ฉันได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากหอผู้ป่วยว่า“ลูกชายผู้ป่วย 2 คน ต้องการยื้อชีวิตด้วยการใส่ท่อช่วยหายใจ/ปั๊มหัวใจ ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้น ทั้งที่ผู้ป่วยแสดงเจตน์จำนงค์กับแพทย์พยาบาลว่า ไม่ต้องการเพราะทราบว่าโรคมะเร็งหลังโพรงมดลูกเข้าสู่ระยะสุดท้ายและมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น ปอด ตับ ไต ผนังเยื่อบุช่องท้อง เป็นต้น "ฉันจึงให้หอผู้ป่วยช่วยนัดลูกชาย 2 คนเพื่อจะขอพูดคุยด้วย
วันที่ฉันขึ้นไปเยี่ยมคุณวัน(นามสมมติผู้ป่วย) ซึ่งมีสภาพรู้สึกตัวดี อ่อนเพลีย เหนื่อยรับออกซิเจนทางสาย 3 ลิตรต่อนาที ท้องโต (มีน้ำในช่องท้องประมาณ10 ลิตร) สายที่ต่อจากท่อไตทั้ง 2 ข้างหลุดขาบวมทั้ง 2 ข้าง เกล็ดเลือดเหลือประมาณ 20,000 ค่าเกลือแร่ในร่างกายเสียสมดุลย์ แต่ปรากฎว่าลูกชายทั้ง 2 คน ปฏิเสธการพูดคุยด้วยโดยไม่อยู่รอพบ
“สวัสดีค่ะคุณวัน พยาบาลชื่อกานดาวศรีอยู่ทีมให้กำลังใจของโรงพยาบาล วันนี้มาเยี่ยมให้กำลังใจเป็นไงบ้างค่ะ” ฉันแนะนำและเปิดสนทนา
“อยากตาย....อยากตาย....” คุณวันเธอพูดแล้วร้องไห้สะอื้น
“มีอะไรหรือค่ะที่ทำให้คุณวันอยากตายค่ะ” ฉันถามพร้อมเข้าไปสัมผัสจับมือคุณวัน
“ทรมาน....ทรมาน...” หลังพูดเสร็จคุณวันร้องไห้สะอื้น
“เข้าใจค่ะ จะให้พยาบาลคนนี้ช่วยอะไรบอกมาได้เลยยินดีนะค่ะ” ฉันเสนอตัวช่วยเหลือ
“ช่วยบอกลูกทีว่าไม่ใส่ท่อช่วยหายใจและป๊มหัวใจ” คุณวันพูดด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอเบ้า
“ได้ค่ะ แต่วันนี้ลูกชายของคุณวันไม่อยู่” ฉันตอบรับและวันนั้นฉันขอตัวกลับ
รุ่งเช้าฉันถูกตามตัวด่วนจากหอผู้ป่วยว่าขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการ air hunger แพทย์กำลังจะใส่ท่อช่วยหายใจ โดยมีลูกชาย 2คน ยืนคุมเชิงอยู่ปลายเตียง ส่วนผู้ป่วยกระสับกระส่ายไม่ต้องการ
“สวัสดีค่ะ คุณวันจำพยาบาลที่มาเยี่ยมเมื่อวานได้ไหมค่ะ” ฉันเข้าไปทักทาย
“จำได้” คุณวันตอบ
“เมื่อวานเราได้คุยกัน คุณวันบอกว่าอยากตายพยาบาลถามว่า เพราะอะไรคุณวันบอกว่าทรมานพยาบาลถามต่อว่า จะให้ช่วยอะไรคุณวันตอบว่าช่วยบอกลูกทีอย่าใส่ท่อช่วยหายใจและปั๊มหัวใจใช่ไหมค่ะ” ฉันทบทวนคำพูดที่พูดคุยกันเมื่อวาน
“ใช่ค่ะ” คุณวันตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“จริงเหรอม่าม้า” ลูกชายคนโตถาม
“จริงค่ะ” คุณวันตอบด้วยเสียงหนักแน่น
“ไม่...ไม่...หมอไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ” ลูกชายคนโตหันไปบอกทีมแพทย์
“ถ้าม่าม้าตายช่วยจุดธูปเชิญวิญญาณม่าม้า....กลับบ้านด้วย” คุณวันพูดต่อพร้อมด้วยยิ้มบนใบหน้า
“ครับ” ลูกชายตอบ
ฉันได้เปิดโอกาสให้ลูกชายทั้ง 2 คน ได้ระบายความรู้สึกและทราบว่าเหตุผลที่ลูกชายคนโตต้องการให้แม่อยู่ต่อเพราะต้องการให้แม่ทราบว่าตนเองบริสุทธิ์รอศาลพิพากษาอีก 7 วัน ซึ่งคุณวันบอกกับลูกชายว่าเธอเชื่อว่าลูกชายบริสุทธิ์ หลังจากการพูดคุยเสร็จคุณวันไม่มีอาการกระสับกระส่ายอีกเลยพักหลับได้ต่อมา 12 ชั่วโมง คุณวันก็จากไปอย่างสงบ
อ่านแล้ว ปลง
เป็นการปลดล๊อคด้านจิตวิญญาณได้ตรงจุด ทำให้ผู้จากไปพ้นทุกข์ได้ค่ะ พี่ฟ่ง
ขอบคุณมากค่ะ
ในช่วงแรกของการเข้าไป approach ด้วยใจเมตตาไม่คาดหวังว่าจะสำเร็จ เพราะเตรียมใจอุเบกขาทุก case เคยมีกรณีที่ไม่ได้เตรียมใจอุเบกขา(ในช่วงที่ทำ palliative ใหม่ๆ) ทำให้ burnout