​ความผาสุก

โสภณ เปียสนิท

....................................

ท่ามกลางความแห้งแล้งกลางฤดูฝน ของเมืองหัวหิน วันนี้ฝนโปรยปรายลงมาบ้าง พอเปียกพื้น วันก่อนก็ทำเหมือนจะตกหนัก แต่ตกหนักเพียงระยะเวลาแค่ไม่เกินสิบนาที หลังจากนั้นก็เหลือแค่ปรอยๆ พอให้รู้ว่าเป็นหน้าฝนเท่านั้นเอง รอดูระเวลาหน้าฝนที่เหลือว่า จะมีสักช่วงหนึ่งไหมที่ฝนจะตกมากที่หัวหินบ้านเราให้สมกับเป็นหน้าฝน

ยืนมองเม็ดฝนหล่นลงสู่พื้นปูนคร่ำคร่าหน้าอาคารเปิดโลง เหมือนว่าน้ำกำลังจะท่วมหัวหิน หากว่าฝนจะตกหนักๆ เม็ดใหญ่ๆ เหมือนกับที่ตกหนักในขณะนี้ แต่ยี่สิบปีที่อยู่เมืองหัวหินมา ฝนตกหนักขนาดท่วมพื้นดินสูงกว่าคืบมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จำได้ว่า ผมขึ้นไปมองน้ำท่วมรอบบริเวณบนดาดฟ้าอาคารพักบนชั้นสี่ ด้วยความรู้สึกกลัวว่าน้ำจะท่วมฟ้าปลาจะกินดาวในครั้งนั้นเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นแม้จะมีฝนตกหนักอย่างไร ก็ท่วมได้แค่เพียงครึ่งหนึ่งของครั้งนั้นเท่านั้น

ภาคการศึกษา 1/2557 ปีนี้ เปลี่ยนมาเปิดล้าช้ากว่ากว่าเดิมถึง 6 เดือนซึ่งหมายถึงว่า เปิดเรียนกลางหน้าฝนพอดี เพื่อให้สอดคล้องกับเพื่อนบ้านร่วมกลุ่มประเทศอาเชี่ยน 10 ประเทศเป็นหนึ่งเดียว คือพยายามทำให้เหตุการณ์สำคัญต่างๆ สอดคล้องกันเกี่ยวข้องกัน เหมือนเป็นประชาคมเดียวกัน

นึกศึกษาทยอยกลับบ้านกันไปก่อนฝนตกเกือบหมด เหลือนักศึกษาน้อยรายที่มีกิจกรรมทำให้ล่าช้า จึงติดอยู่ในสถานศึกษา พวกเขานั่งจับกลุ่มกัน พูดคุยเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตภายในรั้วมหาวิทยาลัยอยู่เบาๆ เสียงสายฝนหล่นกระทบพื้นดังกว่าเสียงอื่นใดในยามนี้ สี่ปีกับการศึกษา เพื่อพัฒนาชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นให้พ้นจากสภาพของคนมีการศึกษาน้อยให้เป็นคนมีการศึกษา เป็นเรื่องไม่ง่ายสำหรับผู้เกี่ยวข้อง แม้กระทั่งตัวนักศึกษาเอง

ภารกิจของการสถานศึกษาจึงเป็นการสอนโดยกลวิธีต่างๆนาๆ เพื่อพัฒนานักศึกษาไปสู่เป้าหมายสองด้าน เป้าหมายด้านความรู้ เพื่อให้นักศึกษาเหล่านั้นนำไปใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องเลี้ยงครอบครัวต่อไปในอนาคต เป้าหมายด้านคุณธรรม นิสัยดี เพื่อให้เขาเหล่านั้นนำไปใช้บำรุงเลี้ยงจิตใจ ใช้เลย เป็นการพัฒนา “กายกับใจ” ของแต่ละคน ให้เป็นคนสมบูรณ์สมกับคำว่า “มนุษย์” ที่มาจากคำว่า “มนะที่แปลว่าใจ บอกกับคำว่า อุษย์ ที่แปลว่า สูง” หรือกล่าวอีกคำหนึ่งว่า มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ แต่อย่างเพิ่งดีใจว่า เกิดเป็นมนุษย์แล้วจะประเสริฐได้เองโดยอัตโนมัติ มิใช่เช่นนั้น แต่มนุษย์ประเสริฐเพราะการฝึก

ดังนั้นการเป็นมนุษย์นั้น มีหน้าที่สำคัญคือต้องฝึกตัวเอง ภาษาพระก็ว่า การสร้างบารมี พระสอนให้ฝึกสร้างนิสัยถาวร ๑๐ อย่างด้วยกัน ฝึกการเสียสละตัดความตระหนี่ด้วยการให้ทาน คนเราเกิดมาพร้อมกับนิสัยเก่า คือความเห็นแก่ตัว แต่พระสอนให้คนเราฝึกใหม่ในทางที่ถูกต้องดีงาม คือฝืนกับความเคยชินเก่าๆ อันเป็นทางตับตันคับแคบเดือดร้อนยุ่งยากใจเป็นสู่ทางสีขาวที่ถูกต้องเที่ยงตรง สร้างความผาสุกให้กับทุกคนที่หันมาเดินบนเส้นทางสายนี้

