ลับ“คม" บทเพลงสะท้อนสังคม“
พลังเพลง พลังปัญญา"ปี4
สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในเว็บไซต์แห่งนี้ คงคุ้นหูกับคำว่า“สุขภาวะทางปัญญา" เป็นอย่างดี เนื่องด้วยที่ผ่านมาเคยเล่าสู่กันฟังถึงกิจกรรมต่างๆที่ได้ชื่อว่า เป็นนวัตกรรมสร้างสุขด้วยปัญญา ในรูปแบบที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น การสร้างความสุขทางปัญญาผ่านการแสดงละคร การออกค่ายอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิต กิจกรรมการสร้างความสุขแท้ทางปัญญา
“นวัตกรรมสร้างสุขทางปัญญา" ที่ว่า ถูกนิยามง่ายๆ คือการสร้างสุขภาวะในแบบภาคปฏิบัติ โดยกิจกรรมเปรียบเสมือนการปรับรูปแบบทักษะการคิดแบบมีเหตุผล รู้เท่าทันในด้านดีและด้านชั่ว เข้าใจในมุมที่เป็นคุณและโทษ ขณะเดียวกัน“ความรู้เท่าทัน"ยังต้องต่อยอดไปสู่การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับสังคมด้วย
เกริ่นมาทั้งหมดนั้นก็เพื่อจะเล่าอีกหนึ่งชุดกิจกรรมที่สร้างทักษะทางปัญญาในรูปแบบที่น่าสนใจ นั้นก็คือโครงการ“พลังเพลง พลังปัญญา"ซึ่งเป็นการรวมศิลปะบันเทิงประเภทการเล่นดนตรี ผนวกเข้ากับทักษะชีวิต การเรียนรู้และเข้าใจสังคม
โครงการ“พลังเพลง พลังปัญญา"เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และกลุ่มเยาวชน Triple H Musicมีจุดประสงค์เพื่อเปิดมุมมองด้านดนตรี รวมทั้งพัฒนาทักษะการเล่นดนตรีแบบมืออาชีพการรวมตัวของนักศึกษา ช่วงอายุระหว่าง17-25ปี

รูปแบบกิจกรรมนั้นเริ่มต้นแบบไม่ซับซ้อน นั่นคือการเปิดรับผลงานเพลงที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ ให้แง่คิด จากวงดนตรีเยาวชนที่รวมวงกัน ตั้งแต่4-8คน จากนั้นคณะกรรมการจะคัดเลือกโดยพิจารณาจากเดโมเพลงที่ผู้สมัครส่งเข้ามา เพื่อคัดเลือกให้เหลือ15วง โดยจะมีโอกาสเข้าร่วมการอบรมที่เน้นใน2ลักษณะ คือแนวคิดการสร้างสรรค์เพลงที่เน้นประเด็นทางสังคม และทักษะการเล่นดนตรี
จากนั้น หลังจากเสร็จสิ้นการอบรม ทั้ง15วง จะได้รับเงินทุนวงละ50,000บาท เพื่อจัดทำมินิอัลบั้ม ก่อนจะส่งกลับมาให้คณะกรรมการพิจารณาตัดสินเพื่อมอบรางวัลอีกครั้ง
สรุปคือวงดนตรีที่ผ่านกระบวนการกิจกรรมนี้ จะคิดไปไกลกว่าการสร้างสรรค์เพลงธรรมดาๆ หากแต่ต้องผสมผสานมิติการเข้าใจและสะท้อนปัญหาสังคมผ่านผลงานตัวเองด้วย

