เจ้าชู้ประตูดินหมูหมาเกี้ยวทั้งสิ้น

(ไม่ได้แปลว่ารักหมูหมาก็ได้แต่หมายถึงเจ้าชู้กับสตรีไม่เลือกว่าเป็นใคร หน้าตา รูปพรรณสัณฐาน อย่างไร)

บางครั้งใช้ว่า "เจ้าชู้ประตูแดง" หรือว่าสมัยก่อนประตูวังจะนิยมทาสีแดงเหมือนกัน???? ซึ่งเจ้าชู้ประตูแดงมีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าเจ้าชู้ประตูดิน

.......................................

เจ้าชู้ประตูเหล็กผู้ใหญ่เด็กเล็กเกี้ยวไม่เว้น

(ไม่ได้แปลว่ารักคนแก่เท่านั้นแต่เด็กก็เอา หมายถึงเจ้าชู้กับสตรีไม่เลือกวัย {หรืออาจเกี่ยวกับ ไม่เลือกสถานภาพทางสังคม เพราะคนที่อายุน้อยกว่าในวังแต่มียศมากกว่าก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่กว่า} )

ปัจจุบัน เจ้าชู้ประตูเหล็กมีคำสร้อยใหม่เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไปว่า

"เจ้าชู้ประตูเหล็กไทยฝรั่งแขกเจ๊กมันเกี้ยวสิ้น" กลายเป็นสำนวนต้อนรับอาเซียนของคนเจ้าชู้????? หมายถึงเจ้าชู้ไม่เลือกเชื้อชาติ

.........................................

****เจ้าชู้ประตูดินหมูหมาเกี้ยวทั้งสิ้น

ประตูด้านนอกจะเป็นประตูช่องกุด ส่วนทางด้านในที่เป็นซุ้มประตูโค้ง นั้นคือ ประตูศรีสุดาวงศ์

ประตูที่หนุ่มเจ้าชู้สมัยก่อนจะไปแอบมองสาวๆ ชาววังเวลาพวกหล่อนออกมาช็อปปิ้งเพื่อซื้อของใช้บางอย่างไปใช้ในวัง

ทำให้เกิดสำนวน "เจ้าชู้ประตูดิน"

พี่วิทยากร กรมวังท่านหนึ่งเล่าว่า คนรุ่นก่อนบอกว่า หน้าประตูช่องกูดเมื่อก่อนมีปลวกมากหรือจอมปลวกใหญ่มากก่อน จึงได้ชื่อว่าประตูดิน

น่าสนใจที่ว่า ซึ่งนอกจากประตูดินจะเป็นที่มาของการออกมาจับจ่ายใช้สอยของสาวชาววังแล้ว

ยังอาจเป็นที่ผ่านไปผ่านมาของสาวที่เป็นญาติ หรือพวดแม่ค้านอกวังด้วย ดังนั้นหนุ่มที่เจ้าชู้ประตูดินก็จะจีบสาวไปทั่วทั้งนอกวังและในวัง จนเหมือนไม่สนใจว่าสาวคนไหนจะเป็นผู้ดี ไพร่และเป็นใคร ทำให้กลายเป็นว่าหมูหมาด้วยทั้งสิ้นหรือไม่?

*****บางตำรากล่าวว่า "เจ้าชู้ประตูดินหมูหมาเกี้ยวสิ้นไม่เลือก" ความหมายเหมือนกัน

ภาพตัวละครเรื่องสี่แผ่นดิน

ที่มา http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?b...

