๓ สิงหาคม ๒๕๕๗
เรียน. เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทักท่าน
วันอาทิตย์ที่ ๒๗. กรกฎาคม๒๕๕๗. เป็นการสอบวันแรกของนักเรียน อาจารย์ที่ปรึกษาก็ต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเรียน พวกเราก็ตื่นปกติ ขึ้นไปกินข้าวเช้าที่ชั้น๑๙ พบอ.นิตย์วดี อ.พรพรรณที่เดินทางจากเกาหลีมาสมทบตั้งแต่เมื่อคืน. อากาศเมืองฟูหยางทั้งร้อนทั้งฝน บ้านเราว่าร้อนมากปีนี้มาเจอที่นี่ถือว่าเด็กๆไปเลย สายๆรถมารับไปสำรวจห้างwal mart วนดูทุกชั้น สินค้าเป็นของสำหรับคนจีนคุณภาพด้อยกว่าที่ส่งไปขายบ้านเรา แต่ราคาสูงกว่าทุกรายการ ชั้นSuperMarket มีอาหารเหมือนบ้านเราเว้นแต่ปลา ส่วนใหญ่จะใส่อ่างแก้วตัวเป็นๆให้ลูกค้าเลือกตักเอาไปชั่ง ที่น่าสนใจอีกอย่างคือหมูสามชั้นต้มแบบหมูไหว้เจ้าตรุษจีนแต่หมักเกลือเค็มไว้เป็นชิ้นใส่กะละมังใหญ่ เนื้อเค็มก็ทำนองเดียวกัน สงสัยว่าเวลาจะกินต้องไปปรุงอีกหรือกินได้เลยทุเรียนก็มีขายส่วนจะส่งไปจากเมืองไทยหรือเปล่าไม่ได้ถาม ที่น่าสนใจอีกอย่างคือข้าวสารญี่ปุ่นเม็ดสั้นๆตกกิโลกรัมละ๒๐บาทถูกกว่าบ้านเรา เที่ยงรถพาไปกินข้าวร้านเก่าที่มาถึงวันแรก เป็นอาหารจีนรสเลี่ยนๆมีหมูเป็ดไก่และปลา บ่ายจะไปไหนต่อ ก็สู้แดดไม่ไหวเลยกลับโรงแรมดูหนังไปตามเรื่อง . หกโมงเย็นไปกินข้าวที่ห้างสรรพสินค้าอีกแห่งหนึ่ง เป็นอาหารจีนรสออกเค็มกว่าร้านอื่นที่เคยกินมา อิ่มแล้วเดินดูสินค้าในห้างแต่ไม่ได้ซื้ออะไร ออกมาดูเขาเต้นรำหน้าร้านกาแฟสตาร์ับัคเป็นการเต้นโชว์หรืออย่างไรไม่แน่ชัด แต่ไม่เกี่ยวกับทางร้าน รถมาบกลับโรงแรมถึง๓ทุ่ม
วันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เช้านี้ทานกาแฟและมาม่าที่ห้องพัก เพราะเบื่ออาหารโรงแรม สายๆเดินทางไปหมู่บ้านโบราณของซุนกวนต้นตระกูลของซุนยัดเซน เส้นทางผ่านตัวเมืองที่มาทานข้าวเมื่อเย็นวานและเป็นทางเดียวกับทางไปน้ำตกแต่เลี้ยวซ้ายเสียก่อน เส้นทางนี้ต้องลอดอุโมงค์ใต้ภูเขาใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะโผล่อีกด้านหนึ่ง ถึงหมู่บ้านโบราณต้องซื้อตั๋วเข้าไปเส้นทางต่อเนื่องเข้าตึกโน้นออกตึกนี้ตามซอกเล็กๆ มีพิพิธภัณฑ์เป็นระยะๆ มีขายของที่ระลึกบ้างใช้เวลาเดินชม 2 ชั่วโมงกว่า ขึ้นรถกลับมากินข้าวกลางวันที่โรงแรมก่อนถึงที่พักเป็นมื้อที่ ๓ เห็นพอมีเวลาลองนั่งรถเมล์เที่ยว๒สายคือสาย108และสาย2 เรียกว่านั่งสุดสายแล้วนั่งกลับป้ายเดิม ค่าโดยสารหยอดเหรียญเอง1หยวน แวะชมตลาดนัดตลาดสด มาทานข้าวแกงซึ่งติดป้ายรถเมล์ก่อนกลับที่พัก