ฝึกใจให้ดีงามด้วยศีลบารมี ศีลแปลว่าเย็นหรือ ปกติ คนผิดศีลคือคนผิดปกติ จึงต้องฝึกตนเองให้มีศีลเป็นปกติให้ได้ นั่นเป็นหน้าที่หลักของคนเราทุกคน ทำแล้วจะมีความสุขมากทุกข์น้อย ถ้าไม่ทำทุกข์มากสุขน้อยตามลำดับของการกระทำนั้นๆ เรียกได้ว่า ธรรมชาติลงโทษ รักษาศีลหมายถึงความเป็นผู้เห็นใจเข้าใจผู้อื่น ว่าคนก็ตามสัตว์ก็ตามรักสุขเกลียดทุกข์เหมือนเราทุกตัวตน ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตก็จะทำให้อายุยืนยาว ไม่ลักทรัพย์สินใคร คือทรัพย์ของตนไม่สูญหาย ไม่ผิดในกามคือฝึกการลดละกามให้อยู่ในขอบเขตที่จำกัด ไม่พูดเท็จแสดงความจริงใจ ไม่กลับกลอก ไม่ดื่มเหล้าฝึกให้เป็นคนมีสติ เป็นคนที่สมบูรณ์

ฝึกตัดอารมณ์กามคุณ ด้วย เนกขัมมะบารมี ฝึกให้มองความจริงของชีวิต ว่าโดยแท้แล้วคนเราต้องการปัจจัยพื้นฐานของชีวิตไม่มากนัก มีอาหารก็เพื่อรองท้อง มียาก็เพื่อแก้โรค มีเสื้อผ้าก็เพื่อปกปิดและความให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย มีที่อยู่อาศัยก็เพื่อหลบแดดฝนป้องกันทรัพย์สินเป็นสัดส่วนของตน เท่านั้น มิใช่มองเห็นเป็นของฟุ่มเฟือย ด้วยการฝึกการบวชกายบวชใจไปใช้ชีวิตแบบพระเณรเถนชีดูบ้าง

มีตัวอย่างประกอบนิดหน่อย ชายคนหนึ่งอยู่ในแวดวงคนมีเงินมีธุรกิจขนาดหมื่นล้าน ทำงานหนักวันต่อวัน ตกเย็นพาเพื่อนพ้องหาความสุขด้วยการรับประทานอาหารดีๆ ตามเหลาตามบาร์ คืนไหนใช้เงินราวหมื่นบาทจะบอกว่าน้อยกว่ามาตรฐานหลายปีผ่านไป เข้าไปตรวจร่างกายที่โรคพยาบาลพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น ถือว่าโชคดีที่ได้พบเสียก่อน และเขาเองมีพื้นฐานทางธรรมอยู่บ้าง มีครูบาอาจารย์ผู้แนะนำแนวทางที่ดีได้บ้าง เขาจึงนำเรื่องนี้เข้าปรึกษาหารือครูบาอาจารย์ ท่านแนะนำให้วางทุกอย่างลงบ้าง เพื่อเอาชีวิตไว้ก่อน มิฉะนั้นชีวิตจะไม่รอด

เขาไตร่ตรองรอบคอบก่อนแล้วจึงดำเนินการละวางอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ขั้นที่หนึ่ง วางงาน โดยการถ่ายทอดความรับผิดชอบไปให้แก่คนอื่นๆ ที่จัดหามารองรับไว้ตามตำแหน่งที่เหมาะควร หลังจากนั้น วางการเที่ยวเตร่ วางการกินอาหาร วางการพบปะเพื่อนพ้องลงบ้าง ด้วยการใช้เวลาว่างไปปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงพ่อ หลวงปู่นักปฏิบัติธรรมตามป่าตามเขาห่างไกลความเจริญ เคยนอนบ้านหลังใหญ่เกินสิบล้าน ก็นอนกลด ในกระท่อมหลังเล็กบ้าง นอกกระท่อมในป่าบ้างที่สร้างด้วยแรงตัวเอง ตามแต่พระจะแนะนำไป อาหารก็รับประทานข้าวก้นบาตรพระแทน จากเดิมรับประทานมื้อละนับหมื่นก็เหลือข้าวฟรี ชีวิตก็ดำเนินต่อไปได้ งานที่ทำงานมาก ก็ลดลงเหลือแค่ไม่เกินร้อยละยี่สิบ เท่านั้น

ถึงวันนี้มะเร็งของเขาหายไปแล้ว งานลดลงแล้ว ปฏิบัติธรรมมากขึ้นแล้ว เห็นอานิสงส์ของเนกขัมมะบารมีได้ชัดเจนดีทีเดียวจากเรื่องนี้