****เจ้าชู้ประตูเหล็กผู้ใหญ่เด็กเล็กเกี้ยวไม่เว้น

มีที่มาจากประตูเหล็กเพชรและประตูเหล็กกล้าที่ ป้องกันพระราชฐานชั้นใน
ที่อยู่ติดกับทางไปสวนศิวาลัย และหอแก้ว
ที่เป็นสถานที่เสด็จพระราชดำเนินบ่อยของฝ่ายในและมหากษัตริย์ไทยสมัยก่อนกับข้าราชการคนสนิทหรือพระราชอาคันตุกะ

ซึ่งเป็นที่สงสัยว่าป้องกันไว้ขนาดนั้นแล้วจะเจ้าชู้ได้อย่างไร? จึงน่าสงสัยพวกที่เจ้าชู้ในที่นี้จะเป็นพวกข้าราชการชายในวังเองที่อาจจะผ่านไปมาเพื่อเฝ้าราชการพบนางข้าหลวง

หรือจ่าโขลนที่รู้จักก็พูดจาคะนองปากด้วยความคุ้นเคยกัน แต่พวกจ่าโขลน(ตำรวจหญิงหรือยามหญิงเฝ้าประตู) หรือนางข้าหลวงบางคนที่ไม่พอใจ ที่ให้ผู้เฒ่าหรือข้าราชกาลหนุ่ม มาพูดเหมือนหมาหยอกไก่กับตนหรือลูกน้อง (แต่ได้จริงก็คงเอา) จึงว่า "เจ้าชู้ประตูเหล็กผู้ใหญ่เด็กเล็กเกี้ยวไม่เว้น" หรือไม่?

ที่ใช้คำว่าผู้ใหญ่เด็กเล็ก แทนหมูหมา คงเพราะคำว่าหมูหมาใช้ว่ากันในวังคงไม่ดี

ตามคำสร้อยของสำนวนเจ้าชู้ประตูเหล็กอาจแฝงนัยยะว่า เหมือนหนุ่มปีนเกลียวจีบรุ่นพี่ และรุ่นน้องของตนเอง ไม่เว้นของเด็กสมัยนี้ ก็ว่า
อาจจะหมายถึงเจ้าชู้ไม่เลือกวัย หรือเจ้าชู้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง สมัยนี้คงไม่เป็นไรเพราะตบมือข้างเดียวไม่ได้

แต่สมัยก่อนถ้าเหตุการณ์เจ้าชู้นี้เกิดขึ้นในวังจริงโทษคงถูกเนรเทศหรือประหารชีวิต เช่นเรื่องราวศรีปราชญ์และเจ้าฟ้ากุ้งเป็นต้น

ซึ่งเจ้าชู้ประตูเหล็กในวังคงโทษหนักคนในวังจึงมาเจ้าชู้ประตูดินมากกว่า

ที่โทษเจ้าชู้สาวชาววังที่เป็นเพียงลูกน้องตัวเล็กๆ ที่ใช้ให้ออกไปซื้อของนอกวังเป็นเรื่องไกลหูไกลตา
ถ้าจับได้ก็แค่ติดคุกเหมือนเรื่องเล่าประวัติของท่านสุนทรภู่สมัยหนุ่ม

ดังนั้นเจ้าชู้ประตูดินจึงรู้จักและเป็นที่นิยมกว่า เจ้าชู้ประตูเหล็กหรือไม่?

ภาพตัวละครจากเรื่องสี่แผ่นดิน

ที่มา http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?b...

หมายเหตุ

(การติดคุกในประวัติของสุนทรภู่

****ติดคุกครั้งที่ ๑ สมัยปลาย ร.๑ เพราะความเจ้าชู้

สุนทรภู่สมัยหนุ่มไปมีความสัมพันธ์กับนางข้าหลวงในพระราชวังหลังชื่อ จัน และได้ล่วงรู้ไปถึงพระกรรณ ของกรมพระราชวังหลัง สุนทรภู่และแม่จันจึงถูกนำตัวไปจองจำไว้ (คุกวังหลัง???) ครั้น พ.ศ. ๒๓๕๐ เมื่อพ้นโทษแล้ว สุนทรภู่ได้เดินทางไปเยี่ยมบิดาที่บ้านกร่ำ เมืองแกลง ก็ได้แต่งนิราศเรื่องแรกคือ นิราศเมืองแกลง ขึ้น

