สวัสดีค่ะ ดิฉันนส.ชนิภา วิภาตะวัต นักศึกษากิจกรรมบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล จะมาแชร์เรื่องราวที่ได้เรียนไปในวิชา การวิเคราะห์และปรับสื่อเพื่อการบำบัดค่ะ
บอกตรงๆเลยว่าในชีวิตไม่เคยมีวิชาไหนที่ต้องทำกิจกรรมกลุ่มโดยการสมมติเป็นบุคคลต่างๆที่เนียนได้เท่านี้มาก่อน กิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็น การทำ Group Dynamic เพื่อฝึกฝนเมื่อเราได้ประกอบอาชีพจริงๆ ต้องมีประสบการณ์ถูกไหมคะ
ในคาบเรียนนี้ อ.ของพวกเราได้Assignงานให้กลับไปคิดวิธีการทำกิจกรรมกลุ่มในกลุ่มเด็กประถม กับผู้สูงอายุค่ะ ซึ่งในส่วนของกิจกรรมกลุ่มในเด็ก ดิฉันได้รับหน้าที่แสดงเป็น เด็กที่เป็นตัวของตัวเองค่ะ ฟังดูไม่ค่อยน่าสนุกเท่าที่เพื่อนๆคนอื่นได้รับเท่าไหร่ เพราะเพื่อนๆจะได้รับบทบาทเป็น เด็ก Autismบ้างก็ดี เด็กหัวอ่อน เด็กที่ชอบประจบครู และต่างๆอีกมากมาย สนุกดีค่ะ แล้วก็จะมีเพื่อนที่เป็นผู้นำกลุ่ม 1 คน และผู้ช่วยผู้นำกลุ่ม 1 คน
แค่รู้ว่าตัวเองจะได้แสดงเป็นอะไร ก็รู้สึกสงสารเพื่อนที่เป็นผู้นำเสียแล้วค่ะ จะทำออกมาในรูปแบบไหน ที่สำคัญ จะจัดการเราอยู่หมัดหรือเปล่านี่แหละ
เมื่อเราเดินออกมาสู่ Stage ที่มีคนคอย Observe และให้คะแนนเด็กแต่ละคน (ก็คือเพื่อนๆที่เหลือที่ไม่ได้แสดงเองค่ะ) เราก็เริ่มออกอาการให้สมจริงกันแล้วล่ะค่ะ เพื่อนของเราที่เป็นผู้นำกลุ่มก็สั่งให้เราจับมือกันเป็นวงกลมเหมือนเด็กประถมเลย แล้วนั่งล้อมวงกัน หลังจากนั้นก็ให้เขียนป้ายชื่อ แล้ววาดรูปอะไรก็ได้ตกแต่งแผ่นป้ายนั้น รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปอยู่โรงเรียนประถมอีกครั้ง
ทันใดนั้น เพื่อนที่แสดงเป็น เด็ก Autism ก็เริ่มลุกขึ้นแล้วเดินโซซัดโซเซไปรอบๆห้อง ต้องให้ผู้ช่วยผู้นำกลุ่มคอยเดินตามกลับมานั่ง แต่ไม่ได้ผล เพราะมีปัญหาเรื่อง Tactile ใครแตะต้องตัวไม่ได้เลยค่ะ และต้องลุกทุกๆ2นาที ทำเอาเพื่อนที่เป็นผู้นำปวดหัวเลย
เหมือนจับปูใส่กระด้ง เพื่อนอีกคนที่มีปัญหาเรื่องสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง ชวนเพื่อนเสียสมาธิก็ลุกขึ้นวิ่งๆๆซนไปรอบๆห้อง กว่าเหตุการณ์จะสงบเล่นทำเอานานเลยค่ะ แต่ผู้นำกลุ่มก็พาเรากลับมาสู่กลุ่มเหมือนเดิม เรียกสมาธิคืนมา โดยการให้ปรบมือ 1 ครั้ง โอเค...ทุกคนพร้อม
เริ่มจากการแนะนำตัวแต่ละคนค่ะ จากนั้นก็เล่านิทานให้ฟัง เรื่อง...ซินเดอเรลล่า
เป็นเด็กคนไหนที่เคยฟังแล้วก็รูัสึกเบื่อใช่ไหมคะ ผู้นำกลุ่มจึงเปลี่ยนเป็นการแสดงเป็นตัวละครในเรื่องซินเดอเรลล่า
เป็นการแสดงซ้อนการแสดงอีกรอบ
เราก็ทำการมอบหมายตัวละครในแต่ละตัวให้เด็กๆทุกคน ดิฉันเป็นลูกสาวแม่เลี้ยงใจร้ายค่ะ แล้วก็จะมี ซินเดอเรลล่า เจ้าชาย แม่เลี้ยงใจร้าย นางฟ้า และรถฟักทอง!
