หญิงชรา...แห่งสายนที

หญิงชรา...แห่งสายนที

สายน้ำที่ไหลผ่าน ความร่มเย็นที่สัมผัสได้ ใบไม้ไหวเอนปลิวไปตามสายลม เสียงผู้คนจ๊อกแจ๊ก...จอแจ อีกทั้งนักท่องเที่ยวไหลเวียนผ่านมาไม่ขาดสาย" ทำให้สะท้อนถึงเสียงเล่าลือแห่งตลาดน้ำดอนหวายที่หลาย ๆ คนรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี นานวันเข้าก็ยิ่งแต่ถูกผู้คน และวัฒนธรรม ค่านิยมกลืนกินเข้าไปทุกที ๆ เสียแล้วนั้นหรืออย่างไรกัน

ผ่านมาถึงครึ่งทางก็เริ่มเห็นร้านอาหารที่ตลาดน้ำดอนหวายมีให้เลือกมากมายหลากหลาย และเราก็มาถึงจุดที่เราสนใจ ด้วยบรรยากาศติดริมน้ำ ผู้คนยังไม่เข้ามานั่งมากมายนัก ภาพบรรยากาศที่น่าประทับใจคงหนีไม่พ้นวิถีชีวิตชาวบ้านที่เราไม่ค่อยได้พานพบ ความคุ้นชินกับวิถีชีวิตแบบเดิม ๆในชีวิตประจำวันนั้นเปลี่ยนไป มองย้อนกลับไปที่เสียงเรือที่แล่นอยู่ในเวิ้งน้ำคงไม่ผิดแปลกไปจากเสียงรถ.. ที่เราได้ยิน หากเราปรับมุมมองของกายและใจวางลงนั้น แล้วสงบนิ่งฟังเสียงหัวใจและผู้คนราวกับว่าเป็นเสียงหัวใจตัวเองกันบ้างจะเป็นไรไป .... ไม่นานอาหารที่สั่งก็มาถึงกลิ่นหอมช่างเย้ายวนให้น่ารับประทานยิ่งนัก เมื่อได้ลิ้มรสแล้วก็อดยิ้มในใจไม่ได้ว่าอร่อยเสียจริง ผู้คนถึงได้หลงใหลพื้นเพอาหารถิ่น อันหอมหวานละม้ายคล้ายคลึงกับอยู่ท่ามกลางธรรมชาติกลางสวนสมกับคำร่ำลือที่ใคร ๆ ก็อยากมาลิ้มลองชวนชิมให้อิ่มเอมใจ

เวลาล่วงเลยไม่นาน มีสายธารที่หลั่งไหลผ่านไปอย่างเยือกเย็น ช่วงขณะเดียวกันก็เหลือบไปเห็นหญิงชราคนหนึ่งค่อย ๆ พายเรือมาเทียงเคียงกับร้านอาหารที่เรานั่งสัมผัสได้ถึงบรรยากาศริมฝั่งน้ำ เฝ้าดูธรรมชาติ และวิถีชีวิตชาวบ้านที่ใช้เรือสัญจรไปมา พอเหลือไปดูก็เห็นได้ว่าในท้องเรือของหญิงชราคนนั้นเต็มไปด้วยพืชผัก ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้งเอย มะนาวเอย แว็บแรกของความคิดก็นึกว่าเป็นแผนธุรกิจของทางร้านหรืออย่างใด ให้ชาวบ้านพายเรือมาขายของให้กับนักท่องเที่ยว แต่พอลองใช้หัวใจใคร่ครวญดูแล้ว ก็หวนนึกว่าคงไม่น่าใช่เพราะหากลองสังเกตด้วยสีหน้าและแววตาของหญิงชราทำให้สัมผัสได้ว่าเธอเองคงมาขายของตามแบบแผนชีวิตอันดั้งเดิม วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านริมฝั่งน้ำ การใช้ชีวิตที่พออยู่พอกิน ไม่เร่งรีบอะไร ไม่ไหลตามกระแส ค่านิยมที่ว่าด้วยความล้ำสมัย แต่หญิงชราคนนั้นกลับสะท้อนให้เราเห็นถึง ความพอเพียงในการใช้ชีวิที่ค่อย ๆ เป็นไปอย่างเนิบ ๆ ไม่ต้องเร่งรีบ หรือแข่งขันกับใคร อีกทั้งก็ไม่ได้สนใจกับผู้คนที่มานั่งทานอาหารว่าสนใจจะอุดหนุนของในท้องเรือแต่อย่างใด เพียงเพราะหญิงชราคนนั้นก็ทำมาหากินไปตามปกติในวิถีชีวิตที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาและคงจะค่อย ๆ เลือนหายไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง

หากใคร่ครวญด้วยหัวใจแห่งความสงบระหว่านั้นจะได้ยินเสียงหัวใจตนเอง ดังออกมาจากข้างในว่าฉันหลงรักธรรมชาติแห่งนี้ไปเสียแล้ว ยามใดที่ล่องเรือผ่านแม่น้ำท่าจีน ได้พบเห็นวิถีชีวิตผู้คน ได้พบปะสังสรรค์เพื่อนร่วมเดินทาง คงเป็นเวลาแห่งความคุ้มค่า ที่นานวันเข้าอาจจะค่อย ๆ ลับเลือน และจางหายไปกับความทรงจำ...

ก่อนส่งสัญญาณลากลับจากหัวใจ ขอเรียกเวลาแสนสั้นนี้ว่าความทรงจำสีจาง ๆ ก็แล้วกัน

เผื่อกลับมาคราใดก็ยังมิเลือนรางหากแต่ห้วงเวลาที่หายไปอาจได้ย้อนนึกถึงเสียงสาบลม ฟังเสียงน้ำที่ไหลผ่าน ความเย็นสบายของธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยแสงสีเขียว ยามสบสายตาคราใดก็มีแต่ความเย็นตาสบายใจ ในความรู้สึกแห่งห้วงคำนึกทุกครั้งไป....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สอนให้สนุก สุขกับการสอน



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วอยากไปตลาดดอนหวายเลยครับอาจารย์

ไม่ได้ไปนานมากแล้ว

เขียนเมื่อ 

ไปเลยค่ะอาจารย์ แล้วมาแบ่งปันเรื่องราวกันนะคะ