วันอังคารที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗. ตัวแทนไปร่วมตรวจกระดาษคำตอบ นักเรียนไปทัศนศึกษาที่ทะเลพันเกาะอยู่เหนือน้ำขึ้นไปทางตะวันตกของเมืองฟู่หยาง พวกเราที่เหลือไปเที่ยวเมืองหังโจ รอบทะเลสาปซีหูอากาศร้อนมาก จุดแรกไปชมอนุสรณ์ฮักงุยวีระบุรุษนักสู้ของคนจีน ท่านเป็นคนหังโจจึงมีอนุสาวรีย์ไว้กราบไหว้บูชา หลังอาหารเที่ยงที่โรงแรมฝ่าเปลวแดดไปทะเลสาปซีหูกัน ผมใช้เวลาในร้านขายสินค้าพื้นเมืองและร้านอาหาร คณะกลับกันมาอย่างสะบักสะบอม ขึ้นรถกลับที่พักได้หลับในรถค่อยสบายหน่อย เย็นไปทานอาหารร้านเดิมคือร้านที่มีพระสังกัจจายพุงโตแกะสลักอยู่หน้าร้านเป็นครั้งที่๓ จากนั้นไปร่วมงานประกาศผลสอบและมอบรางวัลที่โรงเรียน นักเรียนไทยได้ ๑เหรียญทอง ๑เหรียญเงิน ๖เหรียญทองแเดง. อีก๔คนได้เกียรติบัตร กลับโรงแรมเก็บของจัดกระเป๋าเดินทางเพราะพรุ่งนี้จะไปค้างที่เมืองหังโจ
![]() |
วันพุธที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ตรวจสัมภาระแพ็คกระเป๋าลั่นกุญแจขึ้นไปทานข้าวที่ห้องอาหารชั้น๑๙ เลี้ยงอำลาตัวเองจากเมืองฟูหยาง. ลงมารอรถจนพร้อมออกเดินทางไปรับนักเรียนที่หอพักของโรงเรียน เข้าเมืองหังโจเส้นทางร่มรื่นไปด้วยป่าไม้อนุรักษ์ทั้งเมือง ทัวร์พาไปเที่ยววัดผมเดินดูสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ กำลังไม่พอที่จะสู้กับแดดและเส้นทางไกล ออกจากจุดนี้เดินทางไปหมู่บ้านชิมชา เขาสาธิตให้ดื่มและขาย ให้๑กระป๋องใหญ่แถมกระป๋องเล็ก ราคา ๔๐๐ หยวน ออกจากไร่ชามาหน่อยแวะกินข้าวที่ร้านอาหาร ของกินขึ้นชื่อร้านนี้คือหมูพันปีกับไก่ขอทาน จากนั่นรถมาปล่อยให้เที่ยวถนน ๑๐๐ปีท่ามกลางแดดที่ร้อนเหมือนเตาไฟ ได้อาศัยพิพิธภัณฑ์ทองเหลืองซึ่งเปิดแอร์เป็นที่หลบร้อนมีทั้งโชว์และจำหน่ายเสียแต่หนักทั้งของและราคา จากนั้นมาปล่อยให้ชมทะเลสาปซีหูเราเลยหลบแดดเข้าแมคโดนอน จนเย็นขึ้นดูการแสดงโชว์ที่โรงละครชั้นบนของร้านแมคโดนอน เป็นการแสดงประวัติศาสตร์เมืองหังโจ แต่ละฉากดูตื่นตาตื่นใจแม้อากาศจะร้อนจนแอร์ช่วยไม่ไหว. การแสดงเลิก ไปกินข้าวที่ภัตตาคารแล้วข้ามแม่น้ำไปฝั่งหังโจใหม่เพื่อเข้าที่พักโรงแรมNew Century Grand Hotel HangZhou ฝั่งเมืองหังโจเก่าจะเต็มไปด้วยป่าไม้เหมือนอยู่ในสวนป่าธรรมขาติ แต่สำหรับฝั่งหังโจใหม่เต็มไปด้วยตึกขนาดสูงใหญ่และถนนที่กำลังก่อสร้างกว้างขวางมาก
