การเรียกร้องความเป็นธรรมของ “พนักงานมหาวิทยาลัย” ทำเพื่อตนเองจริงหรือ

การเรียกร้องความเป็นธรรมของ "พนักงานมหาวิทยาลัย" ทำเพื่อตนเองจริงหรือ

เจ้าของบทความ : รศ. ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ ม. เกษตรศาสตร์ ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ

จากกระแสการเรียกร้องความเป็นธรรมของพนักงานมหาวิทยาลัยทั่วประเทศมากว่า 15 ปีและเริ่มเข้มข้นขึ้นในช่วงปีสองปีนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมแพร่หลาย ซึ่งเรื่องราวปัญหาที่สะท้อนถึงการเรียกร้องเหล่านั้น ได้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อบ่อยครั้งมากขึ้น เช่นล่าสุด " อยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องทน" (ประชาไท และ มติชนออนไลน์, 24, 25 สิงหาคม 57) และบทความมหากาพย์ "ถึงเวลาการปฏิวัติของพนักงานมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ" (สำนักข่าวอิศรา) เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดคำถามต่างๆมากมาย ถึงขนาดมีผู้คิดต่างเขียน "จดหมายเปิดผนึก" ถึงผู้เขียนบทความทางเวปบอร์ดชื่อดังพันทิพย์ และมีข้อโต้แย้งในกระทู้มากมายในพื้นฐานของความไม่เข้าใจในระบบมาตลอดระยะเวลา 15 ปี จนล่าสุด รัฐมนตรีใหม่ถอดด้าม ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ ถึงกลับส่งสัญญาณถึงการเรียกร้องต่างๆที่เข้ามาในกระทรวงว่า "ข้อร้องเรียนต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตนเองทั้งสิ้น ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนใดที่เกี่ยวกับคุณภาพการศึกษา หรือความเดือดร้อนของนิสิต นักศึกษาเลย จึงเป็นเรื่องที่น่าคิด" (เดลินิวส์ออนไลน์, 1 ตุลาคม 57)

15 ปีของการก่อกำเนิดระบบพนักงานมหาวิทยาลัย คงยังนานเกินไปที่ทำให้สังคมลืมเรื่องราวที่มีผู้คนพยายามธิบายเรื่องราวความไม่เป็นธรรมในระบบอุดมศึกษา อันส่งผลถึงคุณภาพอุดมศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เขียนซึ่งอยู่ในศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารของศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ขอแชร์ข้อมูลของ โรงเรียนแพทย์ชื่อดังแห่งหนึ่ง สั้นๆ เมื่อผู้เขียนได้รับโทรศัพท์จาก อาจารย์อายุรแพทย์โรคหัวใจ โทรมาให้กำลังใจและสนับสนุนแนวทางการผลักดันทำระบบพนักงานมหาวิทยาลัยให้แฟร์และนิ่ง อายุรแพทย์โรคหัวใจโรงเรียนแพทย์ชื่อดังในภูมิภาคท่านนี้แจ้งว่า มีอาจารย์แพทย์ฝีมือดีมากซึ่งมีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามสัญญาจ้างเช่นเดียวกับตนเอง และใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลจากระบบประกันสังคมในโรงเรียนที่ตนเองทำงาน ได้ลาออกจากหน่วยไปสอบรับราชการเป็นอายุรแพทย์โรคหัวใจประจำโรงพยาบาลอุดรธานี โดยให้เหตุผลว่าต้องการเป็นข้าราชการ ซึ่งแม้เงินเดือนจะน้อยลง 0.7 เท่าก็ยอม เพื่อเอาสิทธิ์รักษาพยาบาลของกรมบัญชีกลางให้กับบิดามารดาตนเองทดแทนสิทธิ์ประกันสังคมที่คุ้มครองสิทธิ์รักษาพยาบาลของตนเองคนเดียวและจำกัดเรื่องโรงพยาบาลต้องอยู่ในเขตพื้นที่ทำงานเท่านั้น และอาจารย์แพทย์ท่านนี้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า อาจารย์อายุรแพทย์โรคหัวใจอีกหลายท่านที่อายุใกล้ 35 ปีกำลังจะลาออกจากหน่วยด้วยเหตุผลเดียวกันเช่นกัน สาเหตุที่ต้องลาออกก่อนอายุ 35 ปีเพราะการสอบรับราชการกำหนดอายุไม่เกิน 35 ปี ซึ่งทำให้หน่วยเกิดปัญหาอย่างมาก เพราะคนดีคนเก่งกำลังไหลออกจากระบบ การบริการประชาชนที่มีความต้องการใช้บริการสูงขึ้น ซึ่งศูนย์หัวใจของโรงเรียนแพทย์แห่งนี้ รับผิดชอบเคสหนักๆของภูมิภาคที่มีประชากรเยอะที่สุดในประเทศ กระทบถึงการเรียนการสอนนักเรียนแพทย์ กระทบถึงขวัญกำลังใจและการทำงาน แม้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยของโรงเรียนแพทย์แห่งนี้ จะพยายามแก้ปัญหาทุกอย่าง ให้เงินให้ทุนเพื่อดึงคนดีคนเก่งไม่ให้ไหลออกจากระบบ แต่ก็ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งเขาไว้ได้ ที่หนักสุดผู้เขียนได้รับทราบข้อมูลว่า พยาบาลวิชาชีพที่ต้องทำงานในโรงเรียนแพทย์ ทยอยลาออกเพื่อไปสมัครสอบรับราชการในกรมกองอื่นๆ แทนที่จะมุ่งมั่นทำงานในมหาวิทยาลัยในสถานะพนักงานมหาวิทยาลัย เกิดปัญหาด้านกำลังคนและส่งผลกระทบวงกว้างต่อประชาชนผู้ต้องการเข้าใช้บริการ การเรียนการสอนการวิจัยไม่เต็มประสิทธิภาพ เป็นปัญหาคล้ายๆกันในทุกภาควิชา ทุกคณะ ทุกมหาวิทยาลัย ส่งผลต่อระบบอุดมศึกษาไทยในภาพกว้าง มหาวิทยาลัยแทนที่จะเป็นแหล่งในการดึงดูดคนดีคนเก่งเข้ามาในระบบ แต่ระบบพนักงานมหาวิทยาลัยกลับทำให้เกิดการสวนทางขึ้น......ก็หวังว่าข้อมูลเพียงมุมเล็กน้อยนี้ น่าจะตอบคำถามที่ว่า การเรียกร้องความเป็นธรรมของ "พนักงานมหาวิทยาลัย" ทำเพื่อตนเองจริงหรือ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หลังองค์พระ : กลุ่มก่อตั้งศูนย์ส่งเสริมการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 


เขียนเมื่อ 

ผมลาออกมาแล้ว

ชีวิตดีขึ้นเลยครับ

5555555

อ.ขจิต ไปอยู่ที่ไหนครับ

บุคลากรที่เป็นพนักงานเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยเกษตรล่ะครับ ไม่เห็นมีการปรับฐานเงินเดือนตามค่าแรงขั้นต่ำเลยครับ มีแต่พนักงานมหาลัย กับพนักงานข้าราชการ ที่ได้กันตลอด ตกเบิกอะไรก็ไม่เคยได้อะไรเหมือนมหาลัยอื่นๆ เค้าเลย เงินเดือน หกเจ็ดพัน แต่ค่าครองชีพต่างๆทุกวันนี้กลับสูงขึ้นทุกวัน กระผมอยากเห็นข่าวดีของ พนักงานเงินรายได้ ของมหาลัยบ้างครับ ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/578740