เมื่อกลับจากเมืองแกลงแล้ว สุนทรภู่ได้แม่จันเป็นภรรยา และในปลายปีนั้นเอง

****ติดคุกครั้งที่ ๒ สมัย ร.๒ เพราะสุรา

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนี้ แม้สุนทรภู่จะมีชีวิตราชการที่รุ่งเรือง เนื่องจาก การได้เป็นกวีที่ทรงโปรดปรานก็ตาม แต่เพราะชอบดื่มสุราอยู่เป็นนิจ จึงทำให้ชีวิตบางช่วงตกต่ำ และชีวิตครอบครัวไม่ราบรื่น เช่น ครั้งหนึ่งสุนทรภู่เมาสุรา แล้วไปทำร้ายญาติผู้ใหญ่ของภรรยา จึงถูกนำตัวไปขังคุก แต่ไม่นานก็พ้นโทษ เพราะสามารถต่อกลอนพระราชนิพนธ์ได้เป็นที่พอพระราชหฤทัย

ก) ขณะอยู่ในคุก สุนทรภู่เริ่มแต่งนิทานคำกลอนเรื่องเอก คือ พระอภัยมณี

ภาพพระอภัยและนางผีเสื้อแปลง

ที่มา http://www.thaigoodview.com/node/13093?page=0,2

ข) ส่วนประสบการณ์ขณะอยู่ในคุกนั้น สุนทรภู่นำไปเล่าไว้ในบทเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม

ภาพขุนแผนคุก จากเรื่องขุนช้างขุนแผน 

ที่มา http://www.watnongmuang.com/news/detail.asp?id=109...

สุนทรภู่เริ่มชีวิตครอบครัวกับแม่จัน นางข้าหลวงในพระราชวังหลัง ที่เคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน โดยพระอัครชายาในกรมพระราชวังหลัง (ทองอยู่) ประทานให้ แต่ชีวิตครอบครัวของสุนทรภู่กับแม่จันไม่ได้ราบรื่น มักมีเรื่องโกรธเคืองกันอยู่เสมอ เนื่องจาก สุนทรภู่ชอบดื่มสุราจนเมามาย และในช่วงที่สุนทรภู่รับราชการในกรมพระอาลักษณ์ ในรัชกาลที่ ๒ นั้น สุนทรภู่ได้ปันใจให้หญิงอื่น ชื่อ แม่นิ่ม ชาวบางกรวย ดังนั้น แม่จันจึงตัดขาดกับสุนทรภู่ ราว พ.ศ. ๒๓๖๔ ช่วงปลายรัฐกาลที่ ๒ ก่อน ร. ๒ สวรรคต ๒ ปี

สุนทรภู่มีบุตรชายกับแม่จันคนหนึ่งชื่อ พัด ซึ่งได้อยู่กับสุนทรภู่ และติดตามสุนทรภู่เดินทางไปตามหัวเมืองต่างๆ โดยตลอด

ที่มา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=33&chap=1&page=t33-1-infodetail02.html )

ภาพท่าช้างสมัยก่อน (มุมขวาของพระบรมมหาราชวัง)

ที่มา http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/20...

โดย เอ็มรุทรกุล

...........................................................

หมายเหตุ

เหตุการณ์เจ้าชู้ประตูเหล็กในสมัย ร. ๕

(แต่เป็นพระภิกษุจึงไม่ได้เข้าทางประตูเหล็ก เข้าทางประตูวัด คือประตูวัดพระแก้วหรือประตูดุสิตศาสดา)