“เฉื่อย"รัชพงศ์ โอชาพงศ์ นักดนตรีหนุ่ม ผู้จัดการโครงการ “พลังเพลง พลังปัญญา" มองว่า ดนตรีและเสียงเพลงคือความชอบของวัยรุ่น แต่เพลงที่ดีต้องไม่ใช่แค่การคิดถึงแต่เรื่องความรักอารมณ์ความผิดหวังอย่างเดียว เพราะยังต้องมองกว้างไปถึงสังคมที่เราอยู่อาศัย ซึ่งกิจกรรมจะผนวกเอาเรื่องของตรีกับมุมมองทางสังคมมารวมกัน ให้เกิดผลงานเพลงที่มีสาระ และตัวเยาวชนเองก็จะเติบโตทางปัญญาไปพร้อมๆกับที่ร่วมเรียนรู้เรื่องที่เป็นจริงของสังคม
“การร่วมโครงการทำให้เยาวชนเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เปิดมุมมองเกี่ยวกับการแต่งเพลง ในการสื่อสาระที่มีความสำคัญ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม นอกจากนี้ยังช่วยลบภาพนักดนตรีที่อาจถูกมองว่านอนดึก ดื่มเหล้า มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีนัก เพราะเรากำลังทำในสิ่งที่แตกต่าง" เขาว่า
3ระยะโครงการที่ผ่านมา จึงล้วนสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่เยาวชนผู้ร่วมกิจกรรมและในระยะที่4ซึ่งอยู่ระหว่างทำกิจกรรมตลอดปี57นี้ ตัวแทนโครงการพลังเพลงฯ ย้ำว่า ยังคงส่งเสริมให้เยาวชนที่รักดนตรีมีสุขภาวะทางปัญญา ด้วยการผสานความสามารถทางด้านดนตรีของเยาวชนที่มีอยู่เดิมกับเช่นเดิม

หากที่ต้องเน้นคือการใช้เวลาทำงานร่วมกันระหว่างเยาวชนนักดนตรีกับคนทำงานสังคมให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มเติมเพื่อให้เนื้อหาของกิจกรรมให้มีความเข้มข้น
หนนี้วงดนตรีซึ่งได้รับคัดเลือก15 กลุ่ม คัดเลือกประเด็นสังคมที่ตนเองสนใจจะนำเสนอ อาทิ ประเด็นกลุ่มคนไร้สัญชาติ กลุ่มคนไร้บ้าน ความเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชนฯลฯ
จากนั้นจะส่งเสริมให้เยาวชนเข้าไปร่วมเรียนรู้ ลงพื้นที่จริงกับกลุ่มคนทำงานเพื่อสังคม เช่น มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิสุขภาพไทยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อให้เยาวชนเข้าใจถึงปัญหา มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้ได้รับผลกระทบพร้อมถ่วงดุลข้อมูลหลายด้าน
บรรยากาศและความรู้สึกระหว่างลงพื้นที่ ศึกษาเนื้อหาของประเด็นสังคมในมุมมองของนักดนตรีจะเป็นอย่างไรนั้น เราจะบอกเล่าอีกครั้งหนึ่ง

หากแต่เชื่อได้ว่าประสบการณ์ที่จะมากขึ้นหลังจากชั่วโมงบินที่เพิ่มมากตามตัวแล้ว การลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหาจริงของบรรดานักดนตรีตลอดโครงการระยะที่4ก็น่าจะทำให้พวกเขาได้ฝึกคิด ฝึกตีความปัญหาในแต่ละแบบ ควบคู่กับการฝึกซ้อมดนตรี
ผลงานเพลงของพวกเขาเองก็น่าจะ“คม"ขึ้นอีกไม่น้อยเป็นแน่
//-/-/-/-/-/-/-/-/
* หมายเหตุ ภาพจากเพจ Triple H Music
-สวัสดีครับ
-ตามมาชม
-ชอบภาพนี้ครับ
ทึ่งการทำงาน
กว่าจะได้แต่ละที่ไม่ธรรมดา
ขอชื่นชมครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจในการเขียนบล็อกด้วยการคอมเม้นท์ให้รู้ว่าเราไม่ได้เขียนไปแล้วไม่มีใครอ่าน
ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นขอบคุณทุกท่านสำหรับกำลังใจค่ะ รู้สึกดีมากๆ ค่ะ