Knowledge Management (KM)

อนุทิน ครั้งที่ 4 Knowledge Management (KM)

เนื้อหาที่ได้เรียนวันนี้เกี่ยวกับ ระบบสารสนเทศซึ่งหมายถึง การทำงานพร้อมกันอย่างที่สัมพันธ์กันของแต่ละองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยในการนำข้อมูลเข้าจัดเก็บ รวบรวม และประมวลผลข้อมูล จนกลายเป็นสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ หรือใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งอาจจะเป็นระดับบุคคลหรือองค์กร

KM (Knowledge Management) หมายถึงความหมายที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ เป็นความรู้ที่เกิดจากการสั่งสมหรือการปฏิบัติ โดยทุกคนมีความรู้เป็นของตนเอง ความรู้นั้นมีความหมายหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตีความ และการจัดการความรู้เพื่อให้เกิดความรู้ใหม่ส่วนการจัดการกับความรู้โดยเรียงลำดับจาก ข้อมูล (Data) -- สารสนเทศ (Information) -- ความรู้ (Knowledge) -- ปัญญา (Wisdom) การรับรู้ข้อมูลนั้นเป็นความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ และจากสารสนเทศไปถึงความรู้นั้นเป็นความเข้าใจรูปของความสัมพันธ์ และจากความรู้ไปสู่ปัญญานั้นเป็นความเข้าใจของหลักการ

ประเภทของความรู้จะมีแบบ Tacit Knowledge เป็นความรู้ที่มองเห็นโดยนัยมองเห็นไม่ชัดเจน ความรู้ที่ไม่เป็นทางการ เป็นทักษะหรือความรู้เฉพาะตัว ส่วนExplicit Knowledge เป็นความรู้ที่ชัดแจ้งเป็นทางการ เป็นลายลักษณ์อักษร เช่นหนังสือพิมพ์ หรือวารสาร หรือเป็นการแสดงออกมาเป็นสัญลักษณ์

กระบวนการจัดการความรู้
1. การกำหนดเป้าหมายความรู้ (Knowledge Desired)
2. หารสร้างหรือจัดหาความรู้ (Knowledge Creation หรือ Knowledge Acquisition)
3. การกลั่นกรองและคัดเลือกความรู้ (Knowledge Classified)
4. การเก็บความรู้ให้ระบบ (Knowledge Saving System)
5. การใช้ความรู้ (Knowledge Utilization)
6. การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing)
7. การประยุกต์ความรู้ (Knowledge Applied)
8. การประมวลผลและวัดความรู้ (Knowledge Codification & Knowledge Measured)
9. การยกย่องชมเชยและให้รางวัล (To praise & Take a gift)
10. การเผยแพร่ความรู้ (Knowledge Distribution)

รูปแบบของเทคโนโลยีสารสนเทศกับกระบวนการเรียนรู้

1.เพื่อการรวบรวมและการจัดการเรียนรู้ที่ปรากฏ

2.ใช้ในการสร้างความรู้

3.เพื่อการเข้าถึงความรู้ที่ปรากฏ

4.เพื่อการประยุกต์ใช้ความรู้

5.เพื่อสนับสนุนการจัดการความรู้โดยนัย


ความสำคัญของการจัดการความรู้
1. เป็น ปัจจัยหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนของการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการจ้างงานในระยะ ยาว
2. ประชาชนเข้าถึงความรู้ได้มากขึ้นและเป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งนำไปสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้


ประโยชน์ของการจัดการความรู้
1. ป้องกันการสูญหายของความรู้
2. เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ
3. ความสามารถในการปรับตัว และมีความยืดหยุ่น
4. ความได้เปรียบในการแข่งขัน
5. องค์กรในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่
6. การยกระดับผลิตภัณฑ์
7. สร้างความพึงพอใจและเพิ่มยอดขายและสร้างรายได้
8. เพิ่มความสามารถการแข่งขันโดยผ่านการเรียนรู้ร่วมกัน

ความแตกต่างระหว่าง Intranet กับ Internet คือ Intranet ใช้กระจายความรู้ที่ใช้เฉพาะองค์กร ส่วน Internet ใช้เพื่อการกระจายความรู้โดยรอบ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน lily (xiaomin Li)



ความเห็น (0)