วันนี้ตื่นเช้าชวนแม่บ้านไปที่นา เมื่อวันก่อนหว่านไว้แปดไร่เป็นแปลงเดียวกัน มีคำถามหลายคำถาม หว่านโดยไม่ต้องไถกลบ ไม่ต้องไถคราด ไม่ต้องทำตม หรือไม่ต้องแช่เมล็ดข้าวเปลือกก่อนหรือ.... ผมยิ้มแล้วก็บอกไปว่าจะทำให้ดู การทำนาไม่ได้มีวิธีเดียว การที่จะทำให้ได้เมล็ดข้าว การทำนามีหลายแบบ อยู่ว่าเราจะเลือกวิธีไหน จะเป็นนาดำ นาหว่านน้ำตม หรือหว่านข้าวในไร่ในที่ดอนที่สูง  ส่วนผมเลือกหว่านแบบคนขี้เกียจ ไถเล็กน้อย หว่านเมล็ดข้าวโดยไม่แช่น้ำให้รากงอกก่อน หว่านทั้งหญ้ารกๆนั่นแหละ

                  สามวันแรกไปดูเมล็ดข้าวเริ่มพลิกรากขาวๆสั้นๆเริ่มแทงพ้นเปลือกออกมาก ผมรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก วันนี้มองดูเขียวขจีไปทั้งแปดไร่ต้นข้าวยาวประมาณ 2 นิ้ว มีหญ้าขึ้นแซมนิดหน่อย

                  มีคำถามจากภรรยาผมอีกว่าจะใส่ปุ๋ยอะไรดี ผมตอบว่าไม่ต้องใส่ถ้าจะใส่ก็ต้องเป็นปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักใช้เอง หรือน้ำหมักชีวภาพ โจทย์อีกข้อหนึ่งถ้านาได้ผล  เราจะเก็บเกี่ยวกับอะไร ก็คงจะเป็นเคียวกับแกะ(ทางใต้โดยเฉพาะพัทลุงนิยมเก็บข้าวกับแกะเก็บทีละรวงมัดรวมกันเป็นเลียง) เดี๋ยวนี้เขาใช้รถเกี่ยวข้าวกันทั้งนั้นส่วนใหญ่มาจากภาคกลางราคาเก็บเกี่ยวต่อไร่ก็ 400-450 บาท รวดเร็วทันใจได้ข้าวกลับบ้านเป็นเม็ดเป็นกระสอบ หรือที่หนักกว่านั้นไปโรงสีเลยไม่แวะบ้านกลับมาเป็นแบงค์ แวะตลาดก็หมดที่ตลาด ค่อยซื้อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้กินแทน

                   ลืมบอกไปอย่างหนึ่งคือ พันธ์ข้าวที่ใช้ ผมหว่านด้วยข้าวหอมปทุม เพราะอายุเก็บเกี่ยวสามเดือนกว่าๆ กลัวไม่ทันฤดู ทีแรกตั้งใจไว้จะหว่านข้าวเล็บนกแต่มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณห้าเดือน คิดว่าไม่ทันแน่เลย เรื่องพันธ์ข้าวนี้น่าเป็นห่วงเพราะพันธ์ดั้งเดิมพื้นเมืองหายไปเกือบหมด มีศูนย์วิจัยข้าวเยอะพันธ์ข้าวชักสูญหาย เช่น ข้าวนางฝ้าย จำปาทอง ลายหมาก หอมจันทร์ และดอกพะยอม ฯ เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นหลังไม่เคยได้ยินชื่อ   ไม่เคยเห็น   หรือไม่เคยลิ้มรสเสียด้วยซ้ำน่าเป็นห่วงจริงๆ