เด็กชายอ้วน..

Yanisa Khumkeaw
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

        

           ในห้องห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยของเล่นที่มากมายถ้าเปรียบในความคิดของเด็กๆก็คงเป็นเหมือนสวนสนุกที่ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็จะพบแต่สิ่งของที่มีน่าทดลองเล่นและมีสีสันดึงดูดใจ จนอดไม่ได้ที่จะวิ่งเข้าไปเล่นหรือหยิบจับสิ่งของนั้นๆ เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบชั้นวางรองเท้าวางอยู่ด้านข้างซึ่งในละแวกเดียวกันก็มีชิงช้าถัดจากนั้นก็เป็นอ่างบอลและเก้าอี้เจ็ดตัวที่วางเรียงกันจากสูงไปต่ำคล้ายขั้นบันได ที่เก้าอี้ตัวนั้นมีนักศึกษากิจกรรมบำบัดที่มาฝึกงานสองคนและพี่นักกิจกรรมบำบัดกำลังนั่งคุยกันถึงคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาในวันนี้

              ผลั่ก!! เด็กชายอ้วน ผิวสีแทน ใส่ชุดนักเรียนวัย 13 ปี ผลักประตูห้องและวิ่งเข้ามาพร้อมเรียกชื่อ

“พี่.กอ พี่.กอ พี่.กอ....พี่.กอ” เด็กชายคนนั้นเรียกชื่อและกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ

                กอหญิงสาววัยทำงาน ผมสั้นประบ่า ใส่แว่นตา เธอคือนักกิจกรรมบำบัดที่บำบัดรักษาเด็กชายอ้วนมาตั้งแต่ อายุ 7 ปี จนถึงปัจจุบัน กอได้หันหน้าไปหานักศึกษากิจกรรมบำบัดคนหนึ่ง

“..แอร์ น้องเต้จะเป็นกรณีศึกษาของแอร์นะ ประเมินน้องได้เลย”

              น้องเต้ถูกวินิจฉัยว่าเป็น Autistic disorder(เป็นความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเด็กไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคมและการสื่อความหมายได้เหมาะสมตามวัย มีลักษณะพฤติกรรม กิจกรรม และความสนใจ เป็นแบบแผนซ้ำๆ จำกัดเฉพาะบางเรื่อง และไม่ยืดหยุ่น ปัญหาดังกล่าวเป็นตั้งแต่เล็ก ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการดำรงชีวิต:http://www.happyhomeclinic.com/au02-autism.htm)

               แอร์สาวร่างเล็กที่เป็นนักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่สาม มีสีหน้าวิตกกังวลเนื่องจากเป็นการฝึกงานครั้งแรกทำให้เธอรู้สึกประหม่าไม่รู้ว่าจะต้องเข้าหาหรือจัดการกับเด็กอย่างไร และนอกจากนั้นความสูงของเธอและน้องเต้แตกต่างกันมาก ซึ่งอาจมีผลต่อการประเมินในเรื่องการฟังคำสั่ง การยอมให้ความร่วมมือและการ อย่างไรก็ตามเธอสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นจึงเดินเข้าไปหาน้องเต้

  “น้องเต้ถอดรองเท้า..แล้ววาง...พี่ชื่อแอร์นะ เดี๋ยวพอวางรองเท้าเสร็จแล้วมาเล่นกันนะ”  เมื่อเธอพูดจบ น้องเต้ทำตามที่บอกแล้วมายืนข้างๆเธอ

“กุดดดจี่ กุดดด จี่ กุดจี่ กุดจี่” น้องเต้เริ่มพูดภาษาของตนเองแต่มีการมองหน้าเธอแล้วยิ้ม จากนั้นจึงเดินลงไปในอ่างบอล เมื่อเธอเรียกก็ยังไม่ขึ้นมา พี่กอจึงต้องเข้ามาช่วยและบอกให้น้องเต้ลุกขึ้นมา ก่อนกลับไปนั่งจึงพูดกับเธอว่า
“ต้องเสียงดังแล้วก็เสียงเข้ม น้องจะได้ฟัง”

                    เมื่อเธอได้รับคำแนะนำจากพี่กอจึงทำตามซึ่งน้องเต้ดูให้ความร่วมมือมากขึ้น โดยเธอประเมินด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่และการวางแผนการเคลื่อนไหวด้วยกิจกรรมกระโดดตบซึ่งในอ้างอิงตามวัยของน้อง จากนั้นเธอจึงพาน้องเต้ย้ายไปอีกห้องสำหรับการทำกิจกรรมบนโต๊ะ

                 เมื่อน้องทำกิจกรรมอะไรไม่ได้น้องจะทำท่าคล้ายจะร้องไห้พอเธอเห็นน้องจะร้องไห้ เธอมีท่าทีกระวนกระวายแต่พยายามพูดสร้างความมั่นใจให้น้องจนน้องยอมทำกิจกรรมหลังจากประเมินเสร็จเธอได้ไปสัมภาษณ์ผู้ปกครองของน้องเต้ มีการถามถึงกิจกรรมการดำเนินชีวิตของน้อง ความสัมพันธ์ในครอบครัวและบริบทของที่บ้าน ทำให้พบสิ่งที่ควรส่งเสริมน้องให้สามารถทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของน้องได้ด้วยตนเอง เช่นการทำกิจวัตรประจำวัน การเตรียมอาหาร ทำงานบ้าน การเล่นร่วมกับเด็กคนอื่นและด้านการเรียน โดยเธอมีการแนะนำเพิ่มเติมให้ผู้ปกครองของน้องเพื่อส่งเสริมให้มีงานที่น้องได้รับผิดชอบเอง

                    ประสบการณ์เจอกรณีศึกษาเป็นครั้งแรกของแอร์ เป็นการได้นำทฤษฎีออกมาใช้ในทางปฎิบัติทำให้ทราบถึงความแตกต่างของสิ่งที่เขียนในตำรากับการเจอของจริง โดยเมื่อการปฎิบัติจริงต้องมีการพลิกแพลงและคิดวิเคราะห์กิจกรรมที่ต้องใช้ประเมินให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนเพื่อค้นหาสิ่งที่ขาดไปของเด็กและนักกิจกรรมบำบัดจะร่วมมือกับผู้ปกครองในการส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเองตามศักยภาพที่เด็กมี

                                           

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดศึกษา



ความเห็น (0)