คือความเมตตาที่ได้รับจากครูแบบสม่ำเสมอ
คืออานิงสงฆ์จากการภาวนาของพระพี่ชายล้วน
ทำให้ได้ รับโอกาส "ต่อลมหายใจ"
ได้ผู้มีเมตตามาช่วย พยุง พร้อมให้คำปรึกษา ชี้ช่องทาง
พอเรามาลองปฏิบัติ ยังเจอทางตันอีก ท่านเมตตาชี้ช่องทางเพิ่ม
คือการทะลวงทางตันให้ใจคนในครอบครัวทุกคน
และทวนย้ำสิ่งที่ครูเคยชี้ทางที่บ้านมา คือ ทุกคนต้องรักษาศีล ทำบัญชี รายรับรายจ่าย
ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
เที่ยง ๆ ได้นั่งตั้งสติกับตนเอง แล้วก็คุยกับพ่อและพี่สาว พี่เขย
เป็นการเปิดใจบนฐานข้อมูลจริง
ระลึกถึงคำครูที่ว่า "เราก็วางแผนใช้จ่ายเหมือนกับวางแผน R2R นี่แหละ
คือคำว่า "ใช่กับตนเอง"
ตอนเย็นตะลุมบอนจนรู้สึก หัวบวมล้า ออกไปวิ่ง ได้เหงื่อแล้ว ค่อยเข้าบ้าน เหมือนในหัวได้พักแต่ก็ล้าเต็มที
ครอบครัวพี่สาวมา ร่วมทานข้าวเย็นกับพ่อแม่ ได้อาหารจากเพื่อบ้านน้ำใจงามให้มาเป็นปลาเผา
บ้านเราดีแบบนี้ คือ มีกัลยาณมิตรคอยเมตตาสม่ำเสมอ
ทานอาหารเสร็จ ประชุมเล่าที่ไปที่มา รวมถึงแนวทางและสิ่งที่ทุกคนต้องทำ
ทวนย้อนถึงแนวทางที่วางแผนไว้ นำสิ่งที่ครูชี้มาลงมือทำ ทำสิ่งที่ผู้มีพระคุณท่านเมตตาวางแผนมาสู่การปฏิบัติ นำสิ่งที่พระพี่ชายย้ำ
วันนี้ยังได้รับโอกาสจากหลวงปู่ที่ฝากผ่านพระพี่ชายมาให้ได้ทำภารกิจ
คือ โอกาสและความเมตตาของครูบาอาจารย์ทุกท่านทุกองค์
คือ บารมีธรรมของพระพี่ชาย
คือ ความกรุณาของผู้มีพระคุณ เป็นครั้งแรกที่ประชุมครอบครัวแล้วแม่นอนฟังจนหลับไป
เป็นครั้งแรกที่น้ำตาที่ไหลไม่ใช่จาก การร้องไห้เสียใจ
คือนิมิตใหม่ ที่แม่ตั้งเจตนาแล้วว่า
"หากที่บ้านปลอดหนี้ แม่จะบวชชีโกนหัว 3 เดือน"ไปอยู่ที่วัดหลวงปู่ ที่พระพี่ชายบวช
ตั้งแต่นี้ต่อไป คือ โอกาสที่ต้องตั้งใจรักษา
ผลบุญที่พระพี่ชาย ภาวนาแล้วจูงคนทั้งบ้านทำตามครูบาอาจารย์นั้นเริ่มให้ผล
ใจหนูเริ่มเห็นทางมากขึ้น แต่ด้วยต้นทุกแห่งความขุ่นมัว ที่มีโทสะเป็นพื้น
ที่ครูบาอาจารย์เตือนสติไว้ มีผู้มาย้ำเตือนให้อีกว่า "ให้ฝึกอภัยทาน"
ตั้งเจตนารักษาศีลอยู่ทุกขณะ ให้เป็นนิสัย
ครูเมตตาส่งไลท์มาให้กำลังใจ ให้สู้ต่อไป
เสร็จประชุมเราแยกย้ายกัน แล้วหนูก็ขูดมือให้น้า ก่อนเข้ามาพักทำวัตรเย็น
พอเปิดคอมขึ้นมาเริ่มเขียนบันทึก ไม่ทันเรียบร้อยก็หลับพับไป
ทวนย้อนศรัทธา มีมากขึ้น ความเพียรก็หย่อนอยู่นะ เพราะตะลุมบอน แต่ไม่ค่อยได้กลับมาที่ตนเองมากนัก นี่คือจุดที่ต้องแก้ไข สมาธิแค่หล่อเลี้ยงเมื่อรู้สึกล้า ไม่ไหวแล้ว ปัญญาแบบพอประคองคิดตามทางที่ได้รับการชี้
ศีลเริ่มพอระลึกร่องรอยกับตนเองเรื่องการเบียดเบียนแม่และคนในครอบครัว ที่ ทำมามากแล้ว ถึงเวลาถอยการเบียดเบียนไปสู่การปรับเปลี่ยนเกื้อกูล ศีลข้อสองด่างพร้อย เพราะไม่ได้ไปทำงาน ศีลข้อสามเพราะใจลุยเรื่องแก้ปัญหาก็ทำให้ไม่ค่อยว่อกแวก ศีลข้อสี่ด่างพร้อยเพราะไม่ได้ไปทำงาน ศีลข้อห้าสติยังอ่อนอยู่แต่ก็พอมาให้ได้ใช้ประปรายแบบพอประคอง
