เด็กน้อยไม่ยอมกินข้าว ตอน หนูจะไปโรงเรียนแล้วคับ

โบว์
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ในการเขารับบริการทางกิจกรรมบำบัดของเด็กน้อยตลอด 4 สัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยได้ฝึกทั้งที่บ้านกับคุณยายและกับนักศึกษากิจกรรมบำบัด นอกจากนี้ยังมีการปรับชนิดอาหารและมีการบริหารกล้ามเนื้อปากและเทคนิคต่างๆในการช่วยให้เด็กน้อยกินข้าวได้ง่ายขึ้นและยอมแปรงฟันโดยไม่ขัดขืน คุณยากินยายเล่าว่าตอนแรกก็ยากน้องไม่ยอม ยายก็ไม่ค่อยกล้าขัดใจ สงสารหลาน แต่ก็อยากให้เด็กน้อยดีขึ้น เติบโตเหมือนเด็กทั่วๆไป และต้องปรับพฤติกรรมน้องเพื่อน้องจะได้เข้าโรงเรียนและอยู่ในสังคมร่วมกับเพื่อนๆและคนอื่นๆได้อย่างมีวามสุข ปกติเด็กน้อยจะกินไปเล่นไปเรื่อยๆ กินบ้างไม่กินบ้าง หลังจากได้รับคำแนะนำไปคุณยายต้องให้เด็กน้อยนั่งกินข้าวบนโต๊ะ ต้องกินข้าวให้หมดในจำนวนที่คุณยายให้ถึงจะไปเล่นได้ และมีการปรับชนิดของอาหารจากอาหารเหลวๆ เนื้อเดียวคือไม่มีเนื้อสัตว์ ผักและไม่ต้องเขี้ยว ค่อยๆเพิ่มเนื้อและผักชิ้นเล็กแต่นิ่มๆ และเพิ่มความหนืดของอาหารขึ้นเรื่อยๆ จนถึงสุดท้ายที่เธอได้พบเด็กน้อย เด็กน้อยกินโจ๊กใส่หมูสับใส่แครอทได้ เริ่มกินข้าวสวยได้บ้าง กินขนมเวเฟอร์ได้ กินอะไรได้มากขึ้น พัฒนาการหลายๆด้านของเด็กน้อยดีขึ้น ข่าวดีที่สุดของเธอคือ เด็กน้อยกำลังจะไปเข้าโรงเรียนแล้ว หลังจากที่รอมานาน เนื่องจากน้องยังดูแลตัวเองไม่ได้ และพัฒนาการหลายๆด้านของเด็กน้อยยังไม่สามารถเข้าโรงเรียนได้ แต่วันนี้เด็กน้อยกำลังจะก้าวเข้าไปอยู่ในท่ามกลางเพือนๆวัยเดียวกัน คุณยายขอบคุณเธอหลายครั้ง แต่สำหรับเธอแล้วคงไม่มีสิ่งใดมีค่า เกินกว่าได้เห็นเด็กน้อยเติบโตและมีพัฒนาการที่สมวัย

หลายๆครั้งเคยมีคนบอกว่า คนที่ทำงานในโรงบาลเจอแต่คนป่วยหน้าตาไม่ยิ้มแย้ม มีแต่ความทุก แล้วจะทำงานอย่างมีความสุขได้ยังไง แต่ตอนนี้เธอคงได้คำตอบแล้วว่าความสุขของการได้ช่วยคนอื่นคืออะไร ความสุขของคนในสายงานสุขภาพคงไม่ใช่เงินทองเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการได้เห็นบรรดาคนไข้ คนเจ็บ ดีขึ้น หายเป็นปกติ กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติสุข คงไม่มากมายเกินไปกว่านี้แล้ว มันเป็นความสุขที่แตกต่างไปจากการมีเงินเยอะๆ การได้ในสิ่งที่อยากได้ มันเป็นความสุขใจที่บรรยายไม่ถูก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมการรักษา ปี 3



ความเห็น (0)