บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 2
รายวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ (102611)
ผู้สอนผศ. ดร. อดิศรเนาวนนท์
โดยนางสาวสุนีย์เลขนอกรหัสนักศึกษา 57D0103118ระดับปริญญาโทภาคพิเศษสาขาหลักสูตรและการสอน
วันที่3 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2557โทร 091-0251803E-mail[email protected]
เรื่องระบบการศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียน
…………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.การเตรียมตัวล่วงหน้า
KM คือ
การจัดการความรู้ หรือ Knowledge Management คือ การรวบรวมความรู้ที่มีอยู่กระจัดกระจายในองค์กรมาจัดระบบ และ พัฒนาให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ
ความรู้จำแนกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน ( Tacit Knowledge) และ ความรู้ที่ชัดแจ้ง ( Explicit Knowledge ) ความรู้ที่ฝังอยู่ในคนคือ ประสบการณ์ ทักษะ พรสวรรค์ เทคนิค การทำงานที่สั่งสมมาจนชำนาญไม่มีในตำรา ส่วนความรู้ที่ชัดแจ้งคือ ความรู้ที่สามารถจับ ต้องได้ เช่น หนังสือ เอกสาร รายงาน ซีดี เป็นต้น ราชการมีการจัดการความรู้ตาม ขั้นตอนที่เป็นระบบ โดยเริ่มจาก
ขั้นตอนที่ 1 การบ่งชี้ความรู้
ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและแสวงหาความรู้
ขั้นตอนที่ 3 การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ
ขั้นตอนที่ 4 การประมวลและกลั่นกรองความรู้
ขั้นตอนที่ 5 การเข้าถึงความรู้
ขั้นตอนที่ 6 การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้
ขั้นตอนที่ 7 การเรียนรู้
การจัดการความรู้ที่ดีเริ่มด้วย
-
สัมมาทิฐิ : ใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุความสำเร็จและความมั่นคงในระยะยาว
-
การจัดทีมริเริ่มดำเนินการ
-
การฝึกอบรมโดยการปฏิบัติจริง และดำเนินการต่อเนื่อง
-
การจัดการระบบการจัดการความรู้
- สังคมแห่งการเรียนรู้
หมายถึง ลักษณะของหน่วยงานหรือชุมชนที่ดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องพร้อม ๆ กันเกี่ยวกับเรื่องอนุรักษ์ บำรุงรักษา ฟื้นฟู ปกป้อง คุ้มครอง พิทักษ์ ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ สืบสาน พัฒนา เผยแพร่และปลูกจิตสำนึกให้แก่สมาชิกได้เรียนรู้ด้วยวิธีการผ่านผู้รู้ สื่อ เทคโนโลยี สารสนเทศ แหล่งการเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและจากองค์ความรู้ต่าง ๆ ซึ่งทำให้สมาชิกสามารถสร้างความรู้ สร้างทักษะและมีระบบการจัดการความรู้ ที่ดี รวมทั้งสามารถถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งภายใน และนอกกลุ่มสมาชิก ตลอดจนสามารถใช้ความรู้เป็นเครื่องมือในการเลือกและตัดสินใจแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาการดำเนินชีวิตให้มีความเหมาะสมกับสภาพ ของหน่วยงานหรือชุมชนนั้น ๆ ลักษณะสังคมแห่งการเรียนรู้
1.ไม่จำกัดขนาดและสถานที่ตั้ง
2.เน้นการจัดการเรียนรู้เป็นปัจจัยหลัก
3.ประชาชนได้รับโอกาสการพัฒนา (Key Individuals)
4.สถาบันทางสังคมในพื้นที่เป็นตัวหลักในการริเริ่ม/ดำเนินการ(Key Institutions)
5.มีกลุ่มภาคประชาชนเป็นแกนกลาง (Core Groups) เพื่อรวมตัวกันจัดกิจกรรมพัฒนาชุมชน
6.มีการพัฒนานวัตกรรมและระบบการเรียนรู้
7.มีภาคีเครือข่ายที่ร่วมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
8.การริเริ่ม/การเปลี่ยนแปลงมีอยู่ตลอดเวลา
9.สถานศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแห่งการเรียนรู้