ในสมัย ร.๕ ยังมีบิณฑบาตเวร คือจัดพระสงฆ์ในวัดอาราหลวงให้ผลัดกันเข้าไปรับบิณฑบาต ในพระบรมหาราชวังชั้นใน วันพฤหัสบดีเป็นเวรของพระสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดธรรมยุตอื่น ถึงกำหนดเราเข้าไปบิณฑบาต ใช้เสลี่ยงไปจากวัด ลงเดินที่ในวัง พวกเณรธรรมยุตก็ใช้ห่อมดองคาดประคดอกสะพายบาตร เหมือนเณรมหานิกาย แต่ในที่อื่น แม้เมื่อเข้าไปหรือกลับออกมาแล้ว ก็ห่อคลุม เข้าทางประตูดุสิตศาสดา ที่เป็นทางข้างในออกวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระองค์เจ้าออกทางประตูสนามราชกิจ ที่เรียกว่าประตูย่ำค่ำ หม่อมเจ้าได้ยินว่า ออกประตูอนงคลีลา หรืออะไรที่ออกฉนวนตำหนักน้ำท่าราชวรดิษฐ์ พระสามัญออกประตูยาตราสตรีที่เรียกว่าประตูดิน

อนึ่ง

ประตูศรีสุดาวงษ์ คือ ประตูดินใหม่ อยู่ด้านตะวันตกอยู่ริมอุโมงค์ (เรียกเป็นสามัญว่า ประตูศรีสำราญ)

ประตูอนงค์ลีลา อยู่ด้านตะวันตก คือประตูดินเก่า ใต้ประตูยาตราสตรี

......................................

เคราะห์กรรมของ..พระองค์เจ้าหญิงยิ่งเยาวลักษณ์.

คัดลอกจากหนังสือ "หญิงชาวสยาม" ของ อเนก นาวิกมูล.

เคราะห์กรรมของพระองค์เจ้าหญิงยิ่งเยาวลักษณ์มิใช่เป็นความลับ เรื่องปรากฏอยุ่ในจดหมายเหตุรายวัน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ภาค ๒๓.อ่านแล้วชวนให้สลดใจด้วยเป็นเรื่องของความรักที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดารวมทั้งสิ้น ๘๒ พระองค์ พระโอรสสองพระองค์แรก ประสูติก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ ครั้นเสวยราชสมบัติแล้วจึงทรงมีพระราชธิดาเป็นพระองค์แรก คือ พระองค์เจ้าหญิงยิ่งเยาวลักษณ์อัครราชสุดา ทรงประสูติเมื่อเดือนยี่ ปี จ.ศ ๑๒๑๓ ตรงกับปีพุทธศักราช ๒๓๙๕.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๙ และทรงมีพระชนมายุอ่อนกว่าพระองค์เจ้าหญิงยิ่งเยาวลักษณ์ ๑ ปี เมื่อยังทรงพระเยาว์น่าจะทรงคุ้นเคยกับเจ้าพี่และเจ้าน้องในวัยไล่เลี่ยกันเป็นอย่างดี ในราชสำนักนั้นเท่าที่ได้ตรวจหนังสือหลายเล่มยังไม่พบว่า พระองค์เจ้าหญิงยิ่งเยาวลักษณ์ทรงเป็นข่าวในราชกิจใดๆ อาจจะทรงดำเนินชีวิตเช่นฝ่ายในอีกหลายๆพระองค์ที่สนองงานราชสำนักไปตามปรกติ จนกระทั่งก่อนจะสิ้นพระชนม์ จึงได้ทราบกันว่าทรงประชวรด้วย โรคมาน คือโรคท้องโตผิดคนธรรมดา

เดือน ๓ จุลศักราช ๑๒๔๘ หรือตรงกับปีพุทธศํกราช ๒๔๒๙ ได้เกิดเหตุวิบัติขึ้นในเขตพระราชฐาน ขณะนั้นพระบาทสมเด็จสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกำลังเสด็จประพาสเพชรบุรึ เพื่อทอดพระเนตรสถานที่ต่างๆในตัวเมือง เช่น เขามหาสวรรค์ พระนครคีรี ถ้ำเพิง ถ้ำพัง และวัดพระนอน เป็นต้น.ทางฝ่ายพระนครเกิดความเป็นที่เสื่อมเสียพระเกียรติยศนั่นคือ "พระองค์เจ้ายื่งเยาวลักษณ์

