(ที่มา: http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=279...)
วันนี้กลุ่มพวกเราได้มีโอกาสไปสำรวจการเรียนในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากที่พวกเราเคยสัมผัสมาก่อน นั่นคือการเรียนในรูปแบบบ้านเรียน(Homeschool)ถือเป็นโรงเรียนทางเลือกอย่างหนึ่ง เพื่อจัดทำโครงการที่จะประยุกต์การเรียนแบบบ้านเรียนมาใช้ที่คลินิกกิจกรรมบำบัดได้หรือไม่
(ที่มา: https://www.facebook.com/Dr.Somying?fref=ts)
โดยบ้านเรียนที่ได้สำรวจคือ บ้านเรียนชวนชื่น ที่อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยเราพอสมควรคือ ที่หมู่บ้านการ์เด้นวิลล์ จังหวัดปทุมธานี ทำให้พวกเราออกเดินทางตั้งแต่เช้ารุ่งกันเลยทีเดียว เมื่อไปถึงดิฉันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่มีในบ้านคือการต้อนรับของเด็กพิเศษที่เตรียมต้อนรับกลุ่มพวกเราเป็นอย่างดี การเรียกแทนตนเองว่าแม่ของครูใหญ่บ้านชวนชื่น(ดร.นภัสสร เสรีวงศ์) หรือการแทนตนเองว่าลูกของครูและลูกศิษย์ การเชิญพวกเราร่วมประทานอาหารเช้า การพาสำรวจสถานที่ต่างๆรอบบ้านเรียน การดูกิจกรรมที่เด็กพิเศษทำเป็นต้น
โดยความพิเศษของบ้านเรียนคือ การที่ครอบครัวสามารถวางแผนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่ครอบครัวพึงประสงค์ ซึ่งสำหรับบ้านเรียนชวนชื่นนั้นคือการออกแบบแผนการศึกษารายบุคคล (Individual Education Program)ให้กับเด็กพิเศษเป็นรายบุคคลตามศักยภาพที่เขามีอยู่ ณ ตอนนั้น ที่ใช้เกณฑ์การแบ่งเด็กพิเศษออกเป็น10ระดับ ซึ่งก่อนจะรู้ว่าเด็กอยู่ในระดับใด เด็กจะต้องได้รับการประเมินก่อนใน3เดือนแรกจึงจะมีการตั้งหลักสูตรIEPดังกล่าว โดยบ้านเรียนชวนชื่นมีวัตถุประสงค์คือ เด็กพิเศษสามารถเดินสู่สังคมได้(เน้นอารมณ์ สังคม สติปัญญา) และพ่อแม่ต้องมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนลูกๆด้วย
บ้านเรียนชวนชื่นนั้นเป็นบ้านเรียนสำหรับเด็กพิเศษเท่านั้น เด็กพิเศษจะมาอยู่ประจำที่บ้านเรียนในวันปกติ แต่จะกลับบ้านตนเองในวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น เพื่อให้พ่อแม่ใช้เวลาร่วมกับลูก
การอยู่ร่วมกันในสังคมให้สงบสุขได้นั้นก็ต้องมีกติกา เช่นเดียวกับบ้านเรียนชวนชื่นที่มีการตั้งกฎกติกาในการอยู่ร่วมกันในบ้าน 5 ข้อด้วยกันที่ต้องทำตามคือ
1.ไม่โกหก 2.ไม่ขโมย 3.ไม่ทำร้ายตนเอง 4.ไม่ท้ายเพื่อน 5.ไม่ทำร้ายข้าวของ
หากใครฝ่าฝืนกฎก็จะมีการลงโทษจากแม่อย่างน่ารักๆเช่นการตีมือ เป็นต้น
(ที่มา: http://www.gotoknow.org/posts/574593 เพื่อนที่ไปบ้านชวนชื่นด้วยกันค่ะ)
รูปแบบการเรียนการสอนนั้นเน้นการเรียนผ่านทำกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เช่นการฝึกในสถานการณ์จริงซึ่งจะเน้นเป็นอย่างมา หรือการทำกิจกรรมกลุ่มต่างๆ เป็นต้นโดยจะใช้สื่อต่างๆมากมาย ซึ่งที่บ้านเรียนชวนชื่นมีเยอะมากๆ
การจัดกิจกรรมนั้นจะมีการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กเช่น เด็กบางคนสามารถเรียนรู้ได้ดีเมื่ออยู่ในสระว่ายน้ำเป็นต้น
กระบวนการเรียนของที่นี่จะเน้นการ คิด ย้ำ ซ้ำ ทวน เนื่องจากว่าการเรียนการสอนในเด็กพิเศษนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการใช้กระบวนการดังกล่าว เพราะการรับรู้และเรียนรู้ของเด็กพิเศษมีความแตกต่างจากการเด็กปกติทั่วไป
เด็กพิเศษที่อยู่ที่นี่ก็จะมีตั้งแต่วัยห้าขวบ จนถึงวัยสี่สิบกว่าปี แต่สำหรับวัยที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะมีหลักสูตรที่เน้นการฝึกทำอาชีพมากกว่าให้เด็กเรียนรู้เหมือนในวัยเด็ก
แต่สิ่งที่ดิฉันประทับใจเป็นที่สุดสำหรับการเรียนการสอนที่นี่คือ การฝึกให้คนเป็นคน ไม่ใช่คนเป็นหุ่นยนต์ ก็คือการสอนเกี่ยวกับการปฎิสัมพันธ์ทางสังคม การสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการมองหน้าสบตา การโต้ตอบสื่อสารกัน โดยที่นี่จะเน้นการสอนให้เด็กเรียนรู้ว่าความรู้สึกในรูปแบบต่างๆเช่นความรู้สึกต้องการ เป็นความรู้สึกในรูปแบบนี้น่ะ โดยผ่านการฝึกในสถานการณ์ที่ครูกำหนดขึ้นเช่น การโต้ตอบไปมาระหว่างครูและนักเรียน หรือการสร้างสถานการณ์ระหว่างครูเพื่อให้เด็กได้มองเป็นแบบอย่างเป็นต้น
เพราะดิฉันมองว่าการรักษาเด็กพิเศษให้รับรู้ถึงสิ่งที่ตนเองต้องการ หรือการรับรู้ความรู้สึกในรูปแบบต่างๆเป็นสิ่งที่ต้องใช้เทคนิคต่างๆและประสบการณ์มาก เพื่อให้เด็กพิเศษคนหนึ่งสามารถอยู่ร่วมเนียนไปกับเด็กปกติได้ โดยไม่เกิดความแตกต่างหรือรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
สุดท้ายดิฉันอยากให้กลุ่มบ้านเรียนเพื่อเด็กพิเศษมีมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพิเศษมีที่ยืนในสังคมได้มากขึ้น และขอเป็นกำลังใจบ้านเรียนชวนชื่นขอขอบคุณทางบ้านเรียนชวนชื่นเป็นอย่างยิ่งที่เปิดบ้านต้อนรับพวกเราค่ะ
ก่อนกลับนั้นทางบ้านเรียนได้มอบดอกบัวประดิษฐ์ดังรูปให้กับคณะทุกคน ซึ่งเป็นผลงานร่วมกันของเด็กนักเรียนพิเศษที่นั่นทำด้วยกัน ซึ่งสวยงามและน่าสนใจเป็นอย่างมาก แอบแฝงด้วยความหมายดีๆมากมายในบัวเหล่านี้ หากผู้ที่สนใจสามารถซื้อที่บ้านเรียนชวนชื่นยังมีจัดจำหน่ายค่ะ


