เจ้าต้นไม้ดูชินจังตอนที่แม่เขาสอนทำซูชิเลยอยากทำเองบ้าง เป็นสาเหตุให้บ้านนี้ได้ทำซูชิกินเองมาสองมื้อแล้ว

ผมในฐานะผู้กิน กินไปก็เกิดความสงสัยว่าซูชินี่มีที่มาที่ไปยังไง เท่าทันความคิดก็รีบคลิกไปหน้า Sushi ในวิกิพีเดียแล้วกวาดสายตาอ่านพอให้ได้ความรู้ติดตัวแต่ก็มาสะดุดที่ประโยคนี้

"The original type of sushi, known today as nare-zushi (馴れ寿司, 熟寿司,) was first made in Southeast Asia, possibly along what is now known as the Mekong River."

อ้าวเฮัย.... ซูชิแบบดั้งเดิมมาจากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้แถวๆ ลุ่มน้ำโขง

ยังไม่พอ

"The term sushi comes from an archaic grammatical form no longer used in other contexts; literally, sushi means "sour-tasting", a reflection of its historic fermented origins."

ศัพท์คำว่า "ซูชิ" เป็นศัพท์เก่าแก่ที่ไม่ใช้ในภาษาญี่ปุ่นแล้ว ผมเดาต่อว่าอาจจะมาจากภาษาต่างชาติหรือเปล่า แล้วซูชิแบบดั้งเดิมนั้นมีการหมักข้าวกับปลาเป็นหลักเสียด้วย ตามนี้เลย

"The oldest form of sushi in Japan, narezushi, still very closely resembles this process, wherein fish is fermented via being wrapped in soured fermenting rice. The fish proteins break down via fermentation into their constituent amino acids. The fermenting rice and fish results in a sour taste and also one of the five basic tastes, called umami in Japanese."

เขาว่าคนทำซูชิยุคแรกๆ เอาปลาไปหมักกับข้าวหมักเปรี้ยวๆ จนเนื้อปลาแตกตัวเป็นกรดอะมิโนได้รสชาติโปรตีนที่เรารู้จักกันในชื่อ "umami" ซึ่งก็คือรสชาติที่เราคุ้นเคยอันได้แก่รสของผงชูรสนั่นเอง

ในบทความของวิกิพีเดียประโยคที่ทำให้ผมฟันธงที่สุดก็ตรงนี้

"Originally, when the fermented fish was taken out of the rice, only the fish was consumed while the fermented rice was discarded."

เฮ้ย... หลังจากหมักปลากับข้าวจนเปรี้ยวได้ที่แล้ว ข้าวเขาโยนทิ้งเขากินเฉพาะปลา!!

ซูชิแบบโบราณนี่มันเหมือนวิธีการทำปลาร้าเลย แถมมีต้นตอแถวลุ่มน้ำโขงอีกต่างหาก

ซูชิปัจจุบันนั้นไม่เหมือนกับแบบดั้งเดิมเพราะ "The contemporary version, internationally known as "sushi", was created by Hanaya Yohei (1799–1858) at the end of the Edo period in Edo." เขาพึ่งคิดทำใหม่ไม่เหมือนเก่านั่นเอง

แต่ของเก่าดั้งเดิมนี่สิน่าสนใจ ชาวอีสานคนไหนสนใจศึกษาประวัติศาสตร์น่าจะลองศึกษาต่อนะครับ ผมเองไปต่อไม่ได้เพราะวิธีการทำปลาหมักแถวบ้านผมที่ชุมพรอย่างนี้เขาเรียกว่าปลาส้มแล้วนานๆ จะมีคนทำที

อ่านประวัติซูชิแล้วผมเลยขอจินตนาการว่า สมัยพระนารายณ์มหาราชซึ่งอยุธยามีการติดต่อกับญี่ปุ่นมากถึงขั้นว่าชาวญี่ปุ่นมาตั้งหมู่บ้านอยู่ริมเมืองอยุธยาทีเดียวน่าจะมีชาวญี่ปุ่นติดใจรสชาติอาหารไทยอีสานแล้วถึงขั้นเอากลับไปทำที่บ้านเมืองพัฒนาไปเรื่อยๆ เขาจนกลายเป็นซูชิอย่างที่เราได้กินทุกวันนี้

ช่วงเวลาของการเกิดซูชิกับช่วงพระนารายณ์นี่ใกล้เคียงกันเสียด้วย ผมฟังธงเข้าข้างประเทศไทยว่าใช่แน่นอน!!

นี่ครัวไทยแอบไปครัวโลกผ่านญี่ปุ่นโดยเราไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย.....