"พี่หนาน"
นาย พรพจน์ พี่หนาน เรียงประพัฒน์

“เริ่มเปลี่ยนแปลง”


๑๔/๑๐/๒๕๕๗

***************

“เริ่มเปลี่ยนแปลง"


ปั่นจักรยานออกไปทางวัดใหม่เห็นสภาพท้องนาที่มีข้าวทั้งเขียว เหลืองอ่อน และที่ออกรวงใกล้จะได้เก็บเกี่ยวแล้ว สะดุดตาตรงที่ฝั่งขวามือ มีสวนปาล์มแทรกระหว่างนาข้าวอยู่แปลงหนึ่ง...


สะท้อนให้เห็นมุมมองแนวคิดของผู้ทำที่แหวกแนว แตกต่าง อย่างเห็นได้ชัด เขาอาจมองเห็นภาพการเกษตรในวันข้างหน้า(วิสัยทัศน์)ก็ได้ว่า อีก ๓-๕ ปีข้างหน้า ชาวนาอาจต้องเปลี่ยนมาใส่หรือปลูกปาล์มกันมากขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดและราคาที่สูงกว่าข้าวมากก็เป็นได้...

สุดท้ายแล้วก็คงหนีไม่พ้นปัญหาแบบยางพาราอีกจนได้ หากสินค้านั้น ออกมามาก ราคาก็จะต้องตกลง ผู้ซื้อก็เกี่ยงหรือกดราคาเอาได้ เข้าใจแบบชาวบ้านก็คือมีอุปทานมากกว่าอุปสงค์ใช่ไหมครับ?

หมายเลขบันทึก: 578816เขียนเมื่อ 14 ตุลาคม 2014 18:14 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2015 15:03 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (3)

ไม่แน่ใจว่าชาวบ้านเขาจะเข้าใจเรื่องอุปสงค์ - อุปทานหรือเปล่านะคะ เช่นเดียวกับสินค้า OTOP ทำเหมือนกัน แบบแหมือนกัน มาวางขายด้วยกัน เต็มไปหมด ล้นตลาด ขายไม่ออก น่าสงสารคนทำค่ะ

ช่วงกลับบ้านนอกเจอญาติห่างๆ คนหนึ่ง เขาปลูกปาล์ม เพื่อป้อนโรงงาน ผู้เขียนชี้ชวนให้ทำสวนแบบพอเพียง แต่ดูเหมือนว่า มันช้าและรายได้ไม่จูงใจเท่าปาล์ม จึงยุติการพูดคุยแค่นั้น  ตอนนี้ภาคเหนือ อีสาน เริ่มหันมาปลูกปาล์มและยางเยอะมาก  ทำให้เกิดปัญหาทั่วประเทศ แต่ชาวบ้านยังไม่คิด ไม่ตื่นตัวเรื่องการเป็นอยู่แบบ "ยั่งยืน" เลยโลภกองโต จึงมองเมินรายได้สิบบาท ยี่สิบบาทไป 

พี่หนานพูดนั้น นั่นคือ ปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านตาโตไปกับคำว่า "รายได้" ซึ่งถูกพ่อค้าโรงงานหลอกให้ใช้พื้นดินไปอย่างน่าสงสารแม่ธรณี อยากให้ความรู้ชาวบ้าน เพราะไม่อยากเห็นเขาถูกหลอกถาวร และจนถาวรครับ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจและแสดงความคิดเห็นร่วมมากนะครับผม...

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี