หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน : ​บริการวิชาการบนฐานศิลปวัฒนธรรม (อีกหนึ่งปรากฏการณ์จุดเด่นของ ๑ หลักสูตร ๑ ชุมชน)

"บริการวิชาการบนฐานศิลปวัฒนธรรม" ที่ถือเป็นปรากฏการณ์จุดเด่น หรือจุดแข็งของการสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมบนทุนอันยิ่งใหญ่ของท้องถิ่นและชุมชน

การบริการวิชาการภายใต้ชื่อโครงการ "หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน" มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจหลาย เรื่อง หนึ่งในประเด็นที่ว่านี้ก็คือการ "บริการบนฐานของศิลปวัฒนธรรม" กล่าวคือบูรณาการการเรียนรู้คู่บริการร่วมระหว่างศาสตร์อันเป็นศิลปะแขนงต่างๆ ของหลักสูตรเข้ากับศิลปะและวัฒนธรรม หรือภูมิปัญญาในท้องถิ่น ซึ่งหากมีกระบวนการที่แจ่มชัดข้นเข้ม จะพบว่าโครงการเหล่านี้จะบูรณาการภารกิจอย่างน้อย ๓ อย่างเข้าด้วยกันอย่างเสร็จสรรพ นั่นก็คือ การเรียน การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม




กรณีดังกล่าวปรากฏเด่นชัดในหลายหลักสูตร เป็นต้นว่า โครงการ "ส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปะการแสดงสู่ชุมชน" (หลักสูตรศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์) ณ โรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม ประกอบด้วยกิจกรรมหลักคือการเสริมสร้างศักยภาพการเล่นดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้าน (วงโปงลาง) ให้กับนักเรียน ซึ่งถือเป็นศาสตร์เฉพาะทางของหลักสูตรโดยตรง

ทั้งยังจัดกระบวนการเรียนรู้ชุมชนผ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์และประเพณีท้องถิ่น เช่น โครงกระดูกโบราณที่ขุดพบในชุมชนอันเป็นยุคสมัยเดียวกับบ้านเชียง รวมถึงการเข้าร่วมสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมกับประเพณี "บุญกลางบ้าน" โดยทั้งปวงนั้นล้วนยึดโยงกับการเรียนรู้คู่บริการบนฐานศิลปวัฒนธรรมอย่างเด่นชัด และถือเป็นความท้าทายที่จะนำข้อมูลในชุมชนมาศึกษาและยกระดับเป็นหนึ่งในการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ หรือกระทั่งหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียนและชุมชน



เช่นเดียวกับหลายๆ โครงการของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หนึ่งในคณะต้นแบบประจำปี ๒๕๕๗ ปักหมุดหมายการขับเคลื่อนเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในพื้นที่ "ทุ่งกุลาร้องไห้" ที่ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ เช่น ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม หรือกระทั่งการเรียนรู้คู่บริการ ณ บ้านกู่กาสิงห์ ต.กู่กาสิงห์ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ล้วนสะท้อนภาพการดำเนินงานบนฐานศิลปวัฒนธรรมอย่างไม่กังขาผ่านรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยวชุมชน จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ชุมชน การจัดทำสารคดีชุมชน นิทานพื้นบ้าน เว็บไซด์แสดงที่ตั้งแหล่งโบราณคดี



กระบวนการดังกล่าวไม่เพียงกระตุ้นเตือนหรือปักหมุดหมายอันหนักแน่นอีกรอบเกี่ยวกับอัตลักษณ์ชุมชนบนฐานศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น ทว่ายังร้อยเรียงกระบวนการสู่การขานรับความเป็นอาเซียนให้กับชุมชนไปพร้อมๆ กัน และหากการขับเคลื่อนบรรลุเป้าหมาย ย่อมเกิดชุดความรู้และสื่อสร้างสรรค์ที่มีพลังต่อการเรียนรู่และเผยแพร่อย่างน่าตื่นตา



โครงการว่า "การอนุรักษ์ฟื้นฟูการย้อมครามบ้านหนองบัวน้อย ต.ดงดวน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม
ที่ดำเนินการของ "ศูนย์นวัตกรรมไหม" เป็นหนึ่งในโครงการที่หยัดยืนด้วยฐานคิดการบริการบนฐานศิลปวัฒนธรรมอย่างหนักแน่น ประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนตั้งแต่ปลูกคราม สกัดเนื้อครามและการย้อมครามด้วยผ้าฝ้ายและผ้าไหมที่มีในท้องถิ่น เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีชีวิตและพลังอย่างเหลือเชื่อ เพราะไม่เพียงแค่เรียนรู้ร่วมกันเท่านั้น หากแต่เป็นการเคลื่อนงานบนฐานความต้องการ (โจทย์) ของชุมชนอย่างแท้จริง



กิจกรรมต่างๆ ที่ขับเคลื่อนขึ้นกลายเป็นกระบวนการเติมเต็มพลังชีวิตให้ชาวบ้านอย่างน่ายกย่อง เนื่องเพราะชาวบ้านได้หวนกลับไปทบทวนความทรงจำเรื่อง "คราม" ของชุมชนตนเอง ซึ่งจากหายไปจากชุมชนร่วมๆ ๕๐-๖๐ ปี และที่สำคัญคือชาวบ้านที่หลงเหลืออยู่ในชุมชนก็ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่มีประสบการณ์ตรงในเรื่องของ "คราม" เพราะไม่เคยได้เรียนรู้อย่างจริงจังกับพ่อแม่ การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการฯ จึงกลายเป็นพลังการเรียนรู้ที่ช่วยให้ชาวบ้านได้ทั้ง "ความรู้และพลังชีวิต" ทั้งในเชิงบุคคลและกลุ่มทีมในชุมชนอย่างมหัศจรรย์




