หลังจาก อดรนทนไม่ไหว ออกจากบ้าน แต่งตัวซำเหมาเข้าโรงหนัง SFX ที่เซนทรัลลำปาง เหมาโรงดูคนเดียว เพราะเป็นวันธรรมดา พอเดินจากโรงภาพยนตร์มารีบกลับบ้านมานั่งเขียน นั่งถอดบทเรียนจากภาพยนตร์ที่เราเสียเงินไป 140 บาท ผมพบว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ ดีจริงๆครับ ดีอย่างไร ดี ดังนี้

1. ผมได้ดูภาพยนตร์ถึงสามเรื่องในเรื่องเดียวกันโดยที่ผมไม่รู้ตัว คือ ภาพยนตร์ที่นำเสนอเรื่องราวระหว่างตุ๊กแกกับแป้ง ภาพยนตร์ในฝันของตุ๊กแก และภาพยนตร์ที่คุณกำลังในนั่งดูอยู่ในโรงภาพยนตร์ เป็นภาพยนตร์ที่นำเสนอภาพระหว่างความฝัน ความจริง ได้อย่างลงตัว ไม่น่ารำคาญ แม้แรกๆจะสงสัยอยู่บ้างว่า เรื่องไหน เรื่องจริง เรื่องไหนเป็นภาพยนตร์ของตุ๊กแก แต่พอดูรวมๆแล้ว นี่มันเป็นเทคนิคการเล่าเรื่องขั้นเทพเลยทีเดียว

2. ผมได้เรียนรู้เทคนิคการเล่าเรื่อง (Story telling) ที่ปะติดปะต่อเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างกลมกลืน การนำเสนอเรื่องราวทำให้เข้าใจในเหตุการณ์ต่างๆ เป็นการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนแต่เข้าใจง่ายดาย นี่คือ ภาพยนตร์ที่เป็นศิลปะจริงๆ ผมชื่นชมคนเขียนบท เขาเทพมากมายครับ ลองนึกดูเล่นๆ แค่เราเล่าเรื่องอะไรสักเรื่องหนึ่ง เราก็จะเล่าไปเรื่อย แต่เรื่องเล่าอันเป็นบทภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่าเรื่องแล้ว ยังสอดคล้องต้องกัน เอาเทคนิคการเล่าเรื่องของภาพยนตร์สยองขวัญมาใช้กับภาพยนตร์รัก เจ๋งมากๆ

3. ภาพยนตร์สอดแทรกแนวคิดของพระพุทธศาสนาที่กล่าวว่า ในโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดมาแล้วทั้งสิ้น อันเป็นแก่นเรื่องราวความรักระหว่างตุ๊กแกและแป้ง หากเราท่านเชื่อในพรหมลิขิต ท่านจะรักภาพยนตร์นี้ได้อย่างง่ายดายเช่นผม

4. ภาพยนตร์นำเสนอถึงความพยายามเดินตามความฝันของตุ๊กแก ไม่ว่าจะเป็นการพยายามเก็บขวดขายเพื่อหาเงินมาซื้อขนมไข่จิ้งจกให้กับแป้ง การพยายามสร้างหนังตามความฝันที่มีนับแต่เด็ก เป็นต้น มีคำกล่าวที่คมคายมากของเพื่อนๆตุ๊กแก คือ จะนำเสนอบทภาพยนตร์ให้สักกี่ร้อยคนดูก็ไม่สำคัญ สำคัญที่ขอเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่เลือกบทภาพยนตร์ของตุ๊กแก มันคมได้ใจผมมาก 

5. ภาพยนตร์สอนให้เราเข้าใจคำว่า สิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่ส่งผลให้ตุ๊กแกอยากจะก้าวสู่วงการภาพยนตร์ เพราะเติบโตมาจากการช่วยเขียนป้ายหนังของโรงฉายภาพยนตร์เพชรเชียงคาน และภาพยนตร์ยังสื่อถึงโทษและพิษภัยของบุหรี่นับแต่การเสียชีวิตของพ่อตือ และครูป๋องที่ล้วนแต่เสียชีวิตจากมะเร็ง

6. ภาพยนตร์ชี้ให้เห็นว่า การขาดประสบการณ์ถือเป็นการยากยิ่งที่จะมีโอกาสได้ทำงานสำคัญ งานที่เป็นความฝัน หากแต่การเริ่มต้นของการทำงานอาจจะต้องเริ่มจากตำแหน่งเล็กๆ ภาพยนตร์ได้ใช้คุณแป้งมาเป็นผู้เล่าเรื่องถึงเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ส่งผลให้ตุ๊กแกถูกเลิกจ้างจากบริษัทผลิตภาพยนตร์ ผมมองว่า เขากำลังสอนเรื่องความสำคัญของอดีต หากทำสิ่งใดไม่ดีไว้ในอดีต อดีตนั้นย่อมจะส่งผลกระทบต่อเราในภายหน้า โดยที่เราอาจจะคาดไม่ถึง

สรุปว่า ภาพยนตร์ตุ๊กแกรักแป้งมากเป็นภาพยนตร์ที่นำเสนออย่างเรียบง่าย ย้อนอดีตเล็กๆ มีการเสียดสีการสร้างภาพยนตร์ในยุคปัจจุบันที่จะหลงวนเวียนอยู่แต่แนวคิดเดิมๆ เช่น แม่นาก เป็นต้น ภาพยนตร์นำเพลงในยุคที่ผมกำลังเติบโตและเคยได้ยินทำให้เข้าใจเรื่องได้ง่าย แต่สำหรับเด็กรุ่นใหม่ เพลงเหล่านี้ คือ ความแปลกใหม่ของพวกเขาเลยทีเดียว ภาพยนตร์ชวนติดตาม เนื้อหาไม่เยิ่นเย้อ กระชับ เข้าใจง่าย ผมนั่งร้องไห้นับแต่ฉากที่ตุ๊กแกนั่งกินข้าวกับยายแล้วพูดเรื่องแม่ คำพูดง่ายๆแต่ลึกซึ้งเข้าหูผมมากที่สุด คือ ยายอย่าเกลียดตุ๊กแกได้ไหม? และจนถึงฉากสุดท้ายที่ตุ๊กแกพูดกับแป้งกับคำถามที่ว่า อะไรที่ทำให้ตุ๊กแกอยากทำหนังเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของแป้ง ตุ๊กแกตอบ แต่แป้งกลับตอบไปว่า ไม่นะ มันเป็นเรื่องของเราต่างหาก นี่คือ การบอกรักที่คลาสสิคมากครับ คนสมัยก่อนคำว่ารักสำคัญมาก แตกต่างจากคนสมัยนี้ เอาเป็นว่า ภาพยนตร์รักโรแมนติกของฮอลลีวูดระดับห้าดาวบางเรื่อง ยังสู้เรื่องนี้ไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้บุคคลที่ทำงานในวงการสื่อสาร ภาพยนตร์ นักศึกษานิเทศศาสตร์ ครูอาจารย์นิเทศศาสตร์สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องไปดูเรื่องนี้ เพราะนี่เป็นภาพยนตร์ที่มีกระบวนทัศน์การเล่าเรื่องแบบศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง

ผมจะไปดูอีกรอบแน่นอน