ใช่แล้วค่ะ น้องสมาธิสั้นของเราอยากเป็นรถฟักทอง วิ่งเล่นตลอดเวลาเลยล่ะ ผู้นำกลุ่มผู้แสนอดทนของเราก็พยายามเรียกสมาธิทุกคนกลับมาได้ เมื่อมีความโกลาหลวุ่นวายเกิดขึ้นแต่ละครั้ง จนกระทั่งนิทานจบ ซินเดอเรลล่าอยู่กับเจ้าชายตลอดไป~
เมื่อจบ Role playแล้ว จากนั้นก็ทวนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ให้ข้อคิดอะไรบ้าง มีเพื่อนคนหนึ่งตอบว่า การที่เราเป็นแบบแม่เลี้ยงใจร้าย เราสามารถทำอะไรก็ได้จริงไหม? คำถามนี้ทำเอาเพื่อนๆงง เพราะถ้าเด็กตอบแบบนี้จริงๆ คงต้องอธิบายอีกยาวเลยค่ะ ถือว่าเป็นตัวอย่างที่น่าศึกษาอย่างหนึ่งค่ะ
จากนั้นก็ทวนชื่อเพื่อนๆแต่ละคน มีการถามว่าต้องการเข้าห้องน้ำไหม?เพื่อให้เด็กๆพักผ่อน แต่ก็ไม่มีค่ะกิจกรรมจึงใกล้ถึงเวลาปิด ผู้นำของเราก็ได้สอนถึงคุณธรรมให้เด็กๆจากเรื่องนี้ แต่เวลายังเหลืออีกนิดหน่อย จึงให้เด็กๆเล่านิทานกันเอง ซึ่งตีกันมั่วเลยค่ะ คนนู้นอยากเล่าเรื่องนี้ คนนี้อยากเล่าเรื่องนั้น สับสนวุ่นวาย แต่สุดท้าย เพื่อนผู้นำคนเก่งของเราก็จบกิจกรรมลงอย่างสวยงาม เพื่อนๆกลับมาเป็นคนเดิม ถึงกับถอนหายใจโล่งอกกันเลยทีเดียวค่ะ
เมื่อจบRole Play ในเด็กประถมแล้ว จากนั้นก็เป็นผู้สูงอายุ คราวนี้เปลี่ยนผู้แสดงและหน้าที่ต่างๆหมดเลยค่ะ
ดิฉันได้เป็นผู้ Observe บ้างค่ะคราวนี้ แต่ไม่ได้ลงไปเล่นเอง สังเกตอยู่ห่างๆ ก็ได้รู้ว่า ผู้ใหญ่ในแต่ละคนมบุคลิกแตกต่างกันไป บางคนถือตัว บางคนสบายๆ อย่างในตัวอย่างนี้จะมีคนสุดโต่ง2 คนคือ พันตำรวจเอก ซึ่งถือยศตนเองมาก ใครไม่เรียกนำหน้าด้วยยศจะโกรธ อารมณ์ขึ้น น่ากลัวมากค่ะ อีกคนจะเป็นป้าที่ไฮโซ เคยไปปารีส และอื่นๆมากมาย ที่มีการปฏิเสธกิจกรรมบ้างเพราะคิดว่าตนไม่คู่ควรกับกิจกรรมแบบนี้
แต่เพื่อนผู้นำ(เปลี่ยนคนละนะคะ) ก็คุมสถานการณ์ได้ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี และจบกิจกรรมลงอย่างสวยงามเช่นกัน
การทำ Group Dynamic ครั้งนี้ ดิฉันได้รู้อะไรมากมายแม้จะยังไม่เคยได้ทำในสถานการณ์จริง ได้รู้ข้อผิดพลาดต่างๆของเพื่อนซึ่งจะต้องนำมาใช้กับตนเองในอนาคต ได้เห็นสถานการณ์จำลองว่าเราจะต้องอดทนแค่ไหนกับสมาชิกในกลุ่ม ได้รู้ถึงการทำงานร่วมกันผู้ช่วยว่าต้องเตรียมพร้อม และสามัคคีกัน และอีกมากมายค่ะ สนุก เฮฮา
เมื่อจบกิจกรรม ทุกคนกลับมาโหมดเดิม ก็จะมีการเล่าถึงความรู้สึกของแต่ละคน สำคัญที่สุดคือผู้นำกลุ่มค่ะ ได้รู้ความรู้สึกมากมายที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนการลงสนามจริง
ต้องขอบคุณ อาจารย์มากๆที่ทำให้พวกเราได้ประสบการณ์ ถึงแม้จะไม่ใช่เหตุการณ์จริงๆ แต่เราก็จะเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างในคาบเรียนนี้ค่ะ
และการเรียนในคาบเรียนของเราก็จบลง พร้อมกับความสนุกสนาน และเราจะไม่ลืมความรู้สึก ณ ตอนที่เราแสดงเลยค่ะ