ข้อคิดที่ได้จากงานประกวดโครงงานนี้ก็คือ..กำไรชีวิตที่ได้มาเห็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ทีมีคุณค่า บอกนักเรียนว่าเห็นไหม..เธอว่าเก่งแล้ว ยังมีคนเก่งกว่าเราอีกมากมาย อย่าได้ประมาทไป และพึงคิดเสมอว่า..ถ้าปรารถนาจะประกวดแข่งขันอะไรในระดับชาติ อย่าได้ทำเป็นแบบโรงเรียนต้นทุนต่ำ..จัดเต็มเท่านั้น..จึงจะเข้าตากรรมการ

เป็นชื่อโครงงานของนักเรียนชั้นป.๖ ส่งเข้าประกวดในโครงการคูโบต้า สมาร์ท คิดส์ "คิดส์ รัก ดิน" ประจำปี ๒๕๕๗ เขาบอกว่าเป็นโครงงานระดับชาติ จะคัดเลือกจากทั่วทุกภูมิภาค โดยจะเลือกโรงเรียนประถมฯ ๕ ทีม โรงเรียนมัธยม ๕ ทีม แต่ละโรงเรียนส่งได้ไม่เกิน ๓ ทีม ทีมละ ๓ คน ถ้าได้เข้ารอบ ๕ ทีม สุดท้าย จะต้องไปนำเสนอผลงานที่สวนนงนุช พัทยา และนักเรียนจะได้รับทุนการศึกษา พร้อมท่องเที่ยวฟรีตลอดรายการ

ผมส่งโครงงานเกี่ยวกับอนุรักษ์ดิน โดยมีวิธีการปรับปรุงดิน จากวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ นักเรียนปฏิบัติอยู่เป็นกิจวัตรประจำวัน ตั้งชื่อทีมว่า "ทีมรักบ้านเกิด" ผู้นำทีมจะมีความคุ้นเคยกับการนำใบไม้ไปใส่ในกระบะ และคลุกเคล้าด้วยมูลวัว จากนั้นราดรดด้วยน้ำหมักชีวภาพ ..๖ เดือนต่อมาก็พลิกกลับ นำดินข้างล่างขึ้นมาใช้ ใบไม้ข้างบนกลับไปอยู่ข้างล่าง

ทำจนชำนาญ ก็เลยสามารถเขียนเล่าเป็นโครงงานได้ ดูเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน อาศัยความขยันอดทน และทำต่อเนื่อง กระนั้นก็แปลกใจเหมือนกัน ที่โครงงานได้รับพิจารณาให้เข้ารอบ ๕ โครงงานสุดท้าย

ครูและนักเรียนดีใจที่จะได้ไปนำเสนอผลงานแถบชายทะเล ไปพักในสวนนงนุช ซึ่งเป็นสถานที่ที่อยากไปมานานแล้ว ตามกำหนดการจะได้เที่ยวชมโรงงานคูโบต้า..ที่เป็นเจ้าของโครงการนี้

นักเรียนมีเวลาเตรียมตัวไม่มากนัก ในขณะที่ผมเองก็ให้เวลากับเขาได้ไม่มาก ถึงแม้นักเรียนจะเคยนำเสนอให้ผู้ที่มาศึกษาดุงานได้รับฟัง แต่ด้วยรูปแบบโครงงาน ที่จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการอันทรงเกียรติ จะต้องมีการตรียมและใช้เทคนิคพอสมควร

ที่สุดแล้ว..ตัดสินใจให้เด็กไปหาประสบการณ์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทัศนศึกษาเรื่องราวและสถานที่ท่องเที่ยวก็เพียงพอ.(มั้ง) โดย ๒ นาที ที่กรรมการให้แนะนำโรงเรียน ก็ให้นักเรียนพูดแนะนำไปเลย อีก ๑๐ นาทีที่ต้องมีกระบวนการขั้นตอนการจัดทำโครงงาน..อันนี้..ให้ใช้บทบาทสมมุติ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนจดจำขั้นตอนการทำงานได้ดีกว่า ..ตบท้ายด้วยเนื้อเพลงพวงมาลัยสั้นๆ เป็นการขอบคุณกรรมการ

จากทั้งหมด..๕ โรงเรียน บ้านหนองผือ ที่ชื่อทีม รักบ้านเกิด ได้นำเสนอเป็นโรงเรียนที่สอง ดูหน้าตานักเรียนออกจะตื่นเต้น ที่เห็นโรงเรียนแรกมาแบบเต็มพิกัด ทั้งอุปกรณ์ ป้ายนิเทศและพาวเวอร์พ้อยท์ คำพูดคำจาก็ฉะฉานชัดเจน เสียงดังฟังชัด ..ต่อเมื่อขึ้นเวที..ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ นักเรียนทั้ง ๓ คนก็ทำได้และผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อดูจากวัสดุ เทคนิค วิธีการนำเสนอและความน่าสนใจ ประเมินว่ายังห่างจากโรงเรียนแรก ทำให้ผมประเมินตนเอง(ทีม)ว่า ผ่านยากเสียแล้ว ก็คงได้แค่มาเรียนรู้และหาประสบการณ์จริงๆ

ที่เหลือ..โรงเรียนที่ ๓ - ๕  ก็คล้ายกับโรงเรียนแรก มาแบบจัดเต็ม เทคนิคแสงสีเสียง ป้ายนิเทศอลังการ ขนมาเป็นคันรถ นักเรียนนำเสนอได้น่าสนใจ  มีเพลงและบทร้องกรองประกอบเข้าขากันดีมาก ผมสังเกตลูกทีมผม นั่งฟังอ้าปากค้าง สีหน้าท่าทางดูจะทึ่งในเพื่อนวัยเดียวกันที่อยู่บนเวที

วันประกาศผล..ทีมรักบ้านเกิด..ของผม ได้รับรางวัลชมเชย ได้คะแนนมาเป็นอันดับ ๔ ที่พลาดอันดับสุดท้าย อาจเป็นเพราะโรงเรียนที่ได้ที่ ๕ หรือชมเชยเหมิอนกันนั้น นักเรียนเขามีการอ่านเอกสารข้อมูล แสดงถึงความไม่แม่นยำนิดหน่อย

ข้อคิดที่ได้จากงานประกวดโครงงานนี้ก็คือ..กำไรชีวิตที่ได้มาเห็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ทีมีคุณค่า บอกนักเรียนว่าเห็นไหม..เธอว่าเก่งแล้ว ยังมีคนเก่งกว่าเราอีกมากมาย อย่าได้ประมาทไป และพึงคิดเสมอว่า..ถ้าปรารถนาจะประกวดแข่งขันอะไรในระดับชาติ อย่าได้ทำเป็นแบบโรงเรียนต้นทุนต่ำ..จัดเต็มเท่านั้น..จึงจะเข้าตากรรมการ

                                  

                                                                              ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๖ กันยายน ๒๕๕๗