******ซึ่งเดิมเชื่อว่าเป็นโรคท้องมานนั้น ทรงปวดครรภ์แลคลอดออกมาเป็นบุตรชาย ณ.ตำหนักที่ประทับภายในพระบรมมหาราชวัง..

"เหมือนสายฟ้าฟาด เพราะคงไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนว่า จะเกิดเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ภายในราชสำนัก ภายหลังจากเกิดเหตุแล้ว เจ้านายสองพระองค์คือ สมเด็จฯกรมพระภาณุพันธ์วงศ์วรเดช และกรมหลวงเทวะวงส์ รีบเสด็จไปเมืองเพชรบุรี เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา

ส่วนภายในพระบรมมหาราชวังกรมหมื่นอดิศรอุดมเดช ทรงสืบสาวชำระเรื่อง กระทั่งรู้ต้นสายปลายเหตุทั้งหมด.หนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ได้สรุปความไว้อย่างสั้นและเข้าใจได้ง่ายที่สุดคือ "..ได้ตัวอีเผือก บ่าวพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้ชักสื่อ

*****แลอ้ายโต ผู้ล่วงพระราชอาญามาถาม ได้ความว่ารักใคร่กันมาแต่ยังเป็นภิกษุอยู่ในวัดราชประดิษฐ์

******* จนอ้ายโตสึกมา พระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ได้หาตึกให้อยู่ที่ถนนเจริญกรุง แล้วลอบเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง โดยเข้าไปได้ทางพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท เข้าไปนอนอยู่กับพระองค์เจ้ายื่งเยาวลักษณ์ ๔คราวๆละคืนบ้าง ๒คืนบ้าง ได้มีเรื่องราวโดยพิศดาร.."

ที่เพชรบุรี หลังจากทรงทราบความทั้งหมดแล้ว เวลา๔ทุ่มเศษเสด็จออก มีพระราชดำรัสว่า พระองค์เจ้าหญิงยื่งเยาวลักษณ์ทรงประพฤติการอันอุกฤษฏ์ขั้นมหันตโทษ ทรงโปรดเกล้าฯให้ริบราชบาตรป็นของหลวงสำหรับจ่ายซ่อมแปลงพระอาราม และสิ่งของที่พระบรมชนก คือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างไว้

**** ให้ถอดยศพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ลงเหลือเพียงระดับหม่อมเรียกว่า "หม่อมยิ่ง"

*****ทรงมีพระราชบัญญํติห้ามมิให้พระภิกษุที่มีพรรษาต่ำกว่า ๒oพรรษาเข้าไปในพระบรมมหาราชวังชั้นใน อุบาสิกาอายุต่ำกว่า ๔oปี ก็ห้ามมิให้ออกไปฟังเทศนาถืออุโบสศิลที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม.

ส่วนการวางโทษอื่นๆนั้น ต่อมาเมื่อทรงฟังคำพิจารณาของคณะลูกขุนแล้ว โปรดเกล้าฯให้ลงพระราชอาญา เฆี่ยนหม่อมยิ่ง อีเผือก และอ้ายโต คนละ ๓ ยก ๙oที

*****แล้วให้นำตัวอ้ายโตผู้บังอาจไปทำการประหารชีวิตเสีย.ในวันศุกร์ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน๔ ปีจอ จุลศักราช ๑๒๔๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังคงทรงประทับอยู่ที่เพชรบุรี

"วันนี้ที่พระนคร เจ้าพนักงานกรมพระนครบาล นำตัวอ้ายโตไปประหารชีวิตที่วัดพลับพลาไชย "(คือวัดโคก ที่ห้าแยกพลับพลาไชยข้างวัดเทพศิรินทราวาส หรือข้างธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาพลับพลาไชยเดี๋ยวนี้ )

หนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน มิได้เอ่ยถึงเรื่องหม่อมยิ่งต่อเนื่องไปจากนี้อีกไม่มีใครทราบว่าภายหลัง

จากเหตุการณ์อันร้ายแรงครั้งนั้นแล้ว พระองค์เจ้ายื่งเยาวลักษณ์ต้องทรงระทมทุกข์ในสภาพเช่นไร แต่หนังสือราชสกุลวงศ์กล่าวว่า ทรงสิ้นพระชนม์ในปีจอ พุทธศักราช ๒๔๒๙ ขณะพระชนมายุ ๓๔ พรรษา.

