หลายครั้งคนเราต้องเผชิญกับปัญหามากมายที่เข้ามาในชีวิต
และหลายครั้งที่อาจเกิดความสบสนวุ่นวายข้างในใจและหาทางออกไม่เจอ
ดังเช่นดิฉันในวันนี้
เมื่ออ.ที่สั่งการบ้านให้ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับผู้รับบริการทางกิจกรรมบำบัดที่ตนเองคิดว่ายาก
คำว่ายาก มันหมายถึง การที่เรามองหนทางบำบัดรักษาที่เหมาะสมต่อผู้รับบริการรายนั้นยังไม่เจอ
และนั่นเองทำให้ดิฉันทั้งนั่งคิด นอนคิด วิเคราะห์แล้ววิเคราะอีก ก็ยังหาคำตอบสำหรับผู้รับบริการคนนั้นไม่เจอ
ผู้รับบริการเป็นผู้รับบริการเด็กกลุ่มอาการ ออทิสติก ที่อายุย่างเข้าวัยรุ่น
ดังนั้นการรักษาที่ใช้ได้กับออทิสติกในเด็กเล็กจึงใช้กับน้องคนนี้ไม่ได้ผล
อ. จึงปูแนวคิดให้ดิฉันว่า "ลองคิดในมุมมองของคนไข้จิตเวชดูสิ"
ตอนนั้นเอง ดิฉันก็ยังนึกไม่ออกว่า เราจะมองไปด้านจิตยังไง แล้วก็ทำให้ดิฉันนั่งคิดหาปัญหามั่วไปหมด
โดยคิดแต่ปลายเหตุหรือสิ่งที่เห็น
แต่ก็ยังไม่พ้นปัญหาแบบผู้รับบริการเด็กเล็กอยู่ดี
จนหลังจากนั้น ดิฉันได้ระบายถึงปัญหาและปรึกษาเกี่ยวกับผู้รับบริการคนนี้กับรุ่นพี่ท่านหนึ่ง
เพียงประโยคสั้นที่ว่า
"เราลองตัดความคิดที่ว่าน้องเป็นเด็กออทิสติกออกไป แล้วคิดว่าน้องเป็นผู้รับบริการจิตเวช และดูคล้ายกลุ่มอาการทางจิตอันใดอันหนึ่งดูสิ"
หลังจากนั้นเองดิฉันจึงเริ่มพอมองเห็นแนวทาง และเปลี่ยนความคิดใหม่ ตัดความคิดเดิมๆทิ้งไป แล้วเริ่มคิดเริ่มจาก 1 ใหม่ ค่อยๆไปเรื่อยๆที่ละอย่าง ที่อย่าง จนตอนนี้ อาจจะยังไม่กระจ่างแจ้งถึงเคสนั้นอย่างแท้จริงนัก แต่ก็พอมองเห็นหนทางแล้วบ้าง มันก็คงดีกว่าการที่คิดมั่ว มืดมนหนทางไปหมด
จากการกระทำนี้ ทำให้คิดถึงประโยคหนึ่งที่ อ.ป๊อป สอนไว้ในคาบเรียนว่า
การจะทำอะไร เราต้อง "เดินที่ละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละขั้น" และนั้นมันก็ได้ผลจริง มันทำให้เราไม่สับสนวุ่นวาย ร้อนรนกับปัญหา และค่อยๆมองปัญหาจนเห็นทางออกได้เองในที่สุด ....
ความหวัง ทำให้คนเรา เดินไปข้างหน้า
