ถึงคุณจะมีความรู้ มีการศึกษาสูง ไม่เคยถูกใครหลอกมาก่อน เป็นคนที่มีความรอบคอบ มีเหตุผลก็ตาม

สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

คุณก็สามารถที่จะตกเป็นเครื่องมือของคนอื่นได้แบบไม่รู้ตัว
 โดยการตกเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาผลประโยชน์เพื่อเป้าหมายบางอย่าง

 
ทำยังไงล่ะครับ??
โดยข่าวลือนั่นเอง

 

เป็นที่น่าสังเกตว่า ข่าวดี ไม่มีใครลือ

แต่ข่าวไม่ดี ข่าวด้านลบ หลายคนสามารถเติมเชื้อไฟคนละนิด พูดกันไปปากต่อปากจนกลายเป็นเรื่องใหม่ ขยายกลุ่ม รวมตัว  จนเกิดการแสดงพลังกดดันเรียกร้องตามความต้องการ

 

ขยับเข้าประเด็นอีกนิด

ข่าวสารทุกวันนี้มีมากมายหลายหลาก แต่คนเรามีกรอบเวลาในการรับรู้จำกัด ในเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน หักเวลาพักผ่อนนอนหลับ คิดเฉพาะเวลาตื่น ราว 16 ชั่วโมง ต่อวัน

 

แต่ข้อมูลข่าวสารแต่ละแหล่งข่าว หากจะรับรู้ให้หมดจะต้องใช้เวลามากกว่านั้น ในการฟัง ดู อ่าน ข้อจำกัดแบบนี้ ทำให้หลายคนมักจะรับรู้ข่าวสารด้านเดียว

 

เลือกเชื่อ เพราะความคุ้นเคย หรือคิดว่า แหล่งข่าวนั้นน่าเชื่อถือ

 

การตกเป็นเครื่องมือของผู้ชักใยนั้น เพียงการให้ข่าว พร้อมเหตุผลที่น่ารับฟัง ในแง่ที่หวังดีต่อผู้รับข่าว, ต้องการรักษาผลประโยชน์ ฯลฯ แต่ลึกๆแล้ว เป้าหมายมากกว่านั้น

น่าคิดว่า นักข่าว / สื่อสารมวลชนที่อยู่ในวงจรข่าว ทั้งทำข่าว เขียนข่าว สร้างข่าว และปล่อยข่าว  สามารถที่จะให้ความรู้ ก็ได้ สร้างความแตกแยกก็ได้ ทำให้คนเข้าใจผิดมากยิ่งขึ้นก็ย่อมได้  ทำให้เรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ แตกประเด็นสร้างความขัดแย้งก็ย่อมได้

 

ธรรมชาติของข่าวลือ

-          มีโครงเรื่อง (PLOT) น่าสนใจ ให้คนอื่นสามารถตอกไข่ใส่สีได้

-          เพิ่มความเข้มข้นด้วยอารมณ์คน +  นิสัยส่วนตัว + อคติ

-          คนมีอคติ มองโลกในแง่ร้าย จะเชื่อ และช่วยกระพือโหมข่าวลือ อย่างเต็มที่

การแก้ไขปัญหาข่าวลือ

-          สื่อสารให้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยเวลาไป ข่าวยิ่งแพร่เร็ว

-          คนสื่อสารทำความเข้าใจ ต้องมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับข่าวนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจ

-          ข่าวลือ เกิดได้ ป้องกันได้ แก้ไขได้ หากใช้ความพยายาม