คำให้การหม่อมยิ่ง และผู้เกี่ยวข้องทุกคนซึ่งเคยนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ขณะนี้ยังค้นหาไม่พบ บางทีกระดาษซึ่งบรรจุเรื่องอันน่าเศร้าเช่นนี้ อาจผุพังสูญหายไปแล้วก็ได้

ปลายปีพุทธศักราช ๒๕๓๑ ผม(ผู้เขียน)พบรูปถ่าย"หม่อมยิ่ง" ติดอยู่ในอัลบัมรหัส ภอ.oo๑ หวญ.๑๖-๒๕ ชองจดหมายเหตุแห่งชาติโดยบังเอิญ เป็นภาพทรงสวมฉลองพระองค์แขนยาว หม่สไบ นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมกำไลข้อพระบาท ประทับนั่งข้างโต๊ะ ด้านหลังมีคำบรรยายสมัยเก่าเขียนไว้สั้นๆว่า"หม่อมยิ่ง ราชธิดา ร.๔ " ผมรู้สึกเศร้าและสลดใจในเหตุที่เกิดขึ้นกับพระชนม์ชีพของพระองค์.

ที่มา

เคราะห์กรรมของ..พระองค์เจ้าหญิงยิ่งเยาวลักษณ์. คัดลอกจากหนังสือ "หญิงชาวสยาม" ของ อเนก นาวิกมูล. web: http://stat05.diaryclub.com/

มีเรื่องเล่าลือว่าก่อนตายเจ้าโตร้องว่า "ถึงตายก็ไม่เสียชาติเกิดที่ได้กินของในวัง" หลังจากนั้นบุตรของหม่อมยิ่งมอบให้นางในผู้หนึ่งเลี้ยงไว้แล้วก็ไม่มีใครกล่าวถึงอีก

และเรื่อง ร.๔ ทรงล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่า พระราชธิดาองค์นี้แก่นแก้วนักอาจจะก่อเรื่องในอนาคตจึงตรัสของพระประยูรญาติให้อภัยให้กับพระขนิษฐาคนนี้ล่วงหน้าก่อนสวรรคต (แต่อเนก นาวิกมูล ว่า หม่อมยิ่งเป็น พระเชษฐภคินี ของ ร.๕ เพราะ ร.๕ ทรงมีพระชนมายุเยาว์กว่า ๑ ปี)

**** อนึ่งทางพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทนั้น ใกล้กับสวนศิวาลัยที่ใกล้กับประตูเหล็กเพชรและประตูเหล็กกล้า แต่ก็ไม่แน่ว่าเจ้าโตจะลอบเข้ามาทางประตูทั้งสองนี้หรือประตูอื่น ๆ เพราะคำให้การหม่อมยิ่ง และผู้เกี่ยวข้องทุกคนซึ่งเคยนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ขณะนี้ยังค้นหาไม่พบ ตามที่ อเนก นาวิกมูล ว่า

(เขาว่ามานะครับ)

ภาพประตูเหล็กเพชร

ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=morkmek&mo...