ในทำนองเดียวกันนี้ บางโครงการในสังกัดคณะการบัญชีและการจัดการ (คณะต้นแบบ ปี ๒๕๕๗)
ก็ขับเคลื่อนด้วยฐานคิดคล้ายๆ กัน เช่น โครงการ
"พัฒนาแผนธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูปเสริมสร้างศักยภาพชุมชนเข้มแข็ง" (สาขาเศรษฐศาสตร์) ถึงแม้ภาพที่ฉายเด่นออกมาจากเป็นเรื่องการจัดทำแผนธุรกิจก็ตาม แต่วัตถุดิบที่นำมาขับเคลื่อนก็คือ "สมุนไพร"

ซึ่งชุมชนดังกล่าวก็หลากล้นและอัดแน่นด้วยปราชญ์ชาวบ้านในเรื่อง "หมอยาสมุนไพร" อีกทั้งชุมชนก็มีป่าชุมชนอันเป็นต้นกำเนิดสมุนไพรหลายชนิด หรือกระทั่งแปลงสมุนไพรในวัดที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช) เคยได้ไปขับบุกเบิกขับเคลื่อนไว้เมื่อหลายปีก่อน เช่นเดียวกับชุมชนแห่งนี้ยังเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนยุคประวัติศาสตร์ มีพิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียนตั้งตระหง่านเป็นห้องสมุดที่มีชีวิตให้ศึกษาค้นคว้าได้อย่างไม่ขาดเขิน



โครงการแผนที่วัฒนธรรมชุมชนท่าอุเทนกับการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น โดยหลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรม (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ) เป็นกระบวนการต่อยอดจากการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งศิลปวัฒนธรรมเมื่อปี ๒๕๕๖ ณ เทศบาลตำบลท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งตอบโจทย์การบริการบนฐานของภารกิจการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรมไม่แพ้โครงการอื่นๆ ยิ่งหากทะลุถึงการสร้างหลักสูตรท้องถิ่นได้จริง จะถือเป็นการเรียนรู้ที่มีคุณค่าอย่างมหาศาลสำหรับคนในท้องถิ่น หรือกระทั่งท้องถิ่น หรือชุมชนอื่นๆ ต่อไป



โครงการ "การพัฒนาสาระเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าทอพื้นบ้านอีสาน" (สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน) เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ฉายภาพการบริการบนฐานความเป็นศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่นด้วยการผนึกกำลังกับคณะครูและปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่อง "ทอผ้าด้วยกี่เอว" ให้กับนักเรียนระดับชั้น ป.๑-๔ ในโรงเรียนกำพี้เหล่ากาเจริญศิลป์ ต.กำพี้ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม โดยบูรณาการเข้ากับสาระการเรียนรู้คือ "การงานอาชีพและเทคโนโลยี" ซึ่งโดยปกติก็เป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ตามนโยบายรัฐที่มุ่งให้โรงเรียนแต่ละโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนโดยใช้ทุนทางสังคมในชุมชนนั้นๆ มาสร้างเป็นโจทย์การเรียนรู้ให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ระหนักถึงคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมที่มีในชุมชนของตนเอง เสมือนการตอกย้ำให้นักเรียนได้รู้จัก "รากเหง้า" ของตนเอง




นอกจากนี้ยังประกอบด้วยโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนอีกเป็นจำนวนมากที่เชื่อมโยงอยู่กับฐานของศิลปะและวัฒนธรรมแขนงต่างๆ เช่น โครงการสร้างสรรค์จิตรกรรมสีน้ำมันประวัติศาสตร์ชุมชนบ้านพระยืน ต.พระยืน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม (คณะศิลปกรรมศาสตร์) โครงการพัฒนาวงลูกทุ่งโรงเรียนน้ำพองศึกษา อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น (วิทยาลัยดุริยางคศิลป์) โครงการชีววิถีอีสานเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน บ้านบ่อแก บ้านบ่อทอง ต.เลิงแฝก อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม (วิทยาลัยการเมืองการปกครอง)



นี่คือบางส่วนจากหลายโครงการของหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนด้วยฐานคิด "บริการวิชาการบนฐานศิลปวัฒนธรรม" ที่ถือเป็นปรากฏการณ์จุดเด่น หรือจุดแข็งของการสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมบนทุนอันยิ่งใหญ่ของท้องถิ่นและชุมชน อันเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการปักหมุดไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนร่วมกันผ่านปรัชญาการศึกษาเพื่อรับใช้สังคม หรือเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามว่า "เป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชน"



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

สรุปจุดเด่นแต่ละโครงการ เยี่ยม ๆ ทั้งนั้นนะคะ น้องนิสิตคงมีความภาคภูิมิใจในชีวิตคนอีสานติดตัวติดใจออกไปทำงาน เรียนรู้ที่จะเข้ากับชุมชนที่ไปทำงานด้วยง่ายขึ้นนะคะ

เขียนเมื่อ 

เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมาก ๆ จ้ะ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปัน

เขียนเมื่อ 

ชอบใจที่บูรณาการการเรียนรู้ในเรื่องชุมชนทั้งศิลปะและภูมิปัญญาในการเลี้ยงไหม

การใช้ต้นคราม

ไม่ค่อยมีคนทำแล้ว

ขอบคุณมากๆครับ