10.ความรับผิดชอบเป็นหน้าที่ของบุคคลและชุมชนร่วมกัน
11.ทุกคนเป็นครูและผู้เรียน
2. ความรู้ที่ได้
-
การศึกษาของประเทศฟิลิปปินส์
เนื่องด้วยประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่เป็นเมืองขึ้นหลากหลายประเทศทำให้คนส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้
สมัยก่อนการศึกษาของปะเทศฟิลิปปินส์ขั้นพื้นฐานเรียน10 ปีทำให้ยากต่อการแข่งขันกับประเทศอื่นต่อมาจึงได้มีการปรับเปลี่ยนการศึกษาให้เป็น 12 ปี เท่ากับประเทศอื่นๆหลักสูตรที่ปรับคือ K -12 Programซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
- อนุบาล:เรียน 1 ปี
- ประถม:เรียน 6ปี
- มัธยมต้น:เรียน 4 ปี
- มัธยมปลาย:เรียน 2 ปี
การเรียนในช่วงอนุบาลคล้ายกับในประเทศไทยมีการเรียนเรื่องตัวอักษรตัวเลขสีการร้องเพลงเต้น
ในประเทศฟิลิปปินส์มีภาษาแม่เพียง 1 ภาษาแต่มีภาษาที่ใช้ในประเทศหลากหลายการเรียนในช่วงอนุบาลมีการเรียนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาแม่ควบคู่กันไปด้วยมัธยมเรียน 4 ปี โดยเริ่มเรียนจากวิชาที่ง่ายไปหาวิชาที่ยากเมื่อเรียนจบก็ได้รับใบประกาศส่วนมัธยมปลายเรียน 2 ปีเป็นการเตรียมความพร้อมในระดับที่สูงขึ้น เรียน 7 กลุ่มรายวิชาเมื่อเรียนจบในระดับนี้จะได้ใบประกาศ เพื่อใช้ในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
-
การศึกษาของประเทศเวียดนาม
- ระบบการศึกษาคล้ายกับประเทศอื่นๆ การเรียนขั้นพื้นฐานเรียน 12 ปีแบ่งลักษณะการศึกษาเป็น 5 ลักษณะคือ
- 1.อนุบาลสำหรับเด็ก3-5 ปี
- 2.การศึกษาสามัญ5-4-3
- ประถมการศึกษาภาคบังคับ 5 ปี ชั้น 1-5
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น6-9
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย10-12
- 3.การศึกษาด้านเทคนิคและอาชีพ
- 4.การศึกษาระดับอุดมศึกษา
- 5.การศึกษาต่อเนื่อง เป็นการศึกษาสำหรับประชาชนที่พลาดการศึกษาในระบบสายสามัญ
-
การศึกษาของประเทศกัมพูชา
- การศึกษาของกัมพูชาใช้ระบบการศึกษาเป็นระบบ 5 : 4 : 2 ดังนี้
- ประถม5 ปี (อนุบาล 1 ปีและประถม 4 ปี)
- มัธยมศึกษาตอนต้น4 ปี
- มัธยมศึกษาตอนปลาย 2 ปีและอาชีวศึกษา 1-3 ปีอุดมศึกษา 4-6 ปี
-
การศึกษาของประเทศสิงคโปร์
ประเทศสิงคโปร์ได้เปรียบเมืองท่าทรัพยากรน้อยมากจึงให้ความสำคัญกับทรัพยากรคนมาก โดยรัฐบาลให้ความสำคัญโดยเน้นระบบ Text bookมาจากประเทศอื่นมาใช้ในการเรียนการสอน
- -4 ภาคเรียนเริ่มเรียน 2 ม.ค.
- -มีวันหยุดเรียน 1เดือน – เดือนครึ่ง
- -อายุ 3-4 ปี (ก่อนเข้าอนุบาลไม่บังคับ
- -อนุบาล 1 อายุ 5 ขวบ
- -อนุบาล 2 อายุ 6 ขวบ
- -ประถม1-6 อายุ 7-12 ปี (เหมือนกับอเมริกา, ไทย
- -จบประถมศึกษาปีที่ 6 และต้องเข้าสอบเรียนในระดับชั้นต่อไป เป็นการสอบที่ใหญ่มากเพื่อที่จะเข้าในระดับชั้นมัธยม
สรุป : ทุกประเทศมีระบบการศึกษาที่คล้ายคลึงกันและมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ พัฒนาเด็กให้มีคุณภาพและสามารถดำรงอยู่ในสังคมปัจจุบันได้
3. บรรยากาศการเรียน
ไม่น่าเบื่อ เป็นการเรียนนอกห้องเรียนที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงจากเจ้าของประเทศนั้นๆทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบการศึกษาไทย
4. การนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติงาน
นำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันโดยให้ความสำคัญของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
5. สิ่งที่คาดหวัง
มีความรู้ความเข้าใจในการจัดกระบวนการเรียนรู้