Flipped Classroom

                                                                                  Flipped Classroom

                จากการอบรมเรื่อง Flipped Classroomโดย ดร. ปกรณ์สุปินานนท์ ทำให้ทราบว่า Flipped Classroom คือ ห้องเรียนกลับด้าน ซึ่งหมายถึง การให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเนื้อหาที่จะเรียนที่บ้าน และนำการบ้านกลับมาทำที่โรงเรียน ซึ่งการจัดการเรียนการสอนรูปแบบนี้มีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่างด้วยกัน กล่าวคือ ครูจะต้องทราบพฤติกรรมและความสนใจในแต่ละช่วงวัยของผู้เรียน (Type of Generation) และเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individuality) ความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน เพื่อจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน รวมถึงครูต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) คอยสนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันผู้เรียนต้องมีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ไม่เป็นผู้รับฝ่ายเดียว ต้องมีการตั้งข้อสงสัย สังเกต แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดเวลา (Active Learner) และเพื่อให้เกิดการพัฒนา ควรมีการวัดเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการจัดการเรียนรู้ ควรเน้นให้ทุกฝ่ายรวมตัวกันและร่วมกันออกแบบการเรียนรู้ (Professional Learning Community) ทักษะสำคัญที่ครูควรมี คือ การสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ในสิ่งนั้น และจัดสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ห้องเรียนในศตวรรษที่ 21 เน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะชีวิตและการทำงาน/ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สร้างสรรค์/มีวิจารณญาณ และทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี ซึ่งการจะทำให้เกิดทักษะชีวิตเหล่านี้ได้ การจัดการเรียนการสอนควรมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่จะเรียนว่าเหมาะสมกับการสอนรูปแบบใด ซึ่งครูมีหน้าที่ในการเตรียมกิจกรรมการเรียนรู้ให้พร้อม ควรมีการผสมผสานหลาย ๆ สาระการเรียนรู้เป็นแบบบูรณาการ (Intergrated Learning) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการคิดแบบเชื่อมโยง หรือ การจัดการเรียนการสอนแบบ Project Based Learning ช่วยให้ผู้เรียนฝึกทักษะต่าง ๆ ได้ดี การนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน สามารถช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนให้อยากเรียนรู้ได้อีกวิธีหนึ่ง การจัดการเรียนการสอนควรสอนในสิ่งที่จำเป็น โดยยึดหลัก “สอนน้อยเรียนรู้ให้มาก” Flipped Classroom จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อผู้สอนได้มีการเตรียมตัวก่อนสอน จัดการเรียนการสอนด้วยความตั้งใจและเลือกรูปแบบการสอนที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์/เนื้อหา ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถนำความรู้นั้นไปถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์

                การนำ Flipped Classroom ไปประยุกต์ใช้ ควรเริ่มจากตัวผู้สอนก่อน ต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าในเรื่องที่จะสอน และแจ้งให้ผู้เรียนทราบล่วงหน้า เพื่อให้ผู้เรียนมีเวลาในการศึกษาค้นคว้าเนื้อหาในเรื่องนั้น ๆ วางแผนออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน เลือกรูปแบบการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหาวิชาที่จะสอนด้วย เนื่องจากวิชาที่สอนคือ วิชาภาษาอังกฤษ เน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ในวิชานี้ อาจทำได้โดยการใช้สื่อเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการเรียนการสอน เพื่อฝึกทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน รวมถึงการสอนแบบบูรณาการ และการแสดงบทบาทสมมติ จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นโดยใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารระหว่างการทำกิจกรรมการเรียนรู้ การนำ PLC ไปใช้ในองค์กร มีการวางแผนออกแบบการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน/การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ เพื่อนำผลการประเมินไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน aar



ความเห็น (0)