วันพฤหัสบดีที่ ๓๑. กรกฎาคม. ๒๕๕๗. ตื่นเช้ามืดมาจัดกระเป๋าอีกรอบได้เวลานัดหมายลากกระเป๋าลงมาล็อบบี้ ไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมรถพาไปสู่เมืองอู๋ซี(WUXI) เมืองอุตสาหกรรมโบราณของจีน มีทะเลสาปใหญ่ไท่หูอยู่ที่เมืองนี้ไกด์บอกว่าทะเลสาปนี้ขนาดเท่ากับประเทศสิงคโปร์ รถพาขึ้นไปทางเหนือของเมืองหังโจ ถนนเมืองจีนได้มาตรฐานเดียวกับยุโรป รอบๆทะเลสาปเขาทำคันกั้นดินทลายไปรอบ ที่สำคัญถนนทุกสายปลูกต้นไม้ยืนต้นจำพวกอู๋ฝรั่งใบคล้ายต้นเมเปิลแต่ไม่เปลี่ยนสีดูร่มรื่นไปทุกเส้นทาง ถึงตัวเมืองอู๋ซีเที่ยงพอดีเลยแวะรับประทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรม อากาศเมืองนี้ร้อนมากเรียกว่าเห็นแดดเป็นตัวทีเดียว จากนั้นนั่งรถไปนมัสการพระพุทธรูปหลินซันองค์ใหญ่มองเห็นแต่ไกล แม้จะมีรถรางให้นั่งแต่แดดร้อนจนทนไม่ไหวได้แต่นมัสการอยู่ด้านล่าง คนแข็งแรงสามารถเดินขึ้นบันไดไปนมัสการบนฐานดอกบัวได้ ความสูงองค์พระ ๘๘ เมตร ทำด้วยทองสำริดหนัก ๗๐๐ ตัน นอกนั้นในวิหารด้านหน้าองค์พระยังมีพระแม่กวนอิมพระโพธิสัตว์ให้กราบไหว้บูชาด้วย ทางออกแหล่งท่องเที่ยวในประเทศจีนจะทำเป็นที่ขายของที่ระลึกของกินของใช้เป็นแบบหรูหราติดแอร์เย็นฉ่ำ เป็นร้านขนาดใหญ่ที่ต้องเดินชมสินค้าจนกว่าจะถึงประตูออกไปขึ้นรถ
บ่ายพวกเราเดินทางไปเมืองเซี่ยงไฮ้ ใช้ทางด่วนระหว่างเมืองรถต้องเสียค่าผ่านทาง แต่หากเป็นทางด่วนในเมืองไม่ต้องจ่าย เซี่ยงไฮ้เคยเป็นเขตเช่าของฝรั่งมาก่อนจึงเห็นอาคารบ้านเรือนทรงยุโรปให้เห็นอยู่ทั่วไป ถนนหนทางมีทั้งบนดินใต้ดินทางด่วนบนอากาศไขว้ไปมาระหว่างตึกสูงๆไม่แพ้นครนิวยอร์กของอเมริกา วันนี้พอเราเข้าเมืองฝนก็เทลงมาไปไหนจึงไม่สะดวก เลยไปทานข้าวเย็นที่ภัตตาคารหน้าโรงแสดงกายกรรมอีร่าโชว์พบคนไทยจากสระแก้วมาเปิดตลาดมันสำปะหลังที่เซี่ยงไฮ้ ในจำนวนนี้มีเพื่อน นปส.๕๓ ที่เป็นนายอำเภอเมืองสระแก้วและนายอำเภอวัฒนานคร คือ นายอำเภอณัฏชัยนำพูลสุขสวัสดิ์และนายอำเภอสมยศ ศิลปีโยดมตามลำดับ อิ่มแล้วเข้าไปดูโชว์กายกรรมโรงนี้ห้ามถ่ายภาพต่างจากที่หังโจ เราจะถ่ายภาพหรือวีดีโอก็ไม่ว่าแต่เหตุผลเขาดีเพราะแสงไฟจากกล้องจะไปรบกวนนักแสดงให้ตกใจจนเกิดอุบัติเหตุได้ อีกอย่างทั้งภาพและวีดีโอเขามีจำหน่ายที่ด้านหน้าโรงแสดงแล้ว หลังดูโชว์ไปพักโรงแรมFOUR POINTS BY SHERATON SHANGHAI อยู่ในศูนย์การค้าเราไปถึง ๒๑.๓๐ น. ร้านค้าปิด ๒๒.๐๐ น. เลยพักผ่อนดีกว่า. โรงแรมนี้ต้องเสียบบัตรแม้จะเข้าห้องน้ำล็อบบี้ ใช้อินเตอร์เน็ตฟรีที่ล็อบบี้ ในห้องพักนาทีละ๑หยวนและใช้งาน line และ facebook ไม่ได้เหมือนกันทุกเมือง
วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม. ๒๕๕๗. หลังอาหารเช้าที่โรงแรมเดินทางไปร้านบัวหิมะ ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรที่รัฐบาลบังคับให้ทัวร์พาลูกค้าไปเยี่ยมชมและอุดหนุน เขาจูงใจลูกค้าตั้งแต่แช่เท้านวดตรวจชีพจรพวกเราก็อุดหนุนกันตามสมควร จากนั้นไปทานข้าวที่ภัตตาคารจีนที่มาทานมื้อแรกวันลงจากเครื่องบินเป็นรอบที่สอง อาหารเมนูเดิมๆเหมือนกันแทบทุกร้าน ทำให้กลืนไม่ค่อยเข้าแต่ก็คายไม่ออก บ่ายไปเดินชมสินค้าย่านตลาดร้อยปี ย่านนี้อาคารสวยงามแบบคลาสสิคผสมตึกยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน การซื้อของต้องต่อราคากันเกือบครึ่งที่เขาเสนอซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ชายที่จะทำได้ พอใจอะไรดูเงินหยวนที่เหลืออยู่ถ้าพอจ่ายก็ซื้อไป จะถูกจะแพงไม่ได้ใส่ใจ ฝนซาเม็ดลงแล้วไปต่อด้วยตลาดใต้ดินที่ขายสินค้าก๊อปปี้ราคาถูก ถ้าต่อราคาเป็น มีสินค้าหลายจำพวกให้เลือกซื้อ ตลาดนี้อยู่บริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน ตลาดจึงอยู่ตลอดแนวซ้ายขวาเป็นแถวๆเหมือนถนนในผังเมือง หากไม่จดจำให้ดีมีโอกาสหลงทางได้ง่าย กลับขึ้นมาแบบมือเปล่า
![]() |
![]() |
![]() |
รถพาไปกินอาหารมื้อสุดท้ายในเมืองเซี่ยงไฮ้ เป็นภัตตาคารจีนทางไปสนามบิน เมนูเดิมๆเลี่ยนๆที่ขาดไม่ได้คือหมูสามชั้นนุ่มๆหวานๆชิ้นโต ไก่ย่างเป็ดพะโล้ภาพ ลักษณ์ที่เคยคิดว่าประเทศจีนยากจนอดอยากไม่ปรากฏให้เห็นในวันนี้ ในตัวเมืองที่ดูมาทั้ง ๓ แห่งสะอาดได้มาตรฐานในระดับเดียวกัน ฟูหยางอำเภอเล็กยังมีห้างสรรพสินค้าอย่างน้อย ๓ แห่งที่เห็นมา ส่วนหยังโจและเซี่ยงไฮ้ไม่ต้องพูดถึงกรุงเทพฯของเราไปไม่ถึงเสียแล้ว. ตลาดสดมีผักผลไม้ ดอกไม้และสรรพสัตว์จำหน่ายอุดมสมบูรณ์มากราคาก็ไม่แพง รถมาส่งที่สนามบินพวกเราจัดกระเป๋ากันอีกรอบเช็คอินแล้วผ่านการตรวจประทับตราตม.ของจีนซึ่งสะดวกมากเข้าไปรอเครื่องบินเที่ยวFM 855 กลับไทย
นายกำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑

.jpg?1407052166)



ท่านผอ. ไปหลายที่มากเลยครับ
เห้นภาพแล้วมีความสุข
เอาภาพกิจกรรมฝึกภาษาอังกฤษกับผู้บริหารมาฝากที่
http://www.gotoknow.org/posts/573708
กล้องผมทีใช้ที่ ผอ.ถามคือ กล้อง Nikon รุ่น COOLPIX L110
มืองเซียงไฮ้ คล้ายแถวเยาวราชบ้านเราไหมครับ