
ภาพ 1: ตะคริวที่น่อง [ osteopod ]; [ betterhealth.vic.gov.au ]; [ medicinenet ]; [ NHS.UK ]
.
ตะคริวที่น่องส่วนใหญ่เป็นโรคที่ "ไม่รู้สาเหตุ (idiopathic)"
กลุ่มเสี่ยง หรือคนที่มีโอกาสเป็นตะคริวเพิ่มขึ้น ได้แก่
(1). คนสูงอายุ
(2). มีโรคที่ทำให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น เช่น เบาหวาน ฯลฯ
.
(3). น้ำหนักเกิน อ้วน
(4). นักกีฬา คนที่ออกกำลังหนัก หรือทำงานหักโหม (เกินกำลัง)
(5). คนที่ไม่ยืดเส้น (stretching) กล้ามเนื้อ
(6). ออกกำลัง หรือทำงานในที่ร้อนชื้น (เสียเหงื่อมากขึ้น ระบายความร้อนได้น้อยลง)
.
ส่วนน้อยพบ ตอนตั้งครรภ์, ใช้ยาขับปัสสาวะ = ยาขับเกลือ เช่น ยาลดความดันเลือดสูง ฯลฯ, โรคตับ เช่น ตับแข็งจากการดื่มหนักหรือดื่มนาน (แอลกอฮอล์) ฯลฯ
คนที่วิ่งระดับมาราธอนขึ้นไป มีโอกาสเป็นตะคริวอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต = 30-67%
วิธีป้องกัน คือ
(1). หลีกเลี่ยงการเหยียดปลายเท้า (ไปทางฝ่าเท้า) เช่น ไม่สวมรองเท้าส้นสูง, ไม่นอนหงาย-เหยียดปลายเท้าลงล่าง (งอเข้าหาลำตัวเล็กน้อย... ปลอดภัยกว่า)
(2). ไม่สวมเสื้อผ้าคับ + ไม่นั่งพื้น ไม่นั่งพับขา ไม่นั่งไขว้ขา > เพื่อลดโอกาสเลือดที่ขาไหลเวียนช้าลง
(3). กินอาหารให้ครบทุกหมู่ > ที่ดี คือ กินข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ทั้งผล ถั่ว เต้าหู้ เมล็ดพืช นมจืด > เพื่อป้องกันเกลือแร่ผิดปกติ
.
อาหารไทย (ถ้าไม่กินข้าวกล้อง ถั่ว เมล็ดพืช นม) มีแมกนีเซียมค่อนไปทางต่ำ
ภาวะแมกนีเซียม (magnesium / Mg) ต่ำ > เพิ่มเสี่ยงโพแทสเซียม (potassium / K) ต่ำ
ภาวะโพแทสเซียม (potassium / K) ต่ำ > เพิ่มเสี่ยงท้องอืด กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเป็นตะคริว)
การเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง กินอาหารครบทุกหมู่ + มีถั่ว เต้าหู้ เมล็ดพืช นม มีส่วนช่วยป้องกันเกลือแร่ผิดปกติได้ดี
.
(4). ดื่มน้ำให้พอ ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า > เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ (ทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง)
(5). ฝึกยืดเส้น โดยเฉพาะการยืดกล้ามเนื้อน่อง หรือฝึกโยคะ (ยืดเส้นแบบช้าๆ ค้างไว้ 30-40 วินาทีขึ้นไป)
(6). เมื่อเป็นตะคริว > ให้นั่งยองๆ > เพื่อยืดกล้ามเนื้อน่อง (อย่างน้อย 30-40 วินาที)
.


ภาพ 2: ท่านักรบ 1 (warrior I; ท่านี้มี 3 ท่า คือ 1-3)
- ให้ยื่นเท้าข้างหนึ่งให้ข้างหน้า > งอเข่า ย่อตัวลงเล็กน้อย
- วางเท้าให้แนบกับพื้นทั้ง 2 ข้าง
- พนมมือ > แล้วยกมือขึ้นเหนือหัวตรงๆ > เหยียดข้อศอก + ยกให้สูงจนรู้สึกตึงที่ไหล่
.
ขอแนะนำให้ฝึกเพิ่มอย่างนี้ (modified warrior I) เพื่อเพิ่มการยืดเส้นที่น่อง + หลังได้ดีขึ้น
- จัดเท้าใหม่ (ท่าเดิมปลายเท้าด้านหลังหันไปด้านนอก) > ให้เท้าหน้า-เท้าหลังชี้ไปทางด้านหน้า + ตรงกัน
- ออกแรงให้แขนชี้ไปทางด้านหลัง + หลังแอ่น > ทำจนรู้สึกเจ็บ หรือตึงที่หลัง
- ค้างไว้สักพัก 20-40 วินาที + หายใจเข้าออกช้าๆ (ไม่กลั้นหายใจ)
- อย่าลืมสลับขา > ทำข้างตรงข้าม ให้ครบ 2 ข้างเสมอ
.


ภาพ 3-4: วิธีการแก้ (รักษา / บรรเทาอาการ) ตะคริวที่น่อง > แบบเร็ว = นั่งยองๆ นานๆ (อย่างน้อย 40 วินาที)
หลักการในการรักษา หรือบรรเทาอาการตะคริว คือ ให้ยืด (เหยียด) กล้ามเนื้อมัดที่เป็น + ยืดให้นานพอ
.
กรณีกล้ามเนื้อน่องเป็นตะคริว ให้ทำอย่างนี้
(1). นั่งราบกับพื้นดังรูป
(2). งอเข่าข้างตรงข้าม (เข้าใน หรือออกนอกก็ได้)
แต่ถ้าจะยืดเส้น ป้องกันโรค > หันเข้าในดีกว่า เพราะจะยืดกล้ามเนื้อขาท่อนบนด้านในได้ด้วย
(3). ดึงเท้าข้างที่เป็นตะคริวเข้าหาตัว... ดึงให้แรงหน่อย จนรู้สึกตึงที่น่อง (อย่างน้อย 40 วินาที)
.
ทีนี้ถ้าเป็นตอนว่ายน้ำ, ให้ทำท่าคล้ายๆ กับท่านั่งยองๆ
(1). เหยียดเข่าข้างที่ไม่เป็นตะคริว > ถีบน้ำเป็นพักๆ เพื่อให้ลอยตัวในน้ำได้
(2). งอเข่าข้างที่เป็นตะคริว คล้ายๆ กับท่านั่งยอง
(3). ใช้มือดึงปลายเท้า (ข้างที่เป็นตะคริว) เข้าหาตัว คล้ายภาพ 3-4 นาน 30-40 วินาทีขึ้นไป
.
อย่าลืมว่า การป้องกันโรคดีกว่าการรักษาโรค
โดยเฉพาะถ้าเป็นตะคริวตอนอยู่ในน้ำ
การฝึกว่ายน้ำอย่างเดียวไม่พอ
ต้องขอฝึก "ลอยตัว" อยู่กับที่ให้ได้ด้วย จึงจะแก้ตะคริวตัวเองในน้ำได้
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
<p>มีดอกไม้มาฝากมีรักมามอบให้….ขอบพระคุณ..มากๆเจ้าค่ะ..ที่ได้เรียนรู้สิ่งนี้..ชอบเป็นตะคริวแบบนี้ที่ขา..ตอนนอนกลางคืนดึกๆ..บางทีเป็นทั้งสองขา….อ้ะะ กลัวมากๆเลย..</p>