หมายเหตุ

ประตูพระบรมมหาราชวัง (ชั้นใน)

1. ประตูสุวรรณบริบาล

2. ประตูพิมานไชยศรี

3. ประตูดุสิตศาสดา (ดุสดีศาสดา)

4. ประตูอินทรลีลาศ (รื้อลงแล้ว)

5. ประตูราชสำราญ

6. ประตูอีสานทักษิณ (รื้อลงแล้ว)

7. ประตูวารินขณรา (รื้อลงแล้ว)

8. ประตูกันยาวดี (รื้อลงแล้ว)

9. ประตูศรีสุดาวงศ์

10. ประตูอนงคลีลา (อมรลีลา , อนงคลิ้นลง)

11. ประตูยาตรากษัตริย์ (ยาตราสตรี)

12. ประตูศรีสุนทรทวาร

13. ประตูไพศาลสมบัติ (รื้อลงแล้ว)

14. ประตูรัตนพิศาล (รื้อลงแล้ว)

15. ประตูมังกรเล่นลม

16. ประตูกลมเกลาตรู

17. ประตูชมพู่ไพที

18. ประตูพรหมศรีสวัสดิ์

19. ประตูพรหมโสภา

20. ประตูอุดรสิงหาสน์

21. ประตูเทวราชดำรงศร (รื้อลงแล้ว)

22. ประตูทักษิณสิงขร (รื้อลงแล้ว)

23. ประตูแถลงราชกิจ (รื้อลงแล้ว)

24. ประตูปริตประเวศ (รื้อลงแล้ว)

25. ประตูสนามราชกิจ

26. ประตูเหล็กเพชร

27. ประตูเหล็กกล้า

28. ประตูข้างพิมาน

29. ประตูเขื่อนขันธ์

30. ประตูชาลอมรินทร

ที่มา http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply...

ภาพประตูดุสิตศาสดา

ที่มา http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/king/gr...

หมู่พระที่นั่งในสวนศิวาลัย ห่างกันพอสมควร 

ที่มา http://www.lib.su.ac.th/rattanagosin_web/?q=node/1...

วัดราชประดิษฐ์ของเจ้าโต

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ตามธรรมเนียมประเพณีโบราณที่ว่า ในราชธานีจะต้องมีวัดสำคัญประจำ ๓ วัด คือ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และวัดราชประดิษฐาน

วัดราชประดิษฐจึงเป็นวัดฝ่ายธรรมยุติกนิกายวัดแรกที่สร้างขึ้นเพื่อพระสงฆ์ในนิกายธรรมยุติของ ร.๔ และวัดอื่น ๆ ของฝ่ายธรรมยุติเป็นวัดที่แปลงมาจากวัดของมหานิกาย

เป็นวัดหนึ่งที่อยู่ใกล้พระบรมมหาราชวังมาก

ภาพวัดราชประดิษฐ์และย่านเจริญกรุงของเจ้าโต ใกล้พระบรมมหาราชวังมาก

ที่มา http://www.myfirstbrain.com/main_view.aspx?ID=6816...

เหตุการณ์นี้ทำให้นึกถึงบทกวีใน ลิลิตพระลอที่ว่า

๓๒ ความคิดผิดรีตได้......... ความอาย พี่เอย
หญิงสื่อชักชวนชาย ...........สู่หย้าว
เจ็บเผือว่าแหนงตาย ..........ดีกว่า ไสร้นา
เผือหากรักท้าวท้าว........... ไป่รู้จักเผือ

ความคิดที่ไม่ถูกตามจารีตนั้นแสนอาย พี่จ้า! การที่หญิงจะชวนผู้ชายมาบ้าน
แต่ความเจ็บปวดที่ตายเสียดีกว่า หากรักเขาแล้วเขากลับไม่รู้ว่าข้ารัก

ซึ่งสุดท้ายพระเพื่อนพระแพงก็ได้ตายสมใจพร้อมกับพระลอ พร้อมแม่สื่อพ่อชัก ซึ่งเรื่องความรักต้องห้ามเป็นโศกนาฏกรรมมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ประเทศอื่นๆ ในสากลโลกก็มี มันเป็นเรื่องจารีต สถานภาพทางสังคม ฐานะความร่ำรวย ที่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นม่านประเพณีอยู่ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดๆ ในโลกนี้

เพราะมันไม่ใช่เรื่องของศาสนามันเป็นเรื่องกฎเกณฑ์ทางสังคมที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง พระเป็นเจ้าไม่เกี่ยว