ฝึกตัดความโง่ด้วยปัญญาบารมี พระสอนว่า การสร้างปัญญานั้นต้องทำใจให้สงบ เริ่มจากการอ่านหนังสือศึกษาธรรมะก่อนเป็นปฐมบท เริ่มสวดมนต์จากน้อยไปหามากขึ้นตามลำดับ คำพระสอนว่า “ปัญญาย่อมไม่เกิดแก่ผู้ไม่มีฌาน” หลวงปู่วัดปากน้ำสอนว่า “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” หยุดคือจิตหยุดจิตหยุดคือฌานดั่งที่พระท่านสอนกันต่อมา จากเคล็ดลับตรงนี้ คุณผู้อ่านท่านใด อยากมีปัญญาก็ต้องเริ่มอ่านหนังสือธรรมะ ฝึกสวดมนต์จากน้อยไปหามาก เรียนรู้เรื่องการทำสมาธิวิปัสสนาตามสมควร จากน้อยไปหามาก แล้วลงมือปฏิบัติตามที่พระสอนไว้ ของจริงมีไว้สำหรับคนจริง ท้าทายการพิสูจน์

ฝึกตัดความขี้เกียจด้วย วิริยะบารมี ความขี้เกียจเป็นปกติของคน การฝึกความเพียรเป็นการสวนกระแส ฝึกนิสัยใหม่และให้เกิดความเคยชิน กลายเป็นนิสัยใหม่และให้มีความถาวรติดตัวข้ามภาพชาติไป เกิดชาติต่อจะมีความเพียรไม่หยุดไม่ย่อไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคนานา คิดทำกิจการใดทั้งโลกและธรรมมีความพยายามให้สำเร็จสมตามปรารถนา

ขันติบารมี คือความพยายามฝึกตนเองให้รู้จักอดทนต่อทุกข์ทางกายและใจ ไม่ใช้เป็นข้ออ้างให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาชีวิต แต่ละชาติที่ผ่านไป

ฝึกความจริงใจ ด้วยสัจจะบารมี เมื่อมีความตั้งใจในทางดีอย่างไรแล้วไม่ให้ผิดพลาด คำพูดใดที่ได้พูดไปแล้ว รักษาคำพูดนั้นไว้อย่างสุดความสามารถ ละเว้นการพูดคำโกหก ไม่ตรงต่อความเป็นจริง เมื่อฝึกมากแล้ว ทำให้เกิดตบะบารมี เหมือนพระอริยสงฆ์บางรูปที่ได้รับการยอมรับจากสาธารณะว่าเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์พูดคำไหนเป็นคำนั้น บางครั้งแม้ท่านพูดในแง่ลบถึงตัวบุคคล ทำให้เกิดผลในทางลบได้จริง จนท่านต้องระมัดระวังไม่พูดในทางลบให้แก่ใคร เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดผลวิบัติแก่พวกเขา ผู้ที่ไปหาท่านก็ต้องระมัดระวังมิให้ท่านพลั้งปากพูดในทางไม่ดี ต้องขอศีลขอพรจากท่าน เพื่อความรุ่งเรื่องศิริมงคลแก่ชีวิต

ฝึกความตั้งใจด้วยอธิษฐานบารมีคิดอ่านการใดในทางดี ให้ตั้งจิตมั่นแล้วอธิษฐานจนกลายเป็นความแน่วแน่ แล้วดำเนินการตามนั้นให้เกิดผลสำเร็จให้ได้ ทำอย่างนี้จนเกิดความเคยชินและนำอธิษฐานบารมีมาใช้เป็นผลดีแก่ชีวิตของตน

ฝึกให้ใจมีความสุขด้วยเมตตาบารมี เพราะจิตที่มีเมตตาทำให้เกิดความสุขแก่จิตของคน ดังนั้นผู้ที่หวังความสุขของชีวิตต้องฝึกจิตให้มีเมตตาไว้เสมอ ไม่คิด ไม่พูด ไม่ทำในทางไม่ดีต่อใคร แต่กลับแผ่เมตตาต่อคนและสัตว์ให้ทุกคนมีความสุขอยู่เสมอๆ ดวงจิตก็มีความสุขมากยิ่งขึ้นตามลำดับ

ฝึกความวางเฉยกับสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เรียก อุเบกขาบารมี เข้าใจธรรมชาติของชีวิต ปล่อยสิ่งต่างๆ ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ฝืนธรรมชาติ ถือกฎของกรรมไว้เสมอ เมื่อเห็นคนและสัตว์ถึงคราวเคราะห์รับกรรมไป สามารถวางเฉยต่อสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยความเข้าใจ

เหล่านี้คือแนวทางการสร้างความผาสุกของคนทุกคนในโลกนี้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องราวจากชุมชนห่างไกล



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

I note the correct spelling of ผาสุก too. Because of its meaning people tend to spell it wrong (as ผาสุข). A teacher work is never done ;-)

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณค่ะอาจารย์ ที่เขียนบทความดีๆ ให้ได้อ่าน เสมอๆ   เป็นข้อคิดดีๆซึ่งได้ทั้งความรู้ และแนวทางปฏิบัติ  ขอบพระคุณ  จากใจจริงๆค่ะ

Namfon

ขอบคุณ คุณน้ำฝน แวะมาวิพากษ์แนวคิดไว้

แสดงว่าเป็นนักอ่านนะครับ

sr

Thanks for coming and left some  comments on critical points of view.