7. The Chariot บนเส้นทางธรรม (10 พ.ย. 2557)

ภูฟ้า
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เดือนนี้ (พ.ย.57)
มีเหตุการณ์ทั้งทางธรรม และทางโลก เกิดขึ้นในชีวิตอย่างมีนัยสำคัญหลายประการ

จึงขอถอดบทเรียนไว้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังต่อไปนี้ หนอ

.

.

.

เมื่อหลายปีก่อน ผมทราบมาว่า ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมนับถือ
ท่านได้อธิฐานแบบแปลกๆ ในเรื่องของกรรมดี ว่า
.. ถ้าสวรรค์มีจริง ผมไม่อยากไป จึงอธิฐานขอให้ผมตกนรกเถอะ เหตุผลก็เพราะสวรรค์ นั้นมีแต่คนดี เราไปช่วยเขาไม่ได้ แต่ในนรกนั้นมีแต่คนที่เขาทรมาน เจ็บ ปวด มีความทุกข์เขาต้องการความช่วยเหลือจากเรา ผมก็บอกตัวเองเสมอว่า ผมไม่ ไปหรอกสวรรค์ แต่จะขอตกนรกเพื่อเราจะได้ช่วยเหลือคนอื่นให้มาก ๆ ..

.

.

ผมใช้เวลาอยู่หลายปี พยายามทำความเข้าใจความหมายของท่าน

แต่ก็ยังเข้าไม่ถึง ยังสรุปไม่ได้

จนเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี่เอง คำอธิษฐานของท่านได้แว๊บเข้ามาอีกครั้ง

.

.

ประกอบกับในอีกด้านหนึ่งของการเดินบนเส้นทางธรรมนั้น

ก็ได้รับการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ วัน เช่นกัน

.

เมื่อทุกอย่างพร้อม ปฏิบัติการทดลองหยั่งขาลงนรก จึงเริ่มขึ้น หนอ

.

.

.

.

.

จิตใจของมนุษย์เราถูกดึง/ลากโดยสฟิงซ์สีขาวกับสีดำ ความถูก กับความผิด

แล้วแต่ว่าเราจะไปทางไหน โดยสิ่งที่ใช้ควบคุมม้าหรือสฟิงซ์นั่นไม่ใช่สายบังเหียนหรือเชือก

แต่เป็น เจตจำนงของเรา (เจตจำนง = ความตั้งใจ, ความมุ่งหมาย, ความจงใจ, เจตนารมณ์)

พูดง่าย ๆ ว่า
1. เราใช้สติปัญญา (คือตัวอัศวิน)

2. ในการจัดการ (อัศวินติดอยู่ในรถ คือความยึดมั่นถือมั่น ว่าตัวกูของกู กูจัดการเองได้)

3. ปัญหา (ความเป็นสฟิงก์คู่ ธรรมคู่)

4. ในชีวิต (ของสี่เหลี่ยม คือกายภาพ)

.

.

ดูท่าว่า บันทึกนี้จะยาวออกไปเรื่อย ๆ จึงขอขมวดบทเรียนธรรมเอาไว้ในตอนท้ายก่อน

และอาจต้องมีบันทึก 2 ต่อไป หนอ

.


.

พัฒนาการทางธรรม ณ ตอนนี้

เป็นการบูรณาการ ผลการฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรครูสมาธิ

+ พรรษาที่ 16 ของหลวงตาพระมหาบัว + ขันธะวิมุตติ (ลายมือพระอาจารย์มั่น)

ซึ่งดูเหมือนว่า เพียงพอที่จะป้องกันไฟแห่งนรกได้ หนอ

กราบ กราบ กราบ

.




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บนเส้นทางธรรม



